“เมื่อชีวิตนั้นถูกลิขิตด้วยตัวเราเอง ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดจากการตัดสินใจจากตัวเรา เราต้องรับผิดชอบและก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายในชีวิต ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยาวไกล และคดเคี้ยวสักเพียงใดก็ตาม เราจะก้าวไปสู้จุดหมายนั้นให้ได้”

 

การเดินทางเกือบ 400 กิโลเมตร สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นแค่เพียงระยะทางสั้นๆ ไม่ยาวไกลนัก แต่สำหรับ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังอย่างฉันแล้วมันเป็นการเดินทางที่มีความหมายมากมายนัก เป็นการเดินทางเพื่อแสวงหาโอกาส และเพิ่มพูนประสบการณ์ดีๆให้กับชีวิตในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

ในหนึ่งสัปดาห์ ฉันต้องเดินทางไปกลับ พิษณุโลก-กรุงเทพฯ เป็นระยะทางเกือบ 1,600 กิโลเมตร หลายคนคงตั้งคำถามว่า ฉันทำอย่างนั้นเพราะอะไร ?  ทำไมฉันต้องพาตัวเองมาพบกับความลำบาก ?   ทำไมฉันไม่เอาเวลาที่เหลืออยู่ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ?  ฉันจะทำร้ายตัวเองทำไม ?

         ฉันคงไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคำถามเหล่านั้น     แต่ฉันมีคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับตัวฉันเอง คือ ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีความสามารถ และยังมีคุณค่าที่พอจะแสวงหาสิ่งดีๆที่รอฉันอยู่ มาเป็นของขวัญให้กับชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน

         ฉันก็ยอมรับว่าฉันลำบาก ฉันเหนื่อย และบางครั้งก็รู้สึกท้อ  แต่เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วรามคำแหงความรู้สึกเหล่านั้นมันก็หายไป ฉันรู้สึกว่าชีวิตข้างหน้ายังมีสิ่งดีๆอีกมากมายที่รอให้เราเข้าไปศึกษา   และค้นพบมัน  เพียงแค่เรายังมีความหวังและกำลังใจ 

<div style="text-align: center"></div>

           รอยยิ้มจากคนรอบข้าง และจากตัวฉันเอง เป็นแรงพลักดันที่ทำให้ฉันกล้าที่จะก้าวไปเผชิญกับอุปสรรคต่างๆที่รออยู่ตรงหน้า ทำให้ฉันอยู่อย่างมีจุดหมาย ขวนขวาย และพยายามจะไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ

          ถึงแม้ตลอดเส้นทางเดินของชีวิต ฉันจะต้องพบกับอีกสักกี่ร้อย กี่พันปัญหา ฉันสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะก้าวผ่านมันไปด้วยความหวังและกำลังใจที่มุ่งมั่น

         แม้จุดจบของเส้นทางชีวิตจะจบลงด้วยการไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ลมหายใจ ฉันก็จะใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่สรรสร้างแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้

ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า ถึงแม้ฉันจะแพ้ แต่ฉันจะต้องไม่ท้อ

</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>