ข้างขึ้นข้างแรม ดวงจันทร์
|
|
| |
| + |
การเกิดข้างขึ้นข้างแรม |
| |
ข้างขึ้น ข้างแรม คือปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวเล็กๆ สว่างน้อยๆ เห็นอยู่ทางทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ วันต่อๆ มาจะเห็นโตขึ้นสว่างขึ้น และอยู่สูงจากขอบฟ้าทิศตะวันตกมากขึ้นจนเป็นจันทร์เต็มดวงหรือจันทร์เพ็ญสว่างมาก เห็นอยู่ทางทิศตะวันออกในเวลาหัวค่ำ หลังจากนั้นจะสว่างลดลงและส่วนสว่างมีขนาดเล็กลงจนมองไม่เห็นเพราะขึ้นพร้อมกับดวงอาทิตย์แล้วก็กลับมาเป็นเสี้ยวเล็กเหมือนเดิมอีก รวมเวลาเกิดจันทร์เสี้ยวดังกล่าวประมาณ 29.5 วัน การปรากฏของดวงจันทร์เป็นไปเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอ |
| + |
สาเหตุที่ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวหรือเต็มดวงเพราะ |
| |
1. ดวงจันทร์เคลื่อนรอบโลก รอบละประมาณ 1 เดือน 2. ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเองแต่สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์มาเข้าตาของเรา ถ้าส่วนที่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์หันมาทางโลกทั้งหมด ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นรูปวงกลม ถ้าส่วนที่ได้รับแสงหันมาทางโลกเพียงครึ่งเดียวดวงจันทร์จะปรากฏเป็นรูปครึ่งวงกลม ถ้าส่วนที่ได้รับแสงหันมาทางโลกน้อยกว่านี้ ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นเสี้ยว เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ดวงจันทร์ข้างขึ้นข้างแรม |
 |
|
|
| |
ภาพปรากฏของดิถีจันทร์วันขึ้น – แรมต่างๆ ในรอบเดือน |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ดวงจันทร์ข้างขึ้นนับจากข้างขึ้น 1 ค่ำ ถึงขึ้น 15 ค่ำ ขึ้น 1 ค่ำ เป็นดวงจันทร์เสี้ยวเล็กมากเห็นอยู่ใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในเวลาพลบค่ำ ขึ้น 7 – 8 ค่ำ เป็นดวงจันทร์รูปครึ่งวงกลมเห็นอยู่สูงเกือบเหนือศีรษะ ในเวลาพลบค่ำ ขึ้น 15 ค่ำ เป็นดวงจันทร์เต็มดวงหรือจันทร์เพ็ญเห็นอยู่ทางทิศตะวันออก ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก หลังจากนี้เป็นดวงจันทร์ข้างแรม ความสว่างลดลง แรม 7 – 8 ค่ำ ดวงจันทร์เป็นรูปครึ่งวงกลมขึ้นประมาณเที่ยงคืน จะอยู่เกือบเหนือศีรษะในเวลารุ่งเช้า แรม 12 –13 ค่ำ ดวงจันทร์ปรากฏเป็นเสี้ยวเห็นอยู่ทางทิศตะวันออกในเวลารุ่งเช้า |
|
| |
|
|
| |
มนุษย์นำการปรากฏเป็นรูปต่างๆ กันของดวงจันทร์มาทำปฏิทินจันทรคติคือสังเกตดวงจันทร์เป็นหลัก คนไทยเรียกว่า ปฏิทินข้างขึ้นข้างแรม เราใช้ปฏิทินข้างขึ้นข้างแรมในการกำหนดวันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันขึ้น 7 หรือ 8 ค่ำ วันขึ้น 15 ค่ำ วันแรม 7 หรือ 8 ค่ำ แรม 14 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ เป็นวันพระ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (หรือเดือน 4) เป็นวันมาฆบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (หรือเดือน 7) เป็นวันวิสาขบูชา เป็นต้น |
|
| |
|
|
| |
นอกจากวันข้างขึ้นข้างแรมจะใช้กำหนดวันสำคัญทางศาสนาแล้วยังใช้ดวงจันทร์บอกทิศและเวลาได้ด้วย เช่น ถ้าดวงจันทร์ปรากฏเป็นเสี้ยวเหมือนเขาควาย เห็นในเวลาหัวค่ำ ดวงจันทร์จะอยู่ทางทิศตะวันตก และเป็นดวงจันทร์ข้างขึ้น ด้านนูนของดวงจันทร์จะหันไปยังจุดที่ดวงทิตย์ตกดิน |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
การเกิดอุปราคา |
|
| |
| |
อุปราคา มี 2 ประเภท คือ จันทรุปราคา (ดวงจันทร์มืดมัวลง) และสุริยุปราคา (ดวงอาทิตย์มืดมัวลง) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติใกล้ตัวเพราะเกี่ยวข้องกับโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ |
| |
สุริยุปราคาเต็มดวง นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่ากลัวสำหรับมนุษย์ในยุคโบราณซึ่งไม่เข้าใจสาเหตุของการเกิดที่แท้จริง มีเรื่องบันทึกไว้ว่าในปีก่อนคริสต์ศักราช 585 ปี สุริยุปราคาเต็มดวงที่เกิดขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม ปีนั้นสามารถยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานถึง 5 ปี ระหว่างชาวเมเดสและชาวลิเดียนในตุรกี เพราะทั้งสองฝ่ายต่าง ก็เกรงกลัวคิดว่าเป็นการลงโทษจากพระเจ้าเบื้องบน และที่ประเทศจีนเมื่อประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว โหรประจำราชสำนัก ของจีน 2 คน คือชี (Hsi) กับ โฮ (Ho) ถูกประหารเพราะไม่คำนวณไว้ล่วงหน้าว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง |
|