ด้วยเป็นคนชอบนั่งข้างหน้าเวลาเรียน  ประชุม  หรือการเข้ารับการอบรม  อาจจะเป็นเพราะเป็นคนที่ไปไหนมาไหนแต่เช้าด้วย  และเกรงว่า  วิทยากรพูดอะไรแล้วไม่ได้ยิน  ครูอ้อยจึงนั่งข้างหน้าเสมอ...ประชุมเชิงปฏิบัติการ..เรื่องพัฒนานวัตกรรม 
วันนี้ก็เช่นเดียวกัน  มีอยู่ช่วงระยะหนึ่ง  ครูอ้อยหันหลังไปดู  ครูผู้เข้ารับการอบรม  ซึ่งจำนวนครึ่งหนึ่งของผู้เข้ารับการอบรมจะเป็นครูวัยเดียวกับครูอ้อย   ที่พยายามมุมานะบากบั่นกับความยากลำบากที่กำลังจะได้รับเสียจริง 
เกือบจะทั้งชีวิตของครูอ้อยและครูหลายๆท่านที่ต้องฝ่าฟันกับยากลำบาก  บางคนถึงขนาดล้มเจ็บ  เพราะการทำงานนั้นที่มีแต่ความเครียดก็มี 
ดังนั้น  ผู้ที่ยังมีอายุราชการอีกนานเป็น 10 ปี จึงต้องรักษาสุขภาพ  เพื่อจะได้ใช่สติปัญญา  ความสามารถและประสบการณ์ได้เต็มที่ 
เครียดๆนัก  ครูอ้อยก็มักจะอ่าน  อ่านมากก็รู้มาก  เมื่อรู้มากก็อยากให้เพื่อนๆรู้ด้วย  เล่าด้วย...น้ำใจที่เอื้ออาทร  ไม่เคยคิดเลยว่า..จะเป็นดาบมาทิ่มแทงตัวเองแท้ๆ...
ครูผู้ที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ.....ไม่สมควรที่จะพูดอะไรเล่นๆ  คำพูดทุกคำที่ออกมาจากปากของครูต้องเป็นสิ่งที่ดี  ประดุจออกมาจากพิมพ์ที่ดี  ห้ามอ่าน  ห้ามพูดในเรื่องที่ตลกหรือเรื่องเล่นๆ  มิฉะนั้น  ...ครูอ้อยจะเป็นแม่พิมพ์ที่ดีไม่ได้ 
ดังนั้น  บันทึกของครูอ้อยต้องมีแก่นสาระทุกเรื่องไป  จึงจะเป็นแม่พิมพ์ที่ดีในสายตาของมวลชน 
การที่ครูอ้อยเขียนบันทึก  ในบางบล็อกที่เป็นเรื่องของ..ชีวิต..ก็เพราะความมีเลือดเนื้อ  มีชีวิต  ยังเป็นปุถุชน 
ไม่ได้เป็น...ที่จะต้องเคร่งเครียดกับวาจา  ที่พูดเรื่องขำขัน  เรื่องเล่นๆไม่ได้ 
ชีวิตของครูอ้อยและครูๆต้องเครียดๆๆๆๆๆๆ  หันหลังไปดูเพื่อนๆครูแล้ว 
อยากจะตะโกนว่า..สู้สู้สู้..
แต่ก่อนตะโกน  อยากจะตะโกนใส่หู...คนที่ไม่เข้าใจครู  และอยากจะตะโกนต่อว่า.....แล้ว 20กว่าปีของการเป็นครู  จะไม่ให้ครูสนุกสนานเลยหรือ...อูย..ท่านเป็นใครนี่.....