ผมหัวเราะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล เพราะว่าสุกี้ชอบทำท่าล้อเลียนอาการเหนื่อยอ่อนของเธอออกมาทุกครั้ง เฮ้อ สนุกระทม

วันที่ 7 กรกฎาคม 2550

 วันนี้เป็นวันเสาร์ ผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เพราะปวดฉี่ หลังจากเสร็จเรื่องฉี่แล้วก็เลยนอนไม่หลับ ทั้งๆที่อากาศกำลังดี ปิดพัดลมเพราะอากาศเริ่มเย็น จนแล้วจนรอดก็ยังนอนไม่หลับ เลยตัดสินใจลุกขึ้นมาอาบน้ำ ก่อนจะได้แต่งตัวก็รีดเสื้อซ้ำเล็กน้อยเพราะว่ามันยู่ยี่ชอบกล จากนั้นก็นั่งดูข่าวจนกระทั่ง 6.30 น.ก็เริ่มง่วง เจ้ากรรมกลับนอนไม่ได้แล้ว เพราะวันนี้มีนัดว่าจะไป round เวลา 7.30 น. อาร์เธอจะมาตอน 8.30 น. ออกจากห้องมาก็เจอบรรยากาศเดิมๆ คือคนอินเดียนอนตามริมฟุตบาทกับเกลื่อน ต้องใช้คำว่าเกลื่อนเพราะมีมาก มากจริงๆ หลายคนผมคุ้นๆว่าเห็นเกือบทุกวัน ตลอด 5 วันที่ผ่านมา มีนอนกลางสนามหญ้าด้วย ขวดเหล้าวางเกลื่อนกลาด ฝูงกา นกพิราบต่างลงมากินเศษอาหารที่เหลือจากเมื่อคืน นานๆจะได้เห็นกาใกล้ๆแบบนี้ คนเรานี่หนา ยิ่งจนก็ยิ่งกินเหล้า น่าจะเชิญไปดูโฆษณาเลิกเหล้าเลิกจนแบบที่บ้านเราบ้างเชียว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                อากาศครึ้มๆตั้งแต่เช้า ราว 10 นาทีหลังจากเข้าโรงพยาบาล ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่นานราวๆ 2 ชั่วโมง ชุ่มฉ่ำจริงๆ  ผมทราบว่าวันนี้อาร์ลีนไม่มา เธอแลกการ round กับดันดีเพราะว่าเธอป่วย (อีกแล้ว: อันนี้ไม่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด) ผม round กัน 3 คน เสร็จก็ราวๆ 10 โมงกว่าๆ มานั่งเล่นที่ภาควิชา พบว่าจูดี้มาทำสไลด์ให้ครูหาญ เพราะว่าวันนี้ท่านบรรยายตอน 4 โมงเย็น แบบว่าเสร็จกันแบบร้อนๆเลยก็ว่าได้ สุกี้ก็มาจากมาเลย์เซียด้วย เพราะว่าเขาเสนอโปสเตอร์งานวิจัยที่นี่ 3 เรื่อง งานนี้เราจึงระลึกความหลังกันทันที ทั้งๆที่เพิ่งจากกันเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น หัวข้อการสนทนาก็คงไม่พ้นเรื่องอาร์ลีนอีกนั่นแหละ ออกอรรถรสกันอย่างสุดๆ ผมหัวเราะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล เพราะว่าสุกี้ชอบทำท่าล้อเลียนอาการเหนื่อยอ่อนของเธอออกมาทุกครั้ง เฮ้