" อิ่มเหมือนกัน "
  • คนแต่ละชาติก็จะมีความเคยชินกับอาหารการกินของตัวเอง ความชื่นชอบของแต่ละคน อย่างอาหารไทย บางคนชอบแกงไตปลา แกงเขียวหวาน ข้าวซอย ส้มตำ น้ำตก คนจีนก็ชอบหูฉลามน้ำแดง หมูหัน เป็ดปักกิ่ง ฝรั่งก็ชอบกินประเภทเป็นเซ็ตๆ จานใหญ่ๆ มีพิธีรีตรองมากมาย อุปกรณ์การกินก็เยอะ
  • วันนี้ได้ไปทานข้าวกับเพื่อนที่เรียน KM ด้วยกัน ร้านครัวประดิพัทธ์ ของคุณทนงศักดิ์ ซึ่งมีอาหารแบบอิสาน มีลาบ ส้มตำ หมูย่างน้ำตก ยำหมูยอ ต้มยำเล็บมือนาง(เล็บของใคร....จ๊ะ.) เปิบข้าวเหนียวร้อนๆ ขอบอกว่าอร่อยมากๆเลย(ขอโฆษณาให้ร้านเพื่อนหน่อย...) ระหว่างทานอาหารกันก็ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ไปพร้อมๆกัน
  • คุณกิติพงษ์ พูดถึงเรื่อง KM ซึ่งเปรียบกับการกินอาหารได้น่าฟังมาก ว่า KMนั้นเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ แต่ละที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหรือต้องใช้แบบเดียวกัน ก็บรรลุเป้าหมายได้ เช่น การรับประทานอาหารของคนไทยใช้ช้อน-ซ่อมกินข้าวหรือใช้มือเปิบข้าวเหนียวซึ่งเหมาะกับอาหารไทย ส่วนคนจีนใช้ตะเกียบทานอาหารแบบจีน คนยุโรป ใช้มีด-ซ่อม และอาหารเลิศหรูในโรงแรม หรือชาวบ้านนั่งล้อมวงกันทานข้าว อาหารแบบพื้นบ้าน (คนละบรรยกาศ) ซึ่งแต่ละคนก็มือวิธีการกินอาหารที่ต่างกัน แต่ผลลัพธ์ของการกินก็คือ อิ่มเหมือนกัน
  • ผลลัพธ์(อิ่ม)ที่เหมือนกัน ต่างก็มาจากวิธีการที่หลากหลายที่เหมาะสมกับชุมชนหรือองค์กรของตัวเอง KM ก็เช่นกันผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็เหมือนกับเป้าหมายของKMนั่นแหละ ไม่เจาะจงวิธีการที่มีมากมาย แล้วแต่จะเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปทำตามคนอื่น เมื่อสิ่งแวดล้อมองค์กรของตนเอง ก็สามารถทำได้ผลลัพธ์ที่ต้องการเหมือนกัน
  • ปลายทางเดียวกัน คุณจะเรียกว่าอะไรก็ไม่แปลกเหมือนอาหารหลากหลายที่เราชอบ บางคนอาจไม่ชอบก็ได้ ฉนั้น KM มีวิธีการที่เหมาะสมกับทุกองค์กรอยู่แล้ว ดั้งนั้นจงหาสิ่งที่มีอยู่ในองค์กร แล้วพัฒนาไปสู่เป้าหมายให้บรรลุได้เช่นกัน
  • แล้วคุณล่ะ? เห็นด้วยหรือไม่?