Mail to Friends... How to Use... Bookmark this Page... Print this Page... src="/images/ichelp.gif" width="72" height="18">
  ค้นหา:   Thailand Directory Web Statistics at truehits.net  
 
 
 
 
 
โคลิก เด็กร้อง 100 วันโดยไม่ทราบสาเหตุ  
   
อาการที่เด็กร้องกระจองอแงแบบเอาเป็นเอาตายในช่วงอายุประมาณ 3 เดือนแรก หรือที่เรียกว่า “โคลิก” นั้น คุณพ่อ คุณแม่หลายท่านอาจมีประสบการณ์กับตัวเองมาแล้ว คงพอรู้วิธีรับมือและปรับตัวเมื่อลูกร้องได้ แต่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ รวมไปถึงหลายคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ อาจมีข้อสงสัยว่า เด็กร้องแบบไหนถึงจะเรียกว่าร้องแบบโคลิกแล้ว จะมีวีธีการรับมือทำให้เด็กหยุดร้องได้อย่างไร

ผศ.พ.ญ.ปานียา เพียรวิจิตร หน่วยทางเดินอาหารเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่า การร้องโคลิก (colic) หรือที่เรียกว่า ร้อง 100 วัน พบได้ทั้งในเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงปริมาณไม่แตกต่างกัน การร้อง ในลักษณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่พบได้ค่อนข้างบ่อย คือประมาณ 20-30% โดยเกิดขึ้นในเด็กอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่อาการอาจจะรุนแรงขึ้นในช่วงอายุ 6-8 สัปดาห์ แล้วหายไปเองเมื่อเด็กอายุประมาณ 3 เดือน

การร้องโคลิก จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของแต่ละวัน ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเย็นมากกว่าช่วงเช้า โดยเด็กจะร้องเป็นเวลานานติดต่อกัน 2-3 ชั่วโมง ทำอย่างไรก็ไม่ยอมหยุดร้อง เด็กบางคนไม่ได้ร้องทุกวัน อาจจะร้องประมาณ 3-4 วันใน 1 สัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาในการร้องของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เวลาที่เด็กร้องหน้าจะแดง เสียงร้องดัง แหลม และอาจมีอาการเกร็งแขนและขา ไม่ยอมหยุดง่าย ๆ เด็กบางคนมีการผายลมร่วมด้วย พ่อแม่อาจคิดว่า ลูกปวดท้อง มีแก๊สในท้อง แต่จริง ๆ แล้วเป็นการร้องโคลิก ความจริงถ้าเด็กร้องในช่วงแรก ๆ พ่อแม่อาจไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไรแต่ถ้าเกิดเป็นซ้ำ ๆ ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นการร้องโคลิก

เด็กที่ร้องอาจจะไม่ใช่ร้องแบบโคลิกทั้งหมด ดังนั้นควรตรวจสอบหาสาเหตุในเบื้องต้นก่อนว่าเด็กร้องเพราะอะไร เช่น ดูว่าผ้าอ้อมเปียกเนื่องจากเด็กปัสสาวะ หรืออุจจาระมั้ย หรือเป็นเพราะเด็กไม่สบาย เด็กหิว ท้องอืด มีอาการระคายเคืองจากถุงมือ หรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ หรือมีอะไรไปรบกวนเด็กหรือไม่ ถ้าหาสาเหตุเหล่านี้ไม่เจอ พ่อแม่มือใหม่ที่ไม่มั่นใจก็ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ

ทั้งนี้เด็กที่ร้องแบบนี้ส่วนหนึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการแพ้นมวัว เพราะไม่ได้กินนมแม่ เมื่อแพ้นมวัวจะทำให้ปวดท้อง มีแก๊สในท้อง ก็ต้องให้เด็กหยุดกินนมวัวแล้วหันไปกินนมชนิดอื่นแทน โดยปกติเด็กที่แพ้นมวัวจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีผื่นขึ้น ถ่ายอุจจาระเหลวผิดปกติ อาเจียน ในขณะที่เด็กบางคนร้องเพราะติดการดูด ถ้าเพิ่งให้นมอิ่มแล้วเด็กร้อง ก็ไม่ควรให้นมหรือน้ำอีกเพราะอาจทำให้เด็กสำลัก โดยคุณหมอบางท่านแนะนำให้หาจุกนมหลอกมาให้เด็กดูดแทน เพื่อไม่ให้เด็กร้อง

