ผมชอบใจมาก ที่ The Nation ฉบับวันที่ 24 มิ.ย. 50 ลงเรื่อง Plea to boost indigenous cattle-raising เขียนโดย กมล สุกิน นักข่าวของ เดอะเนชั่น ที่ทำหน้าที่เขียนเรื่องดีๆ เรื่องแนวนวัตกรรม ที่ผมชื่นชอบ
ผมมีข้อสังเกตมานานแล้ว ว่าสังคมสมัยใหม่ของเรา มีการลดค่าของภูมิปัญญาไทย ทั้งที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัว มาตรการลดค่าอย่างหนึ่งคือ กระบวนการที่เรียกว่า "การพัฒนา" ที่รัฐบาลดำเนินการ อีกส่วนหนึ่งคือกระบวนการที่เรียกว่า "วิชาการ" ที่นักวิชาการดำเนินการ เราไม่รู้ ไม่เข้าใจ ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เราก็บอกไว้ก่อนว่าความรู้ หรือวิธีการ ที่เราคุ้นเคย และที่เรานำไปเผยแพร่ ดีกว่า ทันสมัยกว่า สะดวกกว่า โดยไม่ได้คำนึงเลยว่า ชาวบ้านเขามีบริบท หรือสภาพแวดล้อม ที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคย
เราไม่เคยเข้าไปทำความเข้าใจความรู้ในบริบทของชาวบ้าน ที่เป็น "ความรู้ฝังลึกในคน ในวัฒนธรรม" (Tacit Knowledge) แต่เราบอกว่าความรู้ของเขาล้าสมัย เป็นความรู้ที่ไม่ตั้งอยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เวลานี้เรารู้แล้วว่า นี่คือความเขลาของนักวิชาการสมัยใหม่ นี่คือความเขลาของนักพัฒนาตามก้นอเมริกัน หรือยุโรป
ผมชอบใจที่ ดร. จุฑารัตน์ เศรษฐกุล แห่ง สจล. บอกว่าเนื้อวัวพื้นเมืองไทย ที่เลี้ยงแบบชาวบ้าน ดีกว่าเนื้อวัวพันธุ์นำเข้า ที่เลี้ยงในฟาร์ม หากนำไปปรุงและกินตามแบบไทยๆ เช่น ลาบ มัสมั่น แกงเนื้อ แต่ไม่เหมาะที่จะนำไปทำสเต็ก กินแบบฝรั่ง ที่ดีกว่ามากคือทำกำไรแก่ผู้เลี้ยงได้ดีกว่าเลี้ยงวัวพันธุ์ และคุณภาพเนื้อดีกว่า ในด้านเป็นอาหารสุขภาพ เพราะมันน้อยกว่า และไม่มีสารปฏิชีวนะ และสารตกค้างอื่นๆ ที่ฟาร์มวัวใช้ผสมอาหารให้วัวกิน
นักวิชาการที่ดีต้องแยกแยะอย่างนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม มีทั้งส่วนดีและส่วนเสียเสมอ (รวมทั้งคน เช่นตัวผม) การที่เราไม่เคยทำงานวิชาการ หาส่วนดีของสิ่งที่เรามี หรือพัฒนามาแบบภูมิปัญญาพื้นบ้านมาเป็นเวลานาน สะท้อนความอ่อนแอของวงการวิชาการวิทยาศาสตร์ไทย และสะท้อนความอ่อนแอของวงการวิชาการสังคมศาสตร์ไทยด้วย เพราะเราปล่อยให้มีวาทกรรมในสังคมที่กดขี่ลดทอนความมั่นใจในตนเอง สูญเสียความภูมิใจในภูมิปัญญาที่ตนมี ไม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น
บทความใน The Nation วันนี้ จึงมีคุณต่อสังคมไทยหลายด้าน ผมจึงขอแสดงความขอบคุณคุณกมล สุกิน และ เดอะ เนชั่น มา ณ ที่นี้
วิจารณ์ พานิช
24 มิ. ย. 50
วันครบรอบ 75 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง และครบรอบ 75 ปี สวนโมกข์
เรื่องเนื้อวัว-ควาย เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่อาจารย์แบ่งปัญค่ะ
แต่ที่จะแสดงความเห็นคือ ได้ยินชื่ออาจารย์มานานแล้วแต่เพิ่งได้เห็นรูปอาจารย์วันนี้เอง เพราะเพิ่งเข้า web นี้ ยินดีค่ะ
ได้อ่านแล้วรู้ว่าใช่แน่..เพราะองค์กรของผมทำงานเกี่ยวกับการทำเด็กเลวให้เป็นเด็กดี..แต่ลองผิดลองถูกนำทฤษฎีต่างชาติมาใช้ในแก้ไขเด็กไทยอยู่เสมอในรอบ 20 ปี ไม่เคยหันกลับมาดูบริบทของสภาพแวดล้อมในสังคมไทยที่มีภูมิอะไรอยู่แล้วนำมาใช้กับเด็กไทย...ชัดๆเลยในเรื่องวิชาการศึกษายิ่ง"พัฒนา"ยิ่งเปลียนเนื้อหาวิชาการ..แต่เด็กไทยยิ่งโง่ลง..เพราะด็อกๆๆท่านเอาวิชาเกินฝรั่งต่างด้าวมาอวดภูมิทั้งดุ้น..เหมือนเอากางเกงฝรั่งมาให้ลิงเหลืองใส่มันก็..ขาดๆเกินๆ อย่างนี้แหละ..กรรมของเด็กไทย..เพิ่งเข้ามาได้ข้อคิดที่ดีหลายอย่าง
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เมืองไทยเรามีหลายๆสิ่งที่ดี มีคุณค่าพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ต้องไปตามกระแสตะวันตก เพียงแต่นำมาปรับให้เหมาะสมกับวิธีชีวิตแบบไทยๆ และพัฒนาให้เกิดศักยภาพ ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดีครับ