ผลของการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design แบบล้วนๆเลย ยังไม่ได้ทดลอง แต่เมื่อได้สอนไปบ้างแล้ว ด้วยเทคนิคการถาม-ตอบ ด้วย Wh-Questions และคำถามที่ตอบ Yes.No. ซึ่งนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยการเปลี่ยน.. queue คำศัพท์ไปอย่างหลากหลายแล้ว นักเรียนจะสามารถตอบคำถามง่ายๆได้..อย่างพิศวง บันทึกที่ครูอ้อยเคยเขียนเรื่อง..... การเรียนรู้แบบBackward Designและ KM กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พิศวง.....เป็นอย่างไร ครูอ้อยก็จะเล่าด้วยความประหลาดใจว่า..เมื่อสองปีที่ผ่านมา ครูอ้อยยังไม่ได้ใช้เทคนิคการถาม- ตอบด้วย Wh-Questions กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพราะเพิ่งจะได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนชั้นเรียนสอน จากชั้น ป.1 เป็น ป.4 ครูอ้อยต้องปรับเปลี่ยนทั้งระบบ ตั้งแต่วิเคราะห์หลักสูตร วิเคราะห์ผู้เรียน ซึ่ง...ใครนะ...ทำความยากลำบากให้ครูอ้อยอย่างมหาศาล แค้นนี้ต้องชำระ จากนั้นครูอ้อยก็ใช้เทคนิคการถาม- ตอบนี้ทุกวัน ตลอดปีการศึกษา นักเรียนมีความรู้และชอบการเรียนด้วยเทคนิคนี้มากทีเดียว หากวันใดครูอ้อยไม่ได้ถาม...นักเรียนจะท้วงเอง วกกลับมาถึงการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design ในหน่วยทัศนศึกษา ซึ่งนักเรียนจะต้อง เขียนตอบคำถาม ครูอ้อยทดลองมา 4 ห้องเรียนแล้ว พบว่า....นักเรียนก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง..... โดยไม่คุยกัน ไม่ลอกเลียนแบบกัน และที่สำคัญ....ไม่ถามครูอ้อยเลยสักคนเดียว ครูอ้อยดีใจมากที่ คาดคะเนไว้ว่า...ผลงานชิ้นนี้ น่าจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง แต่เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น นักเรียน 2 คนแรกก็นำผลงานมาส่ง ถูกหมดทุกข้อ ทุกคำ ไม่มีที่ผิดเลย... ครูอ้อยดีใจมาก และรู้สึกว่า.....2 ปีกับการทดลองกับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการถาม - ตอบด้วย Wh-Questions นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่าง..รวดเร็ว และแม่นยำ แต่ขอบอกอีกครั้งว่า.....เหนื่อยแบบสุดสุด...ในแต่ละวันทีเดียว ส่วน Backward Design นั้น น่าจะรู้ผลว่า...ดีหรือไม่ น่าจะต้องไปเรียนถามท่านผู้รู้ที่จัดการเรียนรู้แบบ...Backward Design ที่เป็น...น้องๆบูรณาการ นั่นล่ะค่ะ จึงจะรู้คำตอบดี.....
ขอบคุณค่ะ
ครูอ้อยขอเพิ่มเติมความรู้เรื่อง..แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ Backward Design
่เี
อะไร ของคุณ [IP: 182.52.14.29]
แต่ยินดี ที่ท่าน มาเยี่ยมชม ค่ะ