“นักส่งเสริมเช่นฉันขยันและเก่ง เราไม่เคยหวั่นเกรงหนักเบาเราสู้”
ณ ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง หมู่ที่ 7 ตำบลกรูด
อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
17 พฤษภาคม 2550
เวลาประมาณ 08.45 น.เริ่มเดินทางออกจากสำนักงานเกษตร
อำเภอกาญจนดิษฐ์ โดยการนำของท่านเกษตรอำเภอกาญจนดิษฐ์
คุณธวัชชัย ชุมวระ พร้อมผู้บันทึกได้เดินทางมาถึง
ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงพร้อม หมู่ที่ 7 บ้านแม่โมกข์
ซึ่งเป็นจุดนัดหมายในการจัดกระบวนการครั้งนี้
ซึ่งการจัดกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรครั้งนี้จัดเป็นครั้งแรก
วันนี้เกษตรกรมาร่วมกระบวนการจำนวน 30 คน
ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกผัก เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว
การเริ่มกระบวนการ จึงเริ่มต้นขึ้น พอจะสรุปกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 ชี้แจงหลักการและวัตถุประสงค์ของโรงเรียนเริ่ม กระบวนการผู้บันทึกกล่าวทักทาย ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และ เกษตรกรผู้เข้าร่วมกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรผัก พร้อมท่านเกษตรอำเภอ คุณธวัชชัย ชุมวระ ได้กล่าวทักทาย และชี้แจงวัตถุประสงค์ ของการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรผัก ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
กิจกรรมที่ 2 แลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยปราชญ์ชาวบ้าน
การแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยปราชญ์ชาวบ้าน คุณเสนีย์ ศรีปราชญ์ ประธานกลุ่มปลูกผัก ต.พลายวาส พลิกพลันจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง การปลูกผักเน้นการผลิตผักปลอดสารพิษ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และสารสกัดจากธรรรมชาติในการไล่แมลงศัตรูพืช ครั้งแรกจะเหนื่อยหน่อย ได้พยายามมาเรื่อย และได้รับความรู้จากเกษตร พัฒนาที่ดิน จนปัจจุบันนี้มี มีกินไม่เป็นหนี้ใครอยู่แบบพอเพียงมีความสุขดี
กิจกรรมที่ 3 ฝึกทำน้ำหมักชีวภาพและน้ำสกัดไล่แมลง
กิจกรรมนี้ เป็นการฝึกการปฏิบัติด้วยตัวเอง เริ่มด้วยการอธิบายขั้นตอนการทำ โดยให้เกษตรแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งทำน้ำหมักชีวภาพ อีกกลุ่มหนึ่งทำน้ำสกัดไล่แมลง หลักจากทำเสร็จแล้ว อธิบายถึงวิธีการใช้ น้ำหมักชีวภาพ แบ่งได้เป็น 2 ชนิด
1. น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากพืช
2. น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากสัตว์
วิธีการ
1. นำพืชผัก ผลไม้ ลงผสมกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาล ในภาชนะที่เตรียมไว้อัตรา น้ำตาล 1 ส่วน ต่อพืชผัก 3 ส่วน คลิกให้เข้ากัน
2. ปิดฝาภาชนะที่หมักให้สนิท ทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน
3. เก็บถังหมักไว้ในที่ร่ม อย่าให้ถูกฝนและแสงแดดจัด ปิดฝาสนิทสามารถเก็บไว้ใช้ได้หลายเดือน
วิธีใช้
1. ผสมน้ำหมักชีวภาพ กับน้ำ ในอัตราส่วน 4 ช้อนแกง ต่อน้ำ 20 ลิตร รดต้นไม้หรือฉีดพ่นใบ
2. เริ่มฉีดพ่นเมื่อพืชเริ่มงอกก่อนเป็นโรคแมลงรบกวน และควรทำในตอนเช้าหรือหลังจากฝนตกหนัก
3. ควรใช้อย่างสม่ำเสมอ
น้ำสกัดไล่แมลง ทำเช่นเดียวกัน พืชที่ใช้จะพืชสมุนไพรมีสรรพคุณ ในการไล่แมลง เช่นข่า ตะไคร้ ฯลฯ โดยจะหมักทั้งไว้ ประมาณ 21วัน อัตราการใช้ 4 ช้อนแกง ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นบนต้นใบ ทุก 3 วันเวลา 12.00 น. พักรับประทานอาหารร่วมกัน หลังจากรับประทานอาหาร ลงมือปฏิบัติกันต่อ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอบข้อซักถาม แยกย้ายกันกลับบ้าน
สำหรับผู้บันทึกการมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่ม จัดกระบวนการเรียนรู้เป็นครั้งแรก เกษตรกรมีความสนใจเป็นอย่างดี และมาร่วมกระบวนการเกินเป้าหมายที่วางไว้ คือ 30 คน โดยเกษตรกร มาร่วม จำนวน 41คน และที่สำคัญได้รับความร่วมมือ จาก ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต,เป็นอย่างดี เกษตรกรมีความพอใจ และนัดพบกันครั้งต่อไป ในวันที่ 5 มิถุนายน 2550 เวลา 13.00น.
การจัดกระบวนการในครั้งนี้ ตัวผู้บันทึก เห็นว่าการเป็นนักส่งเสริมที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องพยายามฝึกฝนอยู่เสมอ และหาความรู้เพิ่มเติม เพราะเกษตรกรคาดหวังในตัวเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้แก่เกษตรกรได้ สู้ สู้ (ตาย)
บันทึกโดย นางพรทิพย์ สมวงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 3
สวัสดีครับ น้องทิพย์
สวัสดีค่ะ พี่ทิพย์ น้องแม้วแวะมาทักทาย หลังจากที่ได้อ่านเรื่องเล่า KM ผักเสร็จแล้ว พี่ทิพย์เขียนได้สนุกดีหวังว่าคงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กันอีกนะค่ะ