การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการต่าง ๆ
1. ค่ารักษาพยาบาล <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> จากการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText">ข้าราชการและลูกจ้างประจำ รวมทั้งผู้รับบำนาญ ซึ่งปัจจุบันระเบียบการเบิกจ่ายได้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก เงินค่ารักษาพยาบาลส่วนใหญ่ เป็นเงินที่ทางโรงพยาบาลเรียกเก็บในการรักษาพยาบาล ส่วนใหญ่จะเป็นค่ายา ค่าเลือด ค่าอวัยวะเทียม และอุปกรณ์ในการบำบัดรักษา รวมทั้งค่าซ่อมแซม ค่าบริการทางแพทย์ ค่าห้อง ค่าอาหาร ตลอดจนค่าตรวจสุขภาพประจำปี สถานพยาบาลมีทั้งสถานพยาบาลของทางราชการ และสถานพยาบาลของเอกชน การตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจต้องละเอียดรอบคอบ ศึกษาระเบียบและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ</p><p> ปัจจุบันการเบิกค่ารักษาพยาบาล ได้แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ</p><p>1. การเข้าร่วมโครงการจ่ายตรง ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องทำหลักฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐไว้แล้วกับนายทะเบียนของหน่วยงาน</p><p>หลักฐานที่ใช้มีดังนี้</p><p>1.1บัตรประจำตัวประชาชน (พร้อมสำเนา 1 ชุด)</p><p>1.2บัตรประจำตัวผู้ป่วย (กรณีคนไข้เก่า)</p><p>1.3สำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาบัตรประชาชน ของบุคคลในครอบครัว</p><p>1.4สำเนาทะเบียนสมรส</p><p>1.5 สำเนาทะเบียนสมรสของบิดามารดา (กรณีจ่ายตรงของบิดามารดา)เมื่อดำเนินการติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการแล้ว ผู้มีสิทธิต้องไปติดต่อที่โรงพยาบาลที่จะไปรักษาและต้องเป็นโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐโดยต้องใช้หลักฐานในการไปติดต่อโรงพยาบาล </p><p>หลักฐานที่ใช้ติดต่อกับโรงพยาบาล มีดังนี้</p><p>1.บัตรประจำตัวประชาชน </p><p>2.บัตรประจำตัวผู้ป่วย </p><p> 3.แบบใบสมัครเข้าร่วมโครงการจ่ายตรง (ขอได้ที่โรงพยาบาล)เมื่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจสอบแล้วว่าเกิดสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะให้แสกนนิ้วมือ เพื่อทำบัตรจ่ายตรงให้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15วัน โรงพยาบาลจะนัดให้ไปรับบัตรและในครั้งต่อ ๆ ไปถ้าเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลดังกล่าว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก็ไม่ต้องจ่ายเงินในกรณีข้าราชการที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการก็สามารถนำใบเสร็จรับเงินที่ทางโรงพยาบาลเรียกเก็บมาเบิกกับหน่วยงานต้นสังกัดได้ โดยผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการต้องกรอก (แบบ 7105) พร้อมใบเสร็จรับเงิน ค่ารักษาพยาบาล ยื่นต่อเจ้าหน้าที่การเงิน กรณี</p><p>ข้าราชการบำนาญ และข้าราชการบนสำนักงานยื่นแบบ 7105 พร้อมใบเสร็จรับเงิน จากโรงพยาบาล โดยกรอกข้อความให้ครบถ้วน ถ้าเป็นข้าราชการครูให้ยื่นแบบผ่านโรงเรียน</p><p>1. สำรองจ่ายเงินสด </p><h3 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt">มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้</h3><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt" class="MsoNormal">1. ผู้เบิกยื่นแบบของเบิกเงิน (แบบ 7105) </p><p> ต่อเจ้า หน้าที่การเงิน2. เจ้าหน้าที่การเงินตรวจสอบสิทธิ ดังนี้</p><p>1.1 บิดาหรือมารดาของผู้มีสิทธิ</p><p>1.2 สามีหรือภรรยาของผู้มีสิทธิ</p><p>1.3 บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย คนที่ 1 ถึงคนที่ 3 ซึ่งอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ หรือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เป็นคนไร้ความสามารถ (คนวิกลจริตและศาลสั่งให้เป็นผู้ไร้ความสามารถ)</p><p>1.4 ตรวจสอบหลักเกณฑ์ว่าเป็นสถานพยาบาลของทางราชการหรือของเอกชน ประเภทผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน (ถ้าเป็นสถานพยาบาลของเอกชนประเภทผู้ป่วยนอกเบิกไม่ได้ จะเบิกได้แต่เฉพาะผู้ป่วยใน) อัตราการเบิกต้องเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนดเท่านั้น