ทำเอาโรงเรียนโป่งแทบระเบิด จากจำนวนนักเรียน400คนในปีที่แล้วมาเป็นุ 600 คนในปีนี้ ผมตั้งฉายาให้ว่า..โรงเรียนเม็กดำคือเม็กกะโปรเจ็คทางการศึกษา

คืนนี้นอนคันหัวใจ 

          ผมนอนคิดโน่นคิดนี่ หลับตาลงก็ทำท่าจะฝันหวาน เพราะเริ่มมองเห็นแล้วว่าการศึกษาของไทย ถ้าให้เด็กเรียนจากการปฏิบัติมากขึ้นจะตรงกับจริตของเด็กมากที่สุด ที่เราบ่นกันถึงคุณภาพการศึกษาหรือมาตรฐานการศึกษา เพราะเราไปสอนไปวัดผลจากวิธีการเรียนการสอนแบบโมเมศาสตร์ไม่ดูตาม้าตาเรือ พาเด็กเรียนแบบตาบอดคลำช้าง แล้วมาประเมินผล มาค้นหาความดีความเก่งจากการเรียนในตำราเป็นหลัก (ไม่ใช่ตำราไม่ดี แต่ตำราเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่อาจทำให้การเรียนรู้สมบูรณ์ได้) แสดงว่าเราวัดผลจากการสอนเพียง25% การสอนจากการปฏิบัติแทบไม่มีไม่ใส่ใจมองไม่เห็นความสำคัญ แต่จะมาค้นหาความสำคัญหาความหมายจากกระบวนการที่ตนไม่ได้สอน 

   

         นโยบายการศึกษาออกมาตรฐานไม่สอดคล้องกับโลกแห่งความจริง แถมยังไม่รับผิดชอบอีกต่างหาก ชอบอ้างว่าทำไว้สมบูรณ์แล้วมีครบแล้ว หลักสูตรท้องถิ่น การเรียนในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย สอนวิชาทิ้งถิ่น ในการสอบเอาวิธีท่องจำมาสอบทั้งดุ้น จุดนี่คือหายนะของการศึกษาไทย ที่อ่อนแอและเลาะเหละมาตั้งแต่หัวแถว ถึงหางแถวจะเหลืออะไรละ ทำไมคนที่เรียนระดับบัณฑิตคิดไม่ได้เชียวหรือว่าการแต่งกายรัดติ้วมันสมควรหรือไม่อย่างไร เรื่องแค่นี้ก็วัดผลการศึกษาได้ ว่าวิธีคิดวิธีปฏิบัตินำไปสู่การสร้างเสริมจริยธรรมได้ตามปกติหรือไม่ ข่าวเด็กอ่านหนังสือไม่ออกจำนวนมาก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทุกโรงเรียนมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ แข่งกันทำโครงงาน ทำผลงานมาอวดมาโชว์กัน แล้วครูก็เอานิทรรศการโหลๆเหล่านั้นไปขอผลงาน เกิดนักเหลวไหลทางวิชาการเถื่อนเต็มแผ่นดิน 

          ท่ามกลางปัญหาเหล่านี้ ยังมีความงอกงามจากโรงเรียนเล็กๆริมทุ่งกุลาร้องไห้ ที่บุคลากรโรงเรียนเห็นความสำคัญการเรียนจากการลงมือปฏิบัติ ค้นพบว่ามีความเหมาะสมกับเด็กในชนบท เด็กประมาณกึ่งหนึ่งไม่ถนัดการเรียนแบบท่องจำ แต่ถ้าจัดให้เรียนจากการปฏิบัติเด็กพวกนี้ก็จะเรียนได้ตามปกติ แสดงว่าเราวัดผลความเก่งจากการจำ แล้วละเลยการสอนจากการปฏิบัติ จึงไม่มีการวัดผลจากส่วนนี้ เท่ากับเป็นการลอยเพวิธีการเรียนที่สอดคล้องกับเด็กที่ทำเก่งไปครึ่งหนึ่ง เด็กส่วนนี้ถูกตราหน้าว่าหัวขี้เลื่อย ไม่สนใจการเรียน โดนครูดุด่า โดนคะแนนเป็นตัวมัดมือชก  

