อ่านคนรอบข้างด้วยภาษาท่าทาง:
Mind your body language เวลาเราเข้าประชุม
(นานๆ) หลายคนรู้สึกเบื่อ ง่วงเต็มแก่ จิบกาแฟและของว่าง (ฟรี)ไปแล้ว
อิ่มท้องยิ่งง่วงใหญ่
แต่อย่างไรก็ตามต้องนั่งเรียบร้อยเป็นมารยาทอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน
วันนี้เลยเลยหาอะไรมาให้เล่น ลองอ่านภาษาท่าทางของเพื่อนร่วมงานดูสิคะ
บางทีไม่ต้องใช้คำพูดหรอก เราก็น่าจะพอรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
อยู่ที่นี่ก็เหมือนกันเวลาอ่านหนังสือง่วงๆ ก็หันไปมองคนรอบๆ
เช่นคนกำลังจิบกาแฟคุยกัน หนุ่มสาวนั่งใกล้กัน
กลุ่มนักศึกษานั่งติวหนังสือ เพลินดีไปอีกแบบ มาดูรูปคนดังกัน คือ
ปูติน กับ แบลร์ เว็บไซต์นี้เขาวิเคราะห์ภาษาท่าทางให้เสร็จเลย
ลองคลิกเข้าไปดูรูปอื่นๆ กันได้ค่ะ
http://news.bbc.co.uk/1/shared/spl/hi/picture_gallery/06/europe_g8_summit_body_language/html/6.stm
จากในรูปจะเห็นว่า
ปูติน ใช้มือซ้ายจับแขนส่วนบนของแบลร์
Do you have the upper hand?
During
such summits, there is always a subtle contest for dominance
between the
leaders.
ในการประชุมก็มีการแข่งขันกันเล็กๆ
ในหมู่ผู้นำในการแสดงความเหนือกว่า
มีอิทธิพลกว่า เช่น
เวลาผู้ใหญ่ให้กำลังใจผู้น้อย ก็มักจะจับส่วนบนของร่างกาย
(หากจับต่ำลงไปคงเข้าข่าย
sexual harassment คุกคามทางเพศละมั้ง
อิอิ )
Expert's view: Blair and Putin
look one another straight
in the eye. Blair's smile is
slightly nervous, Putin relaxed and confident, his left arm grasps
Blair's upper arm. Putin looks like the man in charge.
Does he have the upper hand?
การมองตากันตรงๆ
เวลาคุย
สำคัญแสดงถึงความเท่าเทียม
แต่อย่างไรก็ตามในสังคมไทยการจ้องตาผู้ใหญ่ตลอดเวลาคงไม่เหมาะ
ก็จ้องบ้างหลบบ้าง คงประหลาดพิลึกหากเราเอาแต่จ้องๆ เอาเป็นเอาตาย
ในรูป
แบลร์ยิ้มอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ส่วนปูตินดูสบายๆ
และมั่นใจกว่า หากเราไม่รู้จักสองคนนี้
เราก็น่าจะพอบอกว่า ใครกันที่เป็นใหญ่
คนที่จับได้ส่วนบนของร่างกาย
ดูเป็นคนที่มีอิทธิพลกว่า ก็เหมือนกับเวลา เราเจอผู้ใหญ่ที่เราเคารพ
เราคงไม่จับแขนท่านผู้นั้นแบบนี้แน่นอน ส่วนที่ดิฉันเจอที่มหาลัยก็เช่นกัน
เวลาเราเจอเพื่อนนานาชาติ ถึงแม้จะพูดกันไม่กี่คำ
แต่การจะดูคนคนหนึ่งในช่วงแรกที่พบดิฉันว่าไม่ยากเลย
ท่าแรกที่ดิฉันเห็นคือ การพูดแล้วเอามือไขว้หลังศรีษะ
แสดงถึงการแสดงความเหนือกว่า คู่สนทนา
หรือการยืนแล้วเอามือเท้าเอวขณะพูด
ล้วนแต่เป็นท่าที่แสดงออกถึงความต้องการควบคุมฝ่ายตรงข้าม
รวมถึงการพูดแล้วเอามือกอดอก
เนื่องจากดิฉันเป็นคนให้ความสำคัญกับภาษาท่าทาง เวลาเดินไปกับอาจารย์
ต้องเดินอยู่ข้างหลังเฉียงๆ ไม่เดินนำเป็นอันขาด
เวลานั่งกับผู้ใหญ่ต้องไม่นั่งกระดิกเท้า หรือไขว่ห้าง
ใครที่ชอบนั่งกระดิกเท้าแสดงออกถึงความไม่มั่นใจ
หรือความไม่สนใจ
มาดูภาษาท่าทางอื่นๆ
ที่พบเห็นง่ายกับคนรอบข้างกันค่ะ
Examples of
Body Language
Standing with hands on
hips =
Readiness, aggression
เอามือเท้าเอว แสดง ความพร้อม
หรือความก้าวร้าวก็ได้
Sitting, legs
apart
= Open, relaxed
นั่งโดยที่ขาห่างจากกัน แสดงความผ่อนคลาย
เปิดเผย
Arms crossed on
chest
= Defensiveness
มือกอดอก
แสดงการป้องกันตัว
Hand to
cheek
= Evaluation, thinking