ตรวจจำนวนใบเสร็จรับเงิน จำนวนเงินที่ขอเบิก</p><p>Ø ตรวจถูกต้องแล้วจ่ายเงินสดให้ผู้เบิกรับไปโดยเซ็นต์ชื่อรับไว้ในทะเบียนคุมหลักฐาน</p><p>Ø เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน (แบบ 7105) พร้อมใบเสร็จรับเงินบันทึกเสนอขออนุมัติเบิกจากผู้บังคับบัญชา โดยผ่านหัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มและผู้มีอำนาจอนุมัติตามขั้นตอน</p><p>Ø จัดพิมพ์ฎีกาวางเบิกตามระบบ GFMIS </p><p>Ø เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่การเงิน เขียนเช็คสั่งจ่ายส่งใช้เงินยืมทดรองราชการ</p><p>หมายเหตุ กรณีเบิกเป็นเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปี ต้องดูว่าผู้ใดใช้สิทธิ การตรวจสุขภาพนี้จะเบิกได้สำหรับตนเองเท่านั้น ไม่รวมถึงบุคคลในครอบครัวและต้องเป็นสถานพยาบาลของรัฐเพียงอย่างเดียว เบิกได้ปีละ 1 ครั้ง โดยดูจากใบเสร็จรับเงิน </p><p>2. การเบิกจ่ายเงินค่าการศึกษาบุตร (ใช้แบบ 7200)</p><p>เนื่องจากปัจจุบันระเบียบเกี่ยวกับการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตรได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เจ้าหน้าที่ต้องตรวจทุกระดับชั้น เพราะการศึกษาบุตรเบิกได้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 แต่ไม่เกินระดับปริญญาตรี โดยอายุต้องไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ </p><p>การจ่ายเงิน มี 2 แบบ คือ</p><p>1. สำรองเงินสด</p><p>2. จ่ายโดยการโอนเข้าบัญชีของผู้เบิกโดยตรง </p><p>ขั้นตอนการดำเนินการ</p><p>1. ผู้เบิกยื่นแบบขอเบิก (แบบ 7200) ต่อเจ้าหน้าที่การเงิน</p><p>2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ ดังนี้</p><p>v ตรวจสอบใบเสร็จ ต้องเป็นใบเสร็จที่ทางสถานศึกษาเรียกเก็บเงินv ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรที่บิดามารดาจดทะเบียนรับรองบุตรไว้ถูกต้องตามกฎหมาย และและบุตรต้องไม่เกิน 3 คน ยกเว้นกรณีบุตรแฝด (และถ้าบุตรแฝดคนหนึ่งคนใดตาย ก็ให้ลดจำนวนลงจนเหลือ 3 คน</p><p>v ตรวจสอบอัตราเงินบำรุงการศึกษาและเงินค่าเล่าเรียนโดยถือปฏิบัติตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0409.5/ว196 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2549 และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาสังกัด สพฐ. </p><p>ปัญหาอุปสรรคที่พบเสมอ ๆ ในการเบิกเงินสวัสดิการ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> มีดังนี</p> 1. ผู้เบิกกรอกข้อความไม่ครบถ้วนบบ 7105 และแบบ 7200 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal"> 2. ใบเสร็จรับเงิน เขียนชื่อ -สกุล ผิด จำนวนเงิน</p> ที่เป็น ตัวเลข ไม่ตรงกับ จำนวนเงินที่เป็นตัวอักษร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal"> 3. ยานอกบัญชีหลักแห่งชาติไม่มีหนังสือรับรองของ</p>แพทย์ และไม่มีตรา ประทับของโรงพยาบาล <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal"> 4. ค่าเล่าเรียนในแต่ละโรงเรียนจะเบิกไม่เหมือนกัน คือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">แต่ละโรงเรียน การเรียกเก็บจะเป็นไปตามที่คณะกรรมการการศึกษา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">ขั้นพื้นฐานของ โรงเรียนกำหนด ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจไม่สามารถ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">ตรวจหลักฐานการเบิกค่าเล่าเรียนของแต่ละโรงเรียนได้ เนื่องจากไม่มี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">หนังสือรับรองของ โรงเรียนแนบมา</p><p> แนวคิดและวิธีการแก้ไขการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ มีดังนี้ </p><p>1. เจ้าหน้าที่ขั้นต้นโรงเรียน ตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำส่งเบิก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal"> 2. การเบิกค่าเล่าเรียน ผู้เบิกต้องแนบหนังสือรับรอง</p><p>ของแต่ละสถาบันด้วยทุกครั้ง </p><p>3. เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องรวบรวมระเบียบให้เป็นสัดส่วน เพื่อสามารถตรวจสอบได้ว่ารายการใดเบิกได้ เบิกไม่ได้เมื่อมีผู้สอบถาม</p><p> ………………………………………. </p>