สู่ 5 ส ที่สมบูรณ์อย่างมีความสุขได้อย่างไร

ใครแวะเวียนผ่านมายังฝ่ายทันตกรรม คณะแพทยศาสตร์ ก็จะต้องตกตะลึงว่า 5 ส สามารถเข้าเส้นเข้าไปในเนื้อในหนัง ในจิตในใจของบุคลากรฝ่ายทันตกรรมได้อย่างไร

 

                          ช่วงนี้ใครแวะเวียนผ่านมายังฝ่ายทันตกรรม คณะแพทยศาสตร์ ก็จะต้องตกตะลึงว่า 5 ส สามารถเข้าเส้นเข้าไปในเนื้อในหนัง ในจิตในใจของบุคลากรฝ่ายทันตกรรมได้อย่างไร
                        เริ่มต้นคงจะมาจากการทำ 5 ส มาเป็นประจำอย่างเนิ่นนาน แต่แปลกก็คือว่าก่อนหน้านี้เป็นไปแบบเหมือนถูกบังคับให้ทำ จึงทำแบบไม่เต็มใจทำ หรือเต็มใจทำแต่ไม่ได้เห็นคุณค่าของ 5 ส ที่มีผลดีต่อตัวเราเองอย่างเห็นได้ชัดได้อย่างไร
                        วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวที่มาจากจิตใต้สำนึกจริง ๆ พบว่า 5 ส ที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการขับเคลื่อนจากจิตใต้สำนึกของผู้คนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าฝ่าย และผู้ปฏิบัติการ                  ที่ผ่านมาการดำเนินงาน 5 ส ของคณะ ขับเคลื่อนไปโดยนโยบายของคณะ แต่ขาดแรงขับเคลื่อนจากจิตใต้สำนึกของผู้ร่วมงานอย่างจริงจัง เรียกได้ว่าขาดจิตวิญญาณ หรือความรู้สึกตัวทั่วพร้อมในการปฏิบัติ 5 ส
                         ความรู้ตัวทั่วพร้อมในการทำ 5 ส พวกเราต้องคิดว่าคณะแพทยศาสตร์ของเราเป็นองค์กรที่มีชีวิต และเราเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ภาพที่เห็นพูดได้ว่าเรายังมองแยกส่วน แยกแผนก แยกฝ่าย และขาดการดูแลในพื้นที่ต่อเนื่องกัน เช่น ฝ่ายทันตกรรมมีผนังส่วนในและส่วนนอก ส่วนในฝ่ายทันตกรรมดูแล ส่วนนอกฝาผนังเคหะบริการดูแล แต่ขาดการเชื่อมโยงการดูแลบริเวณด้านนอก ส่งผลถึงการดูแลข้างในด้วย ประสบการณ์คือการดูแลกระจกบานเกร็ดให้สะอาด ต้องสะอาดทั้งภายนอกและภายใน มีอยู่หนึ่งบานชำรุด ไม่สามารถเปิดการเช็ดกระจกได้ ต้องอาศัยการเช็ดจากภายนอก แต่เราก็เชื่อมคนภายนอกได้ลำบาก เราก็เลยต้องทำเอง โดยไม่คิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายเคหะอีกต่อไป เราต้องทำเองเลยค่ะ และเต็มใจทำ เพื่อภายในของเราจะได้สะอาด
                     ส่วนที่สอง ฝ่ายวิศวกรรม ซึ่งเป็นส่วนที่เหนื่อยมากกว่าปกติ เพราะมีหลายคนมาติดต่อให้ไปซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุดต่าง ๆ จากการสังเกตการทำงานของผู้คนในฝ่ายวิศวะ พบว่าเขาทำงานแบบไม่เต็มใจ และไม่มีความสุข และทำงานแบบขอไปที ผลงานจึงออกมาแบบไม่มีคุณภาพ ต้องอาศัยช่างจากภายนอกช่วยแก้ไข
 ขอเล่าจากประสบการณ์ตรง ฝ่ายทันตกรรมต้องทาสีภายในทั้งหมดเนื่องจากฝาผนัง ตู้ต่าง  ใช้งานมาร่วม 20 กว่าปี ซึ่งเก่ามาก และแผนเดิมนั้นเราต้องย้ายไปที่ใหม่ จึงไม่ได้ซ่อมแซมมาก่อน แต่เมื่อ 5 ส จะมา
                         หัวหน้าฝ่ายวิศวะได้รับคำสั่งจากคณบดีในที่ประชุม 5สให้ช่วยดูแลความเรียบร้อยให้ฝ่ายทันตกรรมจึงได้บอกให้ช่างมาทาสี บอกช่างว่าทาแต่ฝาผนังแทนที่จะถามฝ่ายทันตกรรมก่อนว่าจะต้องทาอะไรบ้างจึงไม่สามารถทาสีให้สวยงามทั่วทุกบริเวณที่ไม่สวยงาม ที่เหลือเราจึงต้องขออนุมัติใหม่เองทั้งหมด โชคดีที่ท่านผู้บริหารบอกกับเราว่า “ทันตกรรมขออะไรมาอนุมัติหมด” คำนี้สำคัญมาก ทำให้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเราไม่ถูกสะกัดกั้น (แต่เราทำไปด้วยความสมเหตุสมผลทุกอย่าง ไม่ได้ฟุ่มเฟือย แต่รู้ว่าเหมาะสม และมีเหตุมีผลที่จะจัดซื้อ และจัดทำ ขอขอบคุณท่านผู้บริหารที่ไว้วางใจชาวทันตกรรม จึงส่งผลให้เราทำ 5 ส อย่างเต็มศักยภาพ และฝ่ายวัสดุก็เปิดกว้างให้เราติดต่อซื้อเองได้ เพื่อจะได้ถูกใจ และรวดเร็วทันใจ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วย
                       ข้าพเจ้านึกขอบคุณ 5 ส ไทยแลนด์อยู่ตลอดเวลาว่า ขอบคุณที่มาเยี่ยมเรา ทำให้หลายคนที่นอนหลับไหลเป็นกระต่าย ตื่นขึ้นและเรียนรู้ปฏิบัติ 5 ส อย่างบ้าระห่ำ ประเภทที่เรียกว่า 5 ส เข้าเส้น ทีมงานของข้าพเจ้าเกือบทุกท่านที่ตื่นรู้ และเข้าเส้นไปแล้ว คำว่า “ 5 ส เข้าเส้น” นี่สำคัญมาก ข้าพเจ้าหมายถึง 5 ส ได้เข้าไปสู่ตัวตนของเราทุกเซลล์ในร่างกาย ไม่ใช่เพียงเซลล์สมองเท่านั้น จึงก่อให้เกิดการปฏิบัติ 5 ส อย่างมีความสุข และเห็นอะไรก็ขัดหูขัดตา ถึงขนาดต้องลงมือแก้ไขโดยด่วน ช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน อย่างสนุกสนาน จำได้ถึงบรรยากาศอย่างดี เคยเจอเมื่อครั้ง รพ.มอ. ขอรับรอง HA ครั้งแรกสุดคล้าย ๆ กันฉันนั้น
                   แต่ก็ยังมีกลุ่มคนบางส่วนที่ยังเห็น 5 ส เป็นเรื่องของเด็ก ๆ เด็ก ๆ ทำไปเถอะ ไม่เห็นมีอะไร และบางคนก็ทำไปทุกข์ไปเพราะมัวไปติดยึดอยู่กับความรู้สึกบางอย่าง อยากจะบอกว่า 5 ส ชนิดเข้าเส้น หรือ 5 ส นี่มีคุณค่านานับประการ เสียดายว่าการทำ 5 ส ของเรา ตั้งแต่เริ่มต้นไม่ได้ต้นฉบับมาจาก 5 ส ไทยแลนด์ เพราะรายละเอียดของแต่ละ ส ผิดแผกแตกต่างไปมาก ทำให้เราทำ 5 ส ได้ไม่มาตรฐานเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่แท้จริง จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะต้องเริ่มต้นกันใหม่
                      วันนี้หลังจากเขาตรวจ 5 ส แล้ว นำภาพมาเล่าสู่กันฟัง มีทั้งภาพที่ดีและไม่ดี เพื่อให้เราปรับปรุงแก้ไขให้เข้าสู่มาตรฐาน 5 ส อย่างแท้จริง
                         วันนี้ทางฝ่ายทันตกรรมได้จัดประชุมสรุปเรื่องกิจกรรม 5 ส โดยใช้กระบวนการสุนทรียสนทนาในการนำพากิจกรรม ซึ่งเริ่มต้นด้วยการให้ทุกคนได้ผ่อนพักตระหนักรู้ ด้วยการเปิดเพลงเบา ๆ และให้ทุกคนนั่งหลับตา ผู้นำได้นำพาให้ทุกคนได้ใคร่ครวญถึงกิจกรรม 5 ส ที่ตัวเองได้มีประสบการณ์มาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ให้ใคร่ครวญดูว่าที่ผ่านมาจากอดีตถึงปัจจุบัน แต่ละคนได้ทำกิจกรรม 5 ส ด้วยความรู้สึกอย่างไร มีความคิดและความจำอะไรบ้างเกี่ยวกับ 5 ส โดยใคร่ครวญและจดจำไว้ เพื่อนำมาพูดคุยในวงต่อไป
                           จากการพูดคุยในวงพบว่าทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า 5 ส ที่ผ่านมาครั้งนี้ดีมาก ๆ กล่าวคือ ได้เห็นความสามัคคี กลมเกลียว ความมีน้ำใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและรู้สึกภูมิใจมาก ๆ ที่สามารถทำให้ฝ่ายทันตกรรมได้สวยงามและน่าอยู่มากขึ้น รู้สึกอยากมาทำงานมากขึ้น
                       บางคนบอกว่าในอดีตการทำ 5 ส ดูเหมือนเป็นเรื่องน่าเบื่อ รู้สึกต่อต้าน แต่ตอนนี้พอทำร่วมกันแล้วดูคึกคัก สนุกสนาน และผลที่ได้ออกมาสะอาด สบายตา สบายใจ ก็รู้สึกว่า 5 ส เป็นสิ่งที่น่าทำ และอยากให้ทุกคนทำให้เป็นนิสัยต่อไป
                       บางคนบอกว่า นึกไม่ถึงว่าเราจะทำได้สวยงามขนาดนี้ รู้สึกมีความสุขที่เห็นทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำ รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น อยากให้ทุกคนได้ทำอย่างนี้ตลอดไป
                                 บางคนบอกว่า ตอนนี้ 5 ส ได้เข้าไปในสายเลือดแล้ว รู้สึกอยากทำและทำตลอดเวลา แม้กลับไปที่บ้านยังไปทำ 5 ส ที่บ้านต่ออีก มีความสุขที่ได้ทำ
                     โดยสรุปคือว่า การทำ 5 ส ครั้งนี้ทำให้ส่วนใหญ่มีความสุข ทำด้วยความร่วมมือ ร่วมใจ และสุดท้ายก็รู้สึกสดชื่น สบายตา สบายใจ รู้สึกอยากโชว์ อยากให้เขามาเยี่ยมตรวจ แต่เสียดายวันนั้นเขาไม่มา อิอิ ถ้ามาคงสนุกแน่ ๆ แต่หลายคนได้กล่าวย้ำว่า ขอให้พวกเราได้ทำ 5 ส จนเป็นนิสัยอย่างนี้ตลอดไป
                     วันนี้ที่ประชุมเราก็สรุปกันว่า เราควรจะปรับปรุง 5 ส เพิ่มเติม ในเรื่องใดบ้าง จะต้องทำกันต่อไป  น่าเสียดายที่บางคนไม่ได้ร่วมมือ ร่วมใจอย่างเต็มที่ ฉันสังเกตเห็นว่า คนที่ทำ 5 ส ครั้งนี้ไม่มีความสุข น่าจะเกิดจากการอคติในใจบางอย่างหรือมีความคิดในแง่ลบ กับ 5 ส หรือกับผู้ร่วมทำ 5 ส จึงทำให้รู้สึกว่า ทำ 5 ส น่าเบื่อ น่ารำคาญ ความคิดเช่นนี้ จะทำให้เราทำไปทุกข์ไป สุดท้ายเราก็เจ็บไข้ได้ป่วยเอง ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนเป็นเรื่องของความคิด ความจำ และความรู้สึกของเราเองทั้งสิ้น เรามักจะคิดว่าคนอื่นไม่เห็นใจเรา ไม่ตามใจเรา แต่เราลืมคิดถึงว่า ส่วนรวมต้องการอะไร การทำใด ๆ ก็ตาม เราควรคิดว่าเราทำให้ส่วนรวมดีก่อน สำหรับส่วนตนนั้น เราค่อยมาปรับความรู้สึกเราจะดีกว่า เพราะการคิดเปลี่ยนแปลงคนอื่นนั้นลำบากมาก สู้เราเปลี่ยนแปลงความคิดเราสู่แง่บวกเสียเอง ความสุขก็จะเกิดขึ้นโดยง่าย หากเราดื้อด้าน ดันทุรังให้ทุกคนมาทำตามใจเรา เราคงต้องทุกข์ไปจนวันตาย ก็หาใครมาเอาใจเราไม่ได้ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้ตัวเราเองยังทำตามใจตัวเราเองยังไม่ได้ เช่น เราคิดอยากจะออกกำลังกายทุกวัน เรายังทำไม่ได้เลย แล้วจะเอาอะไรกับคนอื่นเขา
                      การทำ 5 ส ให้มีความสุข จึงเป็นเรื่องของการตื่นรู้กับปัจจุบันขณะ นั่นคือ 5 ส เป็นเรื่องของการสร้างวินัยในส ที่ 5 วัตถุประสงค์คือ ให้เราปฏิบัติ 5 ส ทุกที่ ทุกเวลา ทุกลมหายใจในขณะที่ทำงาน และทำทุก ส ไปพร้อม ๆ กันด้วยทุก ส และสุดท้ายเราก็จะเกิด ส สร้างสรรค์ และนวตกรรมใหม่เกิดขึ้นด้วย
 กล่าวได้ว่า 5 ส คือ การทำงานด้วยใจที่ใคร่ครวญทุกขณะลมหายใจ 5 ส จึงเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำอย่างไม่มีเงื่อนไข และ 5 ส ไม่ได้เป็นการเพิ่มงานของเราอีกต่อไป