          เด็กจะทำอะไรได้!!..นอกจากหวานอมขมกลืนกับระบบการศึกษาดื้อตาใสเหล่านี้ ได้ผลักดันให้เด็กจำนวนหนึ่งไปแสวงหาทางออกกันเอง นับตั้งแต่หนีตัวหนังสือ หนีห้องเรียน หนีโรงเรียน หนีระบบการศึกษา ชวนการออกไปหาประสบการณ์ในโลกแห่งแสงสี สุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็หวนกลับเข้ามาปรากฏในโรงเรียน ดูได้จากการแสดงออก การแต่งตัว แต่งกาย บางแห่งถึงกับมีนโยบายขายถุงยางอนามัย ที่สำคัญวัดประเมินผลออกมาพบว่ามาตรฐานการศึกษาหลุดลุ่ยมากกว่าครึ่งค่อนประเทศ แล้วยังจะดำน้ำสอนกันอยู่อย่างนี้อีกหรือกระทรวงศึกษาทิฐิการ

          ผู้บริหารการศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ที่เข้าใจจะแจ้งว่าจะบริหารการศึกษาให้เป็นไปตามครรลองของการศึกษาที่ดีใช่ว่าจะไม่มี ครั้นจะยกตัวอย่างโรงเรียนรุ่งอรุณที่กรุงเทพฯ พวกดูแคลนทางการศึกษาจะอ้างว่า เขาทำได้สิ เขามีความพร้อม เขารวย โรงเรียนลูกคนมีกะตังค์ จะทำยังไงก็ได้ เรื่องนี้ผมขอค้าน และเคยจับโรงเรียนรุ่งอรุณลงไปเรียนรู้กับโรงเรียนบ้านนอกที่ขาดแคลนทุกอย่าง แต่เขาก็สามารถจัดการเรียนการสอนแบบโรงรุ่งอรุณได้ และทำได้อย่างสนุกเสียด้วย สามารถสอนให้เด็กเก่งและดีขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา วัดได้จากมีเด็กๆ 23 หมู่บ้านขอย้ายเข้ามาที่โรงเรียนแห่งนี้  ทำเอาโรงเรียนโป่งแทบระเบิด จากจำนวนนักเรียน400คนในปีที่แล้วมาเป็นุ 600 คนในปีนี้  ผมตั้งฉายาให้ว่า..โรงเรียนเม็กดำคือเม็กกะโปรเจ็คทางการศึกษา  

          วันนี้ผู้อำนวยการโรงเรียน นายศักดิ์พงศ์ หอมหวน สอบวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ผมเชิญพันธมิตรทางการศึกษาและชาวเฮฮาศาสตร์ไปร่วมงาน ไปให้กำลังใจคนที่คิดได้และกล้าทำ ที่ผ่านมาถ้าผมเอ่ยชื่นชมใครก็มักจะมีคนหมั่นไส้ รายนี้ผมขอร้องเถอะ ถ้าสงสัยว่าของจริงหรือของปลอมไปพิสูจน์ได้ หรือถ้ายังค้างคาใจก็ขอให้หมั่นไส้ผมเถอะ เพราะครูในดวงใจของเด็กทุ่งกุลาร้องไห้เขาไม่รู้เรื่องด้วย ตอนบ่ายเราจะยกทีมไปร่วมงานครบรอบ10ปีโรงเรียนรุ่งอรุณ ก๊วนเราไปกันอุ่นหนาฝาคั่งพอสมควร 

  • น้าอึ่งอ๊อบ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • คุณแป๊ด จากมหาวิทยาลัยสงขลานัครินทร์
  • ดร.กามนิตหนุ่ม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • คุณหนิง จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • น้องเอก จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • ครูสำเนียง ประยุทธเต ครูพันดา เลิศปัญญา จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • ดร.ศักดิ์พงศ์ หอมหวน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
  • ดร.แสวง รวยสูงเนิน จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • คุณหนู จากมหาวิทยาลัยมหิดล
  • คุณกุ๊ก จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คุณสมพิศ ไม้เรียง จากกรมวิชาการเกษตร
  • ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ
  • คุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ กับทีมปูนซิเมนต์ไทย