ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย

สถาปนาความสัมพันธ์ ไทยและรัสเซียถือเอาการเสด็จฯ ประพาสรัสเซียของพระบาทสมเด็จ พระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (๓-๑๑ กรกฎาคม ๒๔๔๐) เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูต

กลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ก่อตั้งเมื่อ เดือนกันยายน ๒๕๓๖ มีการประชุมครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๒-๓ เมษายน ๒๕๔๕ ณ กรุงมอสโก ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งที่ ๔ ในปี ๒๕๔๙

การค้ากับไทย รัสเซียเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ ๑ ของไทยในภูมิภาคยุโรปตะวันออก ในปี ๒๕๔๘ มีมูลค่าการค้ารวม ๑,๙๓๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก ๓๒๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า ๑,๖๐๖ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้าจากไทย น้ำตาลทราย , เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ , ผลไม้กระป๋องและแปรรูป , เม็ดพลาสติก , ข้าว , ยางพารา , รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ , อัญมณีและเครื่องประดับ , อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป

สินค้าส่งออกมาไทย เหล็กและเหล็กกล้า , ปุ๋ย , สินแร่โลหะอื่น ๆ และเศษโลหะ , เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ , แร่ดิบ , เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ , กระดาษ กระดาษแข็ง และผลิตภัณฑ์ , ยาง ยางสังเคราะห์ รวมทั้งเศษยาง , หนังดิบและหนังฟอก จำนวนนักท่องเที่ยว ๗๐,๔๘๒ คน (๙ เดือนแรก) เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕-๒๐ ทุกปี โดยในปี ๒๕๔๖ มี ๙๐,๗๒๒ คน ( ปี ๒๕๔๖ )

เอกอัครราชทูตไทยประจำรัสเซีย นายสรยุตม์ พรหมพจน์ ( ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖) นอกจากนี้ ไทยยังได้จัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ขึ้นที่ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเมืองวลาดิวอสต็อก

เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำไทย นายเยฟเกนี วลาดิมิโรวิช อาฟานาซิเยฟ(ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘) นอกจากนี้ รัสเซียยังได้แต่งตั้งนางพงา วรรธนกุล ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเมืองพัทยา