แม้สังคมจะเปลี่ยนไป แต่ความเป็นไทยต้องคงอยู่
สมัยเราเป็นเด็กจะมีปริศนาคำทายที่จำจากผู้ใหญ่และทายกันต่อ ๆ มา ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวกับต้นไม้ สัตว์ สิ่งของ ชีวิตความเป็นอยู่ โดยเริ่มต้นว่า “อะไรเอ่ย” เช่น
“ต้นเท่าครก ใบปรกดิน” (ตะไคร้)
“ต้นเท่าแขน ใบแลนเสี้ยว” (อ้อย)
“ต้นเท่าขา ใบวาเดียว” (กล้วย)
“สี่ขาเดินมา หลังคามุงกระเบื้อง” (เต่า)
“แปดขาเดินมา หลังคามุงสังกะสี” (ปู)
“กลางวันยืน กลางคืน
นอน” (บันได)
ฯ ล ฯ
เด็กปัจจุบันที่อยู่ในสังคมข้อมูลข่าวสาร ได้รับอิทธิพลจากสื่อโฆษณา ทำให้มีศัพท์แสลงเข้ามามีผลต่อปริศนาคำทายของเด็กอย่างมาก ในมุมมองหนึ่ง เราอาจมองว่าเด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มากขึ้น แต่ผู้ใหญ่หลายคนรู้สึกเป็นห่วงว่าความเป็นไทยจะสูญหาย ยังโหยหาปริศนาคำทายสมัยก่อนที่งดงามเป็นธรรมชาติอยากให้หวนคืนมาอีก
ผู้ใหญ่หลายคนคงจะเคยปวดหัว เมื่อถูกเด็กรุ่นใหม่ทายปริศนาของเขาแล้วตอบไม่ได้ เช่น
“สัตว์ชนิดใดเป็นแม่ของปลาช่อน”
(ไก่แก่ แม่ปลาช่อน)
“สัตว์ชนิดใดเป็นยายของปลาช่อน”
(ค้างคาว แม่ไก่)
“พืชชนิดใดที่ขับรถได้”
(เถาวัลย์ ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด)
“ชมรมซออู้ ซอด้วง กลัวชมรมอะไรมากที่สุด”
(ชมรมจิ๊กซอ)
“ตึกอะไรสูงที่สุด”
(ตึกบัญชาการทหารสูงสุด)
“ไข่อะไรที่หลอกลวง”
(ไข่ต้ม, ไข่ตุ๋น)
“ทำไมสโนไวท์ถึงมีฟันสะอาด”
(มีคนแคระ 7 คน)
“ปลาอะไรปีนเขาได้”
(ปาเจโร)
“สัตว์ชนิดใดชอบฟังเสียงซอ”
(ควาย)
“ใครรู้บ้างว่าลูกของ ร.ต.ต.เฉลิม อยู่ที่ไหน”
(อยู่บำรุง)
ฯ ล ฯ
แม้นสังคมจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ความเป็นไทยยังคงอยู่ ครูเอียดเป็นอีกคนหนึ่งที่ยังคงใช้กิจกรรม "อะไรเอ่ย" ทายปริศนากับเด็กๆในห้องสมุดโรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน เพราะมีนักวิชาการหลายท่านได้กล่าวว่า "ปริศนาคำทายอะไนเอ่ย" เป็นเกมสร้างสรรค์ ฝึกทักษะการคิดให้กับเด็กๆ และสร้างสัมพันธภาพแห่งความรักภายในครอบครัว และครูกับศิษย์ จริงไหมคะ
สวัสดีครับ......
อย่างคำถามนี้...
อะไรเอ่ย ขึ้นต้นด้วยหอ หีบ
ไม่ถึงสิบสุดท้ายตัว อี หนอ
คิดสั้นๆอย่าคิดมากจนเกินพอ
อะไรหรอลองตอบดูห้ามคิดไกล...
ถ้าถามอย่างนี้
กู....คิดเองก็ได้
ไอ้พวกค