มือไว้ที่แก้ม
แสดงการประเมินผล การใช้ความคิด
Touching, slightly
rubbing nose = Rejection, doubt,
lying
เอามือจับจมูก
แสดงความไม่ยอมรับ ความสงสัย หรือกำลังโกหก
Sitting with hands
clasped behind head, legs crossed
= Confidence, superiority
เอามือไว้หลังศีรษะ
แสดงความมั่นใจและความเหนือกว่า
Open
palm
= Sincerity, openness, innocence
หงายมือขึ้น แสดงความจริงใจ
เปิดเผย
Steeping
fingers
= Authoritative
ทำมือรูปปิรามิด
แสดงอำนาจเหนื้อกว่า
ค่ะ อ่านกันให้สนุกในห้องประชุมไปเลย อิอิ
ดีกว่านั่งหลับเนอะ
อ่านคนรอบข้างด้วยภาษาท่าทาง: Mind your body language
ลองอ่านภาษาท่าทางของเพื่อนร่วมงานดูสิคะ บางทีไม่ต้องใช้คำพูดหรอก
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพฯ เขต2 · 16 ก.ค. 2550
ส.บัณฑิตเกษตร · 16 ก.ค. 2550
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพฯ เขต2 · 16 ก.ค. 2550
นางสาวสมทรง ผลภาค นางสาวสมทรง ผลภาค · 16 ก.ค. 2550
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพฯ เขต2 · 16 ก.ค. 2550
อ่านblog อาจารย์แล้วสนุก ได้ความรู้ภาษาอังกฤษเป็นของแถม ..ดีจังค่ะ :-)
ขอบคุณครับ :)
อ.กัดเล็บ …นักเรียนเตรียมโดนแว๊ด lol
ขอขอบคุณอาจารย์อ้อม...
Good morning Mate,
If either of these girls (on the left or right) walks up to you, looks into your eyes for 10 seconds, then asks,
"Could you tell me the time?" You REALLY think she wants to know what time it is? <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">If you're a straight guy - and you give her the time of day and walk away, you REALLY need to learn more about BODY LANGUAGE.</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">Cheers,</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">YoungOne</p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="85%"><tbody><tr><td>
</td></tr></tbody></table>
เรียน คุณหมอวัลลภ
ขอบพระคุณค่ะที่กรุณามาเยี่ยม
เรียนคุณวีร์
Nail biting is a decision taken unconsciously out of nervousness, excitement or anxiety.
เป็นการแสดงความวิตกกังวลอย่างหนึ่ง (แต่อิฉันชอบแทะปากกา) ไม่แทะเล็บตัวเอง (ลองแล้วไม่อร่อย)
อิอิ
Dear YoungOne,
Well, mate! I'm a straight girl and I won't let any bloke who looks into my eyes more than ten second slip away 5555.
Cheers!
อ.อาจจะกังวลว่า หมอนี่มันจะเรียนจบมั้ยเนี่ย. :-P
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ กำลังหาเพื่อเอาไปรายงานหน้าห้องพอดีเลย (-/\-)
น่าสนใจมากค่ะ
น่าศึกษามากครับนำไปใช้ได้ขอบคุณครับ
ดีมากเลยนะคะ
ใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยในเมื่อเราต้องพบผู้คนแต่ละวันมากมายอยู่แล้ว
บันทึกนี้ดีมีสาระมากนะคะ
สวัสดีค่ะ
ภาษาท่าทางสำคัญพอๆ กับภาษาพูด จะให้ดีต้องใส่ใจทั้งสองอย่างค่ะ จะได้สื่อสารมีประสิทธืภาพ อ่านภาษาท่าทางคู่สนทนาจะได้ข้อมูลมากกว่าคำพูดด้วยค่ะ
แต่เวลาเราคุยผ่านบล็อกหรือแชตก็จะอีกเรื่องหนึ่ง การใช้ Emoticon ก็สำคัญค่ะ ควรใช้อย่างมีกาละเทศะ
ดิฉันเองพยายามเขียนให้ถูกต้อง ใช้คำสุภาพหรือเป็นกลาง ถือว่าเราให้เกียรติผู้อ่านด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