                       และที่สำคัญ ในการที่เราอยู่ร่วมกัน เราต้องยึดเอาใจเขาไปใส่ใจเรา ควรพูดคุยสื่อสารให้เข้าใจ และเราจะได้ทำงานร่วมงานไปด้วยกันอย่างมีความสุข อย่าลืมว่าเราใช้เวลาที่ทำงานหนึ่งในสามของชีวิต หากเวลาส่วนนี้ไม่มีความสุขเราก็คงไม่ฉลาดนักในการดำรงชีวิตในทุกวันนี้
                       เป็นที่แปลกใจเหมือนกันว่าเมื่อได้ฟัง 5 ส จากอาจารย์อนุวัติที่มาบรรยายให้ฟัง เนื้อหา และความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ 5 ส นั้น แตกต่างไปจากที่เราทำกันมาร่วม 10 ปี อย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ


1. การเริ่มทำ 5 ส ให้เริ่มทำจาก ส ที่ 5 คือ สร้างวินัยร่วมกัน และ 5 ส ให้เริ่มด้วยการสร้างแรงจูงใจให้ทำ เนื่องจากการทำ 5 ส ทำให้ตัวเราเองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น
2. จากนั้นให้เริ่มทำ ส สะอาด ซึ่งก็แปลกว่า ส สะอาด นั้นวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบผิดปกติ นั่นคือทำไปดูไปว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง หากเจอก็ให้ติดป้ายไว้ เพื่อการแก้ไขต่อไป
3. จากนั้นให้มาทำ ส ที่ 1 คือ สะสาง วัตถุประสงค์เพื่อลดความสูญเปล่า (ทั้งวัตถุและระบบงาน) นั่นคือ ให้เราได้พิจารณาว่างานใดบ้างที่ทำแล้วซ้ำซ้อนกัน ให้สะสางเหลือขั้นตอนเดียว เพื่อจะได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ของใดบ้างที่ไม่ใช้ประโยชน์ก็ให้สะสาง
4. แล้วจึงมาทำ ส สะดวก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยมีตัวชี้วัดคือ จะต้องสามารถหยิบของมาใช้ได้ภายในเวลา 30 วินาที ดังนั้นข้อนี้จึงเริ่มต้นด้วยการสร้างผัง และกำหนดผู้รับผิดชอบชัดเจน และก็จัดวางของตามผัง ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ใช้ visual control คือแค่เห็นก็รู้แล้วว่ามีความผิดปกติ หรือถ้ามีแก้ไข เช่น วางสันแฟ้มตามหมายเลข หากมองแล้วไม่เรียงก็แสดงว่าแฟ้มหายไป
5. สร้างมาตรฐานเป็น ส ที่ 4 เมื่อถึงขั้นนี้ก็ให้ทำเป็นมาตรฐานหน้างานไว้ทุกงาน เพื่อที่จะให้ทุกคนสามารถทำงานแทนกันได้ อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน งานจึงมีมาตรฐานเดียวกัน และทำให้งานมีคุณภาพ และในขณะเดียวกันก็ต้องปรับปรุงมาตรฐานไปอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถเข้าสู่มาตรฐานระดับโลกได้
                สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนมีความสุขในการทำ 5 ส และขอให้ 5 ส เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และขอให้ทุกคนมีความสุขทุกลมหายใจ และขอให้ทุกข์ยากแต่สุขง่าย ๆ สุขง่ายด้วยใจเราเท่านั้นค่ะ
          

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พัฒนาจิต พัฒนาตน พัฒนางาน



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 
บันทึกนี้ของคุณเอื้อทันตกรรม เสริมกันกับบันทึกคุณเอื้อพยาธิ บันทึกนี้ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ น่าดีใจที่มุมมองดีๆแบบนี้ได้รับการถ่ายทอดให้พวกเราได้รับรู้กันค่ะ จะเห็นได้ชัดเลยว่า สิ่งนี้ถ้าเนียนไปกับตัวเราไปกับงานได้เมื่อไหร่ ที่ไหนๆก็เป็นสวรรค์นะคะ
หมอหลอง
IP: xxx.12.74.7
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยค่ะพี่โอ๋  เรามารวมพลังขยายผลกันเถอะค่ะ