<p> </p>
มีนักศึกษาถามถึงการขายฝากในอิสลาม คำตอบที่ได้มีรายละเอียดดังนี้
การขายฝากในทางกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491-502) ก็คือ การซื้อขายอย่างหนึ่งซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีแต่มีข้อตกลงว่า ผู้ขายฝากอาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในเวลาที่กำหนด (C:\Documents and Settings\Administrator\Desktop\กฎหมาย-การขายฝาก.mht)
ซึ่งในภาษาอาหรับเรียกว่า บัยอฺ อัลวะฟาอฺ (بيع الوفاء) เป็นการซื้อขายประเภทหนึ่งที่มีการปฎิบัติกันโดยทั่วไปรวมถึงมุสลิมในบางแห่งด้วย แต่แก่นแท้ของการซื้อขายรูปแบบนี้ในมุมมองนักปราชญ์ฟิกฮฺส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการหลบหลีกหรือกลบเกลื่อนจาก ริบา เพราะแทนที่จะเป็นการจำนำ-จำนองซึ่งไม่อนุญาตให้ผู้รับจำนำ-จำนองใช้ประโยชน์ได้ ก็หันมาใช้วิธีการขายชั่วคราวรูปแบบนี้แทน เพราะการกู้ยืมที่มีสัญญาให้ประโยชน์แก่ผู้ให้กู้นั้นเป็นริบาที่ชัดเจน เช่น ให้ยืมเงินสิบบาทแต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่าย สิบสองบาท สองบาทที่เกินนั้นถือว่าเป็นริบา การขายฝากเป็นสิ่งที่ต้องห้ามดังมติที่ประชุมนิติศาสตร์อิสลามต่อไปนี้.
ที่ประชุมสภานิติศาสตร์อิสลาม ครั้งที่ เจ็ด ณ เมือง เจดดา ประเทศซาดุดิอารเบีย ระหว่างวันที่ เจ็ด ถึง สิบสอง เดือน ซุลเกาะอฺดะห์ ปี 1412 ฮฺ ตรงกับวันที่ 9-14 เดือน พฤษภาคม คศ หลังจากที่ประชุมได้มีการนำเสนอและพูดคุยในประเด็นการขายฝาก หรือ บัยอฺ อัลวะฟาอฺ (بيعالوفاء) ซึ่งลักษณะการขายแบบนี้ ก็คือ “ การขายทรัพย์สินหนึ่งโดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อใดที่ผู้ขายได้คืนราคาแก่ผู้ซื้อ(ที่เคยรับมาจากผู้ซื้อ)ผู้ซื้อจะต้องคืนสินค้าแก่ผู้ขาย” ได้มีมติ ดังนี้ 1-แท้จริงแล้วแก่นแท้ของการซื้อขายรูปแบบนี้ก็คือ การกู้ยืมที่นำมาซึ่งผลประโยชน์ (قرضجرنفعا) จึงเป็นการกลบเกลื่อน หลีกหนี้จากริบา ซึ่งนักปราชญ์ส่วนใหญ่เห็นว่ามันเป็นโมฆะ 2-สัญญาหรือข้อตกลงรูปแบบนี้ไม่เป็นที่อนุญาตในทางศาสนาหรือหะรอมนั้นเอง (วัลลอฮฺ อะอฺลัม)(จากหนังสือ มติและข้อเสนอแนะของที่ประชุมสภานิติศาสตร์อิสลาม (قراراتوتوصياتمجمعالفقهالإسلامي) ครั้งที่ 1-10 หน้าที่ 146)</span> <p></p><p> </p>