ตัวอย่างฤทธิ์ของยาหลอกที่พบกันบ่อยมากคือ รู้สึกว่า กินยาตามแผงลอย วิตะมิน หรืออาหารเสริมแล้ว "อะไรๆ ก็ดีขึ้น"

พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องคุณค่าของวิตามินดี ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีมาแล้ว วันนี้มีข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิตามินดีกับมะเร็งมาฝากครับ...

ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงแมรี พิคเคทท์ แห่งวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ เล่าว่า มีการศึกษาพบว่า วิตามินดีอาจจะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้

การศึกษานี้สุ่มตัวอย่าง 1,179 คนในรัฐเนบราสกา สหรัฐฯ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

  • กลุ่มที่ 1 > ให้กินวิตามินดีวันละ 1,000 หน่วยสากล (IU) และเสริมแคลเซียม
  • กลุ่มที่ 2 > ให้กินแคลเซียม และยาหลอก
  • กลุ่มที่ 3 > ให้กินยาหลอก

ยาหลอก (placebo) เป็นยาที่ทำขึ้นให้คล้ายยาจริงมากที่สุด เพื่อไม่ให้กลุ่มตัวอย่าง หรือผู้ที่มีส่วนร่วมในการวิจัยรู้ว่า เป็นยาจริงหรือยาหลอก

สาเหตุที่ต้องนำยาหลอกมาใช้ในการศึกษาวิจัย เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักจะมีปรากฏการณ์ "ความขลัง" กับยา

การศึกษาหลายๆ ครั้งพบว่า ยาหลอกให้ผลดีพอๆ กับยาจริง

ส่วนใหญ่คนไข้หรือกลุ่มทดลองมักจะรู้สึก(ถ้าไม่รู้ว่าเป็นยาหลอก)ว่า อาการดีขึ้นประมาณ 1 ใน 3 จึงต้องนำยาหลอกมาใช้ในการศึกษาคู่กับยาจริงในการศึกษาหลายรูปแบบ

ตัวอย่างฤทธิ์ของยาหลอกที่พบกันบ่อยมากคือ รู้สึกว่า กินยาตามแผงลอย วิตามิน หรืออาหารเสริมแล้ว "อะไรๆ ก็ดีขึ้น"

แต่เมื่อทำการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ ไม่บอกว่า ยาเม็ดนี้เป็นยาหลอก (placebo) หรือยาจริงแล้ว... ผลไม่ดีจริงอย่างนั้น

การศึกษาครั้งนี้ติดตามไป 4 ปี พบว่า กลุ่มที่กินแคลเซียมและวิตามินดีเสริมมีอุบัติการณ์ของมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเซลล์น้ำเหลือง (lymphoma) มะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) มะเร็งไขกระดูก (myeloma) มะเร็งเยื่อบุมดลูก ฯลฯ น้อยลงในปีที่ 2-4

เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กินวิตามินดีแล้ว... กลุ่มที่กินวิตามินดีเกิดมะเร็งน้อยละ 2-3 เท่า

อาจารย์หมอพิคเคทท์กล่าวว่า การศึกษานี้ออกแบบมาอย่างดี เสียดายที่กลุ่มตัวอย่างน้อยไป ทำให้ความน่าเชื่อถือไม่ดีพอ

เมื่อความน่าเชื่อถือไม่ดีพอก็จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านต่อไป

ช่วงที่รอการศึกษาเพิ่มเติมนี้... เรามาเสริมวิตามินดีตามธรรมชาติกันก่อนน่าจะดี

เพราะสิ่งที่แน่นอนในเวลานี้คือ วิตามินดี แคลเซียม แร่ธาตุ(เช่น แมกนีเซียม ฯลฯ)  และการออกกำลังกายส่งผลดีกับสุขภาพกระดูก

การได้รับแสงแดดอ่อนๆ วันละ 15 นาทีในช่วงเช้าก่อน 9.00 นาฬิกา หรือช่วงเย็นหลัง 16.30 นาฬิกามีส่วนช่วยผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีเพิ่มขึ้นได้