ถ้าถามว่าอาการที่เด็กร้องติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ จะเป็นอันตรายหรือไม่ คงต้องบอกว่า ไม่เป็นอันตรายอะไร และไม่จำเป็นต้องให้ยาทาหรือยากินแก่เด็ก เพราะยากินบางชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ค่อนข้างมากอาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ หรือยากินบางชนิดเป็นยาประเภทนอนหลับก็ไม่ควรใช้

การที่เด็กร้องเป็นเวลานาน 2-3 ชั่วโมงแม้เด็กจะไม่เป็นอันตราย แต่อาจเป็นอันตรายในทางอ้อม คือ พ่อแม่เครียด เพราะลูกไม่หยุดร้องเสียที บางคนเหนื่อยมาทั้งคืน อาจมีอารมณ์เผลอไปเขย่าลูกโดยไม่ตั้งใจ ตรงนี้น่าเป็นห่วง ดังนั้นถ้ารู้ว่าเด็กมีอาการร้องแบบโคลิก หมอจะแนะนำว่า อย่าให้คุณแม่เด็กดูแลเด็กคนเดียว ต้องหาคนมาช่วยดูแล หรือคนในครอบครัวช่วยดูแลสลับกัน เพราะมีเหมือนกันที่เผลอไปทำอะไรลูกโดยไม่รู้ตัว

สำหรับความเข้าใจเรื่องการร้องโคลิก พ่อแม่บางคนก็พอมีความรู้ในเรื่องนี้บ้าง ส่วนคนที่ไม่รู้และไม่มีประสบการณ์ หมอจะอธิบายให้เข้าใจว่าอาการแบบนี้จะหายไปเองใน 3 เดือน แต่ในช่วงที่มีปัญหาก็แนะนำว่าควรทำอย่างไรบ้างในเวลาที่เด็กร้องเพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงนั้นไปได้

ยกตัวอย่างเช่น ในช่วง 6 โมงเย็นของทุกวันเด็กจะร้อง หมอจะให้คำแนะนำว่า ก่อนหน้านั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะให้เด็กอยู่ในห้องที่เงียบ ๆ แสงสว่างน้อย ๆ เพื่อให้เด็กสงบ พอจะช่วยบรรเทาการร้องลงไปได้บ้าง แต่เด็กคงไม่หยุดร้องไปเลยเสียทีเดียวขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคน แนะนำให้อุ้มเด็กแล้วนั่งเก้าอี้โยก หรืออุ้มพาเดินรอบห้อง ให้เด็กนอนคว่ำบนตักแม่ หรือนอนตะแคง หรือ ใช้ผ้าอ้อมห่อตัวให้แน่นพอสมควรเหมือนกับเด็กขดตัวอยู่ในท้อง ให้เด็กนอนหงายแล้วนวดท้องในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 5 นาที ซึ่งแต่ละวีธี จะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนด้วย เพราะวิธีการหนึ่งใช้ได้ผลกับเด็กคนหนึ่งแต่อาจใช้ไม่ได้ผลกับเด็กคนอื่นเสมอไป

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่ง ลี้ลับว่าเป็นสาเหตุทำให้เด็กร้องนั้น ผศ.พ.ญ. ปานียา บอกว่า ต้องทำความเข้าใจว่าถ้าเด็กร้องซ้ำ ๆ ควรจะไปปรึกษาหมอตามสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านจะดีกว่า อย่าไปทึกทักเอาเองว่าเป็นโน่นเป็นนี่แล้วไปกวาดยา ทายา หรือ พาเด็กไปรดน้ำมนต์ เพราะอาจทำให้เด็กไม่สบายได้

ท้ายนี้ต้องขอเรียนว่า การร้องกับเด็กเป็นของคู่กัน ส่วนใหญ่ผ่านพ้น 3 เดือนไปแล้วจะดีขึ้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องอดทน เพราะการร้องโคลิก ไม่เป็นอันตราย และไม่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ส่วนที่บางคนอาจบอกว่า เด็กที่ร้องโคลิกเป็นเวลานานจะทำให้มีเวลานอนน้อยกว่าเด็กที่ไม่ร้องนั้น ตรงนี้ไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะการที่เด็กร้องช่วงหนึ่งอาจจะนอนหลับได้ดีในช่วงอื่น ๆ ก็ได้