เมื่อโลกร้อน
 
  สุวรรณา  จิตรสิงห์  
     
  เมื่อต้นเดือน ธันวาคม 2549 ได้เห็นข่าวว่าแหล่งเล่นสกีบนเทือกเขาแอลป์ในยุโรป ปีนี้ไม่มีหิมะตก พื้นดินไม่ขาวโพลนเช่นทุกปี แต่กลับเป็นสีหญ้าแห้ง ข่าวแจ้งว่าเป็นสภาพที่แห้งแล้งที่สุดในรอบปี 1300 ปี  
     
  สภาพแวดล้อมผันแปร  ไปเช่นนี้ส่อเค้าที่น่าเป็นห่วงที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของมวลมนุษย์ชาติ  นักวิทยาศาสตร์ต่างจับตามองหลักฐานหรือร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเพื่อทำนายอนาคตของสภาวะแวดล้อมโลกอย่างใกล้ชิด  
     
 
 
 
พฤษภาคม  2549  ประชาคมจาก  165  ประเทศทั่วโลกได้ประชุมสมัชชาที่กรุงบอนน์  เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันในการปกป้องสภาวะแวดล้อมโลก  ที่ขณะนี้กำลังคุกคามทุกประเทศไม่ละเว้นเพราะผลพวงจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งจากประเทศที่พัฒนา  ประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนา  เพราะเกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรม  เศรษฐกิจการค้า  เศรษฐกิจและอื่น ๆ  ในการประชุมครั้งนี้ต่างเรียกร้องและมีข้อตกลงให้มีการใช้เทคโนโลยีสะอาดมามาทดแทนเพื่อลดมลภาวะลง
 
 
     
  IPCC  (Internationnal Panel on Climate Change)  ทำนายว่าโลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น  1.5-4.5  องศาเซลเซียสหากมนุษย์ยังมีพฤติกรรมการบริโภคเช่นนี้  ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นเป็น  2  เท่าในบรรยากาศ  ในปี  ค.ศ.  2080  ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นจากระดับน้ำลงต่ำที่  9  เซนติเมตร  เป็น  48  เซนติเมตร  และระดับน้ำสูงขึ้นที่  16  เซนติเมตรเป็น  69  เซนติเมตร  ซึ่งจะทำให้น้ำทั่วชายฝั่ง  เกาะต่าง ๆจะจมน้ำมากขึ้น