มีโครงเรื่องนิยายที่ต้องการจะเขียนเรื่องหนึ่ง คิดไว้หลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้เขียน จึงนำมาเล่าเล่นๆ เผื่อใครสนใจก็นำไปเขียนได้....
ใครเคยคิดบ้างว่า อีก 300-500 ปีข้างหน้า นักบวชจะเป็นอยู่กันอย่างไร ? ... เฉพาะนักบวชในบวรพุทธศาสนา คือ พระภิกษุ-สามเณร ... ผู้เขียนเคยจินตนาการไว้เล่นๆ ว่าน่าจะเป็นไปทำนองนี้ (ถ้าโลกไม่บรรลัยเสียก่อน)...
ในอนาคตหลายร้อยปีข้างหน้า วัดซึ่งเป็นศาสนสถาน อาจเป็นดาวเทียมหรือยานอวกาศขนาดย่อมที่ล่องลอยไปในอวกาศ... ขณะที่ชุมชนขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างก็จะล่องลอยอยู่ในอวกาศเช่นเดียวกัน...
ชุมชนเหล่านี้ มีผู้ปกครองตามเขตแดนที่แบ่งแยกกันออกไป ซึ่งระหว่างชุมชนเหล่านี้ อาจเป็นพันธมิตรหรือคู่สงครามระหว่างชุมชนดังเช่นปัจจุบัน... ส่วนยานอวกาศของนักบวชหรือวัดยุคนี้ก็จะล่องลอยไปมาระหว่างชุมชนเหล่านี้ ซึ่งบางครั้งวัดเหล่านี้ อาจอยู่ประจำอยู่ในชุมชนนั้นๆ เป็นเวลานานๆ หรือบางครั้งก็อาจพเนจรไปเรื่อยๆ คล้ายๆ พระธุดงค์ สมณทูต หรือคณะธรรมจาริก....
วัดยุคอวกาศทำนองนี้ ปกติจะวางตัวเป็นกลาง ไม่มีส่วนได้เสียกับการต่อสู้หรือแก่งแย่งระหว่างชุมชน... เมื่อจาริกไปที่ใดก็จะเผยแพร่แนวคิดเชิงสันติสุข ปรัชญาชีวิต หรือหลักธรรมทางศาสนานั้นๆ... และชุมชนที่วัดไปเยือนก็จะช่วยเหลือด้านปัจจัย ๔ หรือช่วยซ่อมแซมยานอวกาศซึ่งเปรียบเสมือนวัดเป็นการตอบแทน ทำนองเดียวกับการทำบุญในยุคปัจจุบัน....
......
ตัวละครสำคัญในเรื่องตามที่คิดฝันไว้ ซึ่งอยู่ในยานอวกาศที่เป็นประดุจวัดในยุคโน้น มี ๓ ชีวิต กล่าวคือ หลวงพ่อ เณรน้อย และโยมผู้เฒ่า ...
- หลวงพ่อ เป็นพระเถระอายุประมาณ ๕๐ ปี มีประสบการณ์ในทางธรรม แต่ขาดประสบการณ์ในทางโลก...
- โยมผู้เฒ่า มีอายุประมาณ ๖๕ ปี เคยเป็นนักรบผู้กร้านชีวิต ภายหลังเกิดศรัทธาต่อหลวงพ่อจึงมอบตัวเป็นศิษย์ คอยช่วยเหลือในสิ่งต่างๆ...
- เณรน้อย มีอายุประมาณ ๑๘ ปี ยังอ่อนทั้งทางโลกและธรรม มีนิสัยใคร่รู้ในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สาม....
......
ผู้เขียนสมมติว่า สงครามโลกครั้งที่สามเกิดขึ้นแล้วในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ (หรืออีกยี่สิบปีข้างหน้า เมื่อเทียบปัจจุบัน) โดยอาศัยคอมพิวเตอร์ยุคอนาคต ทำให้เณรน้อยใช้เวลาว่างศึกษาประวัติศาสตร์ยุค ๒๐ ปีก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม... เมื่อมีข้อสงสัยจึงไปถามหลวงพ่อบ้าง โยมผู้เฒ่าบ้าง...
...และนั่นคือประเด็นสำคัญของเรื่องซึ่งผู้เขียนจะจินตนาการต่อไป...
ตามที่คาดหมาย นิยายเรื่องนี้จะจบเรื่อง เมื่อวัดยุคอวกาศลำนี้มาจอดซ่อมอยู่ที่ชุมชนแห่งหนึ่ง... เณรน้อยได้พบปะผู้คนมากขึ้น จึงได้ลาสิกขาไปเพื่อเข้าทำงานในฐานะนักวิชาการประวัติศาสตร์ในชุมชนแห่งนี้.... และเมื่อยานอวกาศลำนี้ซ่อมเสร็จ ก็ออกจากท่าเพื่อล่องลอยไปในอวกาศเผยแพร่ธรรมสืบต่อไป... ประมาณนี้
....อวสาน.....
นมัสการค่ะ
จินตนาการท่านไปไกล แต่ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้นะคะ
เสียดายที่ ไม่อาจอยู่ รอดูได้ค่ะ
แต่ลองเขียนซีคะ จะคอยอ่านค่ะ
เอ... ประชาคมโลกในยุคนั้น จะเข้าใจไหมครับ ว่าความรุนแรง ความเห็นแก่ตัว การครอบครอง โดยที่สังคมส่วนรวมอยู่ไม่ได้ จะทำให้สิ่งต่างๆ ที่กอบโกยมา ไม่มีความหมายอะไรเลย ทั้งต่อตนเองและคนรอบตัว