วันนี้เป็นวันที่ผมไปอยู่ที่ห้าง Big C นานเป็นพิเศษ เพราะต้องมีคิวรอใครบางคน ทำให้ผมมีเวลาไปจ่ายของที่จำเป็นต้องใช้
ของที่ผมซื้อหามีรายการใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้
- พวกน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการซักผ้า ส่วนนี้มี Promotion ว่าถ้าซื้อรวมเป็นเงินเท่านั้น แล้วจะมีของแถม (ผมจำเป็นต้องซื้อครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อมีของแถม ผมก็ซื้อเพิ่มจนครบจำนวนที่มีของแถม เท่ากับประหยัดไป ๑๐ กว่าบาท)
- ผมเลือกรายการที่มี ซื้อ ๑ แถม ๑ เพราะส่วนนี้ เท่ากับเราซื้อของ ๒ ชิ้นในราคาชิ้นเดียว (เลือกเฉพาะของที่เราจำเป็นต้องซื้ออยู่แล้ว แต่ซื้อเพิ่มขึ้นอีกชิ้น)
- รายการช้อปโทรฟรี (ส่วนนี้ต้องสมัครสมาชิกบัตรสำหรับเติมเงินเสียก่อน)
- รายการที่ลดราคาของเหลือครึ่งราคา (รายการแบบนี้ยังไม่เคยเจอ) โดยเขาจะประกาศไว้ใน โบร์ชัวร์ แล้วเราก็ไปเลือกช้อป เอา-ผมเลือกช้อป ๓ รายการ เลือกสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ หรือสิ่งของที่จะใช้ในโอกาสพิเศษ
พอช่วงที่ไปจ่ายเงินที่ช่องหนึ่ง สายพานช่องนี้เสีย คนที่มาก่อนก็บอกให้ ไม่ต้องรีบขนของขึ้นมา รอให้เขาเสร็จแล้วค่อยวางของจะได้ไม่เสียเวลา ขนของสองครั้ง
พอผมขนของขึ้นมาวาง แคชเชียร์คิดเงิน(เป็นแคชเชียร์ฝึกงาน) ผมให้คิดส่วนที่เป็นของครึ่งราคาก่อน ๓ ชิ้น พร้อมทั้งมอบคูปองให้ แล้วต่อด้วยรายการอื่นๆ พอแคชเชียร์คิดเงินเสร็จ เป็นเงิน 544.25 บาท ไม่เห็นถามว่ามีบัตรเติมเงินค่าโทรไหม.. ผมเลยส่งบัตรเติมเงินฯให้ เขาก็เติมเงินให้เรียบร้อย (๕ บาท)
แต่พอเขาเรียกเก็บเงินอีกที ยอดเป็น 638.25 บาท ผมสงสัย แต่คิดว่าตัวเลข ๕๔๔.๒๕ อาจเป็นของคนก่อน ผมเลยยื่นบัตรเครดิตให้ เขาก็รูดบัตรมาให้ผมเซ็นเรียบร้อย
ต่อจากนั้นเขาก็ยื่นใบเสร็จรับเงินมาให้ ผมรีบตรวจดูรายการที่ลดราคา ๓ ชิ้น.. คิดราคาผมเต็มนี่ ผมรีบทักท้วง แคชเชียร์ที่เป็นพี่เลี้ยงรับรายการไปดู แล้วบอกผมว่า เป็นเพราะผมส่งบัตรเติมเงินไปให้ ทำให้เครื่องเคลียร์รายการที่ลดครึ่งราคาออก.. ผมบอกเรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดผม เพราะเขาจะต้องทำทีละรายการ หรือชี้แจงให้ลูกค้าทราบก่อน
เขาก็ยอมรับ และรีบหยุดลูกค้าส่วนที่จะมาเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหา (ทำรายการให้ลูกค้าที่อยู่ใน Line ๒ ราย)
เขาต้องไปเรียกพี่ใหญ่มา... เคลียร์ให้ผม (ระหว่างนั้น แคชเชียร์ฝึกงานก็ขอโทษผม บอกว่ามาฝึกงาน) พอลูกพี่มาถึง ก็มาทำรายการให้ (ไม่ได้ยินเสียงบ่นอะไร)
- ลูกพี่ใส่รหัสและ Password ลงไป แล้วเอาบิลของผมมาใส่ code>> ไม่เป็นผล เครื่องไม่ยอมลดราคาให้
- คราวนี้ลูกพี่เคลียร์เข้าไปทีละรายการ ก็ได้ผล ยอดเงินออกมา แต่ต่ำกว่า ๕๔๔.๒๕ บาท ผมจึงทักท้วงว่า ให้ลองตรวจสอบดูใหม่ เดี๋ยวเขาจะขาดทุน (เขาก็ตรวจสอบใหม่ ปรากฏว่า Key หายไป ๑ รายการ)
- ครั้งนี้ถูกต้อง เขาก็ขอ slip ใบเก่าของผมไปยกเลิก (พร้อมคืนใบที่ผมเซ้นชื่อมา) แล้วขอบัตรเครดิตผมไปรูดเงินใหม่ (ตรงนี้สังเกตให้ดี คือเครื่องรูดเงินรุ่นใหม่ เขาจะตัดเงิน online เลย ส่วนที่ให้เซ็น เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน เผื่อมีปัญหา)
- ตรงนี้ก็เรียบร้อย ผมก็เข็นของกลับมาที่รถได้
ผมสังเกตว่า พี่ใหญ่ไม่ได้สอนงานน้องเล็ก แต่สอนงานพี่เลี้ยงแทน.. ไม่รู้ว่าวันนี้น้องฝึกงานจะถูกเอ็ดหรือไม่ แต่ก็เป็นบทเรียนในความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ของเขาทีเดียว แม้ว่าจะเป็นเงินเล็กน้อยก็ตาม (ถ้าเป็นเงินมาก ปัญหาก็ใหญ่ตามไปด้วย)
ขอขอบคุณทุกท่าน สำหรับบทเรียนในความผิดพลาดครั้งนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ไปด้วย.... ขอบคุณครับ
![]() |
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

สวัสดีค่ะอาจารย์
ดีนะค่ะที่อาจารย์เช็คทัน ถือเป็นอีกครั้งหนึ่ง เพราะราณีก็เคยเจอค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องรอบคอบและตรวจเช็คทุกครั้งที่ซื้อค่ะ ขอบคุณที่นำมาเล่าให้ฟังค่ะ
ปกติผมไม่เคยเช็คเงินในบิลเลยครับ หยิบใส่ๆ แล้วก็จ่าย จะมาเช็คอีกที่(เป็นบางครั้ง) กรณีอยากรู้ราคาของแต่ละอย่างที่บ้าน
ผมว่าการที่พี่ใหญ่แนะนำพี่เลี้ยง แทนที่จะแนะนำเด็ก อันนี้น่าจะถูกต้องครับ เพราะว่า ถ้าจากผู้ใหญ่ลงไปที่เล็กเลย เล็กจะกลัวและวิตกมากขึ้นเมื่อเกิดทำผิดอีก ดังนั้นการเตือนเป็นขั้นๆ ตามความรับผิดชอบน่าจะดีกว่าครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ราณี