ไม่ใช่มีประสบการณ์หรอกค่ะ เพียงแต่ไปอ่านพบเข้าแล้วสนุกดีค่ะ เลยนำมาเขียน เผื่อว่า จะตรงกับใคร ที่กำลังเผชิญอยู่..... หรือไม่ตรง ก็ถืออ่านเล่นๆนะคะ...สนุกดีค่ะ ครูอ้อยเคยเขียน....เขาว่ากันว่าผู้ชายชอบโกหกว่า.... ไปแล้ว คราวนี้ ก็คล้ายๆกัน แต่จะมีอาการหนักขึ้น ถือว่า..อายุเยอะๆกันแล้ว พออ่านได้ มีไม่กี่คนละมั้งที่อายุไม่ถึง 18 ..ฮา..... ข้อสิบเอ็ด.....ขอแค่นอนกอดเฉยๆ...ก็พอ.....โอย....ได้กอดแล้ว ใกล้ชิดแล้วอย่างนี้ จะเหลือหรือ..จะพูดจริงหรือโกหกกันล่ะ อย่าไปพิสูจน์เชียว...หนึ่งร้อยคน เก้าสิบเก้าคน...โกหกทั้งนั้น..... ข้อสิบสอง.....ผมรักคุณนะ..เป็นของผมเถิด.....วายหวาดเสียว อันนี้ร้อยทั้งร้อย ลดให้เหลือเก้าสิบเก้า..เอ้า โกหกทั้งนั้น โอย ครูอ้อยเอาอะไรมาพูด ระวังไม่มีคนรักนะ ที่นี่ เขามีผู้ชายเยอะด้วย..ไม่กลัวหร้อก ข้อสิบสาม.....เธอคนนั้น...เป็นแค่เพื่อนเท่านั้นน่ะคุณ......จะเชื่อหรือไม่ ก็เรื่องของคุณ ใครล่ะจะมารับสารภาพว่าไม่ใช่..เอ้อ..ไม่ได้...เอ้อ...เวลาคุณจับได้น่ะ ร้อยละเท่าไรดี แปดสิบเก้าก็แล้วกันที่เป็นแค่เพื่อน อีกสิบเอ็ด อาจจะเป็นเพื่อนก็ได้...เพราะ ครูอ้อยยังมีเพื่อนผู้ชายเล้ย....ฮา....ตรึม ข้อสิบสี่.....ผู้หญิงคนนั้น เขามาชอบผมเอง....โอ้โฮ ปัดความผิดให้ผู้หญิงคนนั้นเลย ร้ายกาจเชียว พ่อคุณเจ้าเสน่ห์นัก จะเชื่อหรือไม่ ก็อาจจะ....อืมมมม..คิดมากหรือเปล่า ข้อสิบห้า.....เพื่อนมันลากผมไป ผมไม่ได้อยากไปเลย.....เอ้า..โทษเพื่อนอีกแล้ว เป็นอะไรล่ะ ถึงให้ใครต่อใครลากไปได้ คนเรานะคะ หากไม่อยากไปจริงจริ๊ง ช้างมาฉุดยังไปไม่ได้เลย...อย่าไปเชื่อเด็ดขาด ข้อสิบหก.....ผมไม่ว่างจริงๆ อยากเจอคุณจะตายไป......แก้ตัวเป็นพัลวันเลยนะ หากอยากเจอจรองๆนะ ทำไมจะไม่เจอเล่า ก็พ่อคุณมีรายการที่เร้าใจมากกว่าคุณล่ะสิ จึงเอาคุณไว้ทีหลังน่ะ...รู้ไว้....ไม่ได้ยุนะ เขาทำสถิติไว้แล้ว ร้อยละ..แปดสิบหาเชียวที่โกหกน่ะ ข้อสิบเจ็ด.....ไม่มีทางหรอกที่ผมจะเห็นเพื่อนสำคัญไปกว่าคุณ....เชื่อไหมล่ะ เวลาเขาอยู่กับเพื่อนๆ เขาก็จะพูดว่า...อย่างกู รึ จะเห็น หญิงสำคัญกว่าเพื่อนอย่างมึง....ร้อยละหกสิบห้าเชียวนะคะ ข้อสิบแปด.....มีอะไร เราจะไม่ปิดบังกันนะที่รัก.....ทำพูดดีอย่างนี้น่ะ ตัวดีเลย ถึงแม้จะใช้หัวใจ หรือ ปอดเดียวกัน น้ำหน้าผู้ชาย หากจับไม่ได้คาหนังคาเขา รึ จะคายความลับออกมาได้ ข้อสุดท้ายแล้ว..ง่วงนอน..พวกผู้ชายค้อนใส่ครูอ้อยควับควับแล้วสินี่ ข้อสิบเก้า.....ถ้าวันไหน เลิกรากัน ผมก็ยังห่วงคุณเหมือนเดิม...อย่าไปหวังเล้ย ที่ความห่วงใย อย่างน้อยสิ่งเหล่านั้น....ก็ไม่เหมือนเดิม ชะแวบ.... ครูอ้อยไปล่ะ แย่แล้ว ใครจะเอาประทัดจุดไล่ครูอ้อยแล้ว.. ชะแวบ..... ลาก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ
มันก็น่าจะมีสาเหตุมาจากทั้งสองฝ่ายนะครับครู…ผู้ชายชอบโกหก หรือว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายชอบฟังเรื่องโกหก…ก็เลยเป็นการเพาะนิสัยโกหกให้อีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว…แต่เวลาโกหกด้านอื่น…ก็จะได้รับคำชมว่า…เป็นคนปากหวาน…พูดจาดี…นี่แหละครับ ผมถึงว่า…อีกฝ่ายก็มีส่วนส่งเสริมนิสัยไม่ดีให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจครับ…(ผมหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า ผู้ชาย ผู้หญิง เพราะผมไม่ใช้ความแตกต่างในเรื่องเพศในการจำแนกมนุษย์ครับครู)
สวัสดีค่ะพี่ชาย...พิสูจน์
สวัสดีค่ะ คุณ..สวัสดิ์
สนุกน่ะคะ..ไม่คิดมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ครับ ครู…สนุก ๆ …ผมเข้าใจดีนะครับว่า ไอ้อาการอย่างนี้ มันเป็นลักษณะประจำชนเผ่าของเรา ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว…จำได้ไหม…สงครามโลกครั้งที่สอง…เราก็บอกว่า…สนุก ๆ …แต่จริง ๆ มันคือ “การปฏิเสธความรับผิดชอบ” ครับครู ในการตีความของผม
สนุก ๆ มันส่งผลให้ชนชาติของเรา ทำอะไรไม่จริงจัง…พอเกิดปัญหาขึ้นมา แทนที่จะมาขบคิดอย่างจริงจัง เราก็หาทางออกง่าย ๆ ว่า “อย่าคิดมาก มันเป็นเรื่องสนุก ๆ” เป็นห่วงจัง ขนาดแม่พิมพ์ของชาติยังคิดอย่างนี้ แล้วเด็ก ๆ ของเราหละ?
สนุก ๆ มันก็ดีนะ…ถ้าเราต้องการแค่ให้สังคมเรา…การศึกษาของเรา…gotoknow ของเรา…ความรู้ของเรา…ประชาธิปไตยของเรา ฯลฯ…เป็นเพียงแค่ “สวนสนุกแบบ theme park”
ออกจะเป็นภาษาที่ “จริงจัง” “รับผิดชอบในถ้อยคำ” แต่ไมก็ไม่เครียดนะครับครู
คาระวะ..กับความเครียด..ซึ่งคนทั่วไปไม่ชอบ ..ฮา...