วิธีที่จะช่วยให้วิตามินดีออกฤทธิ์ทำให้กระดูกแข็งแรงได้ดีที่สุดคือ กินแคลเซียมและวิตามินดีให้พอ และออกกำลังเป็นประจำ

การออกกำลังที่ดีกับสุขภาพกระดูกได้แก่

  1. ออกกำลังต้านแรงดึงดูดโลก หรือให้มีการ "ลงน้ำหนัก" เช่น เดิน วิ่งเหยาะ(จอกกิ้ง) ฯลฯ การออกกำลังที่ไม่ต้านแรงดึงดูดโลกไม่ทำให้กระดูกแข็งแรง เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยานอยู่กับที่ ฯลฯ
  2. ออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ดึงสปริงหรือยางยืด เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส ฯลฯ 
  3. วิธีที่ดีมากคือ ออกกำลังหลายๆ รูปแบบ ผสมผสาน หมุนเวียนสลับกันในรอบสัปดาห์ (cross training) เช่น เดินให้มากทุกวัน วิ่งเหยาะวันเว้นวัน ยกน้ำหนักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ออกกำลังแบบตะวันออก (เช่น มวยจีน ชี่กง-ไทเกก ฯลฯ)ตามโอกาส ฯลฯ

วิตามินดีมีมากในผลิตภัณฑ์นม ไข่ ปลา และน้ำมันตับปลา

ท่านที่อายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปไม่ควรดื่มนมหรือกินผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็มส่วน (whole milk)

ควรเลือกนมหรือผลิตภัณฑ์นมชนิดไขมันต่ำ (low fat) หรือไม่มีไขมัน (nonfat) แทนนมไขมันเต็มส่วน

เนื่องจากนม หรือผลิตภัณฑ์นมชนิดไขมันเต็มส่วนมีไขมันอิ่มตัวสูงมาก ทำให้ร่างกายสร้างไขมันในเลือด หรือโคเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น

การป้องกันกระดูกก่อนวัยสูงอายุที่สำคัญมากคือ อย่าเมา เพราะเมาแล้วจะเสี่ยงอุบัติเหตุ เช่น รถชน ฯลฯ เสี่ยงทะเลาะวิวาท ซึ่งอาจตีรันฟันแทงกันจนกระดูกหัก หรือแขนขาขาดได้

อีกอย่างหนึ่งคือ นอนให้พอทุกวัน เพราะถ้าง่วงแล้วขับ(รถ)จะเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ

ชีวิตของเราเป็นเรื่องน่าทะนุถนอม เพื่อเก็บรักษาไว้ทำอะไรดีๆ

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี มีโอกาสออกกำลังกลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ และได้รับวิตามินดีเพียงพอครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

  • ผู้เขียนขอปิดส่วนความคิดเห็น และงดตอบปัญหา เพื่อปรับปรุงคำหลัก (key words) บันทึกย้อนหลังไปพลางก่อน

ขอแนะนำ...                                                    

  • รวมเรื่องสุขภาพ > "สุขภาพกระดูก"
  • [ Click - Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > "วิตามิน / ไวตามิน"
  • [ Click - Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > "ออกกำลัง"
  • [ Click - Click ]
  • รวมเรื่องสุขภาพ > "อาหารเสริม"
  • [ Click - Click ]
  • ขอแนะนำบล็อก "บ้านสาระ"
  • http://gotoknow.org/blog/talk2u

    แหล่งที่มา:                                      

  • ขอขอบพระคุณ > Mary Pickett, MD. Harward medical school > What your doctor is reading > Update from the medical journals > [ Click ] > June 29, 2007.
  • Many thanks to Intelihealth > Mary Pickett, M.D. > Harward Medical school > Vitamin D may help prevent cancer > [ Click ] > June 29, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 9 กรกฎาคม 2550 > 21 กรกฎาคม 2550.