หากทุกคนมีจุดยืนที่แน่ชัด

วันนี้ สถานการณ์บ้านเมืองค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนกันคนละอย่าง แต่หาจุดยืนที่ว่านั้นเป็นจุดยืนที่เห็นแก่ ("ความเห็นแก่ตัวเอง และผลประโยชน์แล้วไซร์ ย่อมไร้จุดเป้าเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม แต่เน้นประโยชน์ส่วนตน")  การที่ทุกคนอ้างโน้นอ้างนี่ ทำเพื่อประเทศชาติ และเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น บ้างครั้ง การปิดทองก็เป็นเรื่องที่คนย่อมกระทำอยู่เสมอ หากมีจุดยืนของตัวเองที่ชัดเจนว่าทำเพื่อใคร  และต้องการให้ใครได้ผลประโยชน์อย่างแท้จริง การออกมาเปิดประเด็นต่าง ๆ การป้ายสี การใส่ความ การให้ข่าว หรือการสร้างข่าวให้เกิดกระแส ทำให้เป็นสื่อสารสนเทศ หรือ เป็นข้อมูลที่ ขาดซึ่งความจริง หรือไม่มีความจริง ใด ๆ เลย อยู่นั้น เพื่ออะไร

 การที่ชาวบ้านหรือ พลเมืองของชาติจะเข้าใจ ความหมายหรือนัยทางการเมือง เพื่อต้องการประโคมข่าว สร้างความน่าเชื่อถือ กันหรืออะไรก็ตามแต่ หากทุกคนยืนอยู่บนพื้นฐานที่ทำเพื่อสังคม และประเทศชาติเป็นหลัก โดยจิตใจของแต่ละฝ่ายไม่มีอคติ แม้แต่น้อย หรือแม้แต่นิดเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศชาติของเรากับเข้าสู่สภาวะปกติได้

หากการที่รอเวลาพิสูจน์ เื่พื่อรอผลสำเร็จออกมาคงไม่ได้ทุกส่วนภาคของสังคมไทย จะต้องมีการเคลื่อนไหวมากกว่านี้ แต่สังคมไทยเป็นเมืองพุทธ ชาวบ้านชนบท เข้าสนใจหรือไม่่ ถ้ามองกันจริง ๆ ทุกวันนี้ สื่อสารมวลชนต่าง ลงสู่รากหญ้าเรียบร้อยแล้ว แต่การกรองข้อมูล ของแต่ละบุคคลนี่ซิ น่าเป็นห่วง

สังคมไทยแย่ สภาพจิต เสื่อม สื่อมีผลต่อความคิดคนรุ่นใหม่ แทบคนรุ่นเก่า ทำตัวอย่างเป็นเช่นไร

 สถาบันครอบครัวมีส่วนเสมอ แต่ใช่หรือไม่ที่ผลักภาระให้กับสถาบันครอบครัว การที่เลี้ยงลูกคนหนึ่งให้ได้ดีนั้นเป็นเรื่องยาก ใช่หรือไม่ ในครอบครัว แม้จะสอนดีอย่างไร แต่สถาบันครอบครัว ให้การดูแลได้เพียงร่างกาย และจิตวิญญาณ สมอง หรือความคิด เด็กสมัยนี้ไปไกลแล้ว เพราะพ่อและแม่ต้องหาเงินส่งเสียบุตร เวลาที่ขาดหาย ความเครียดที่มีขึ้น บุคคลแต่ละคนรู้จักการผ่อนคลายหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับปัจเจกของแต่ละบุคคล

 ทำอย่างไร การปรับตัวในสภาพสังคมปัจจุบันสามารถที่จะดำเนินไปได้ สถาบันครอบครัวมีส่วนช่วยจริงนะจุดเริ่มต้นของชีวิต หากสภาพแวดล้อมที่เขา (เด็ก) ไปพบเจอนั้นกลับไม่เป็นดั่งที่พ่อ และ แม่ สั่งสอนมา เด็กเกิดการปรับตัว และเรียนรู้สภาพจริง แต่เกณฑ์ใดที่จะทำให้เด็กแต่ละคนเชื่อว่าทำอย่างนี้ จะถูก หรือทำอย่างนี้จะผิด ก็ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย

ดูเหมือนที่เขียนมาทั้งหมดจะดูสับสน แต่นัยของความเป็นจริงแล้ว สังคมกำลังจะแหลกเป็น เสี่ยง หากทุกคนยังไม่ลดทิฐฐิ ความเห็นแก่ตัว ไม่รับฟังความคิดเห็นคนข้าง ๆ หรือ คนอื่น หรือแม่้แต่การให้อภัย และการไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวแล้ว น่าเป็นห่วงเด็กไทยแทนที่จะมีเวทีพัฒนาศักยภาพ คุณภาพชีวิต แต่กับต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์ที่ คนรอบข้างที่เคราพนับถือ อยู่คนละฝ่ายมองหน้ากันไม่ติด หรือไม่พูดจากัน

เสียดายความรู้ที่ร่ำเรียนมา หากไม่สามารถทำคุณให้คนอื่นได้ 

ทำอย่างไรละ ?

จงมีสติ และคิดตรึกตรองให้มากว่าเราได้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น และประเทศชาติหรือยังก่อนที่คนเราจะสิ้นลมหายใจ

  เพราะอย่าลืมว่า ตายไปแล้วทุกคนไม่สามารถนำสิ่งที่แสวงหามาทั้งหมดนั้นไปกับตัวได้

  แต่ถ้าหากทำเพื่อครอบครัวแล้ว ถ้าหากลูก ๆ หรือ เครือญาติ ไร้ซึ่งคุณธรรมนำจิตใจแล้ว จะรักษาทรัพย์สมบัติที่เราหามาอย่างยากเย็นได้อย่างไร  

น่าคิด

จงมีสติ ทุกขณะจิต เถิด รู้จักการปล่อยว่างบ้าง

จะทำให้มีพลังและก้าวไปกับการเดินทางที่มีจุดมุ่งหมายและเพื่อสังคมที่ดี สำหรับอนุชนรุ่นหลังต่อไป

ข้าก็แค่ เงา และผงธุลี..

16 กรกฎาคม 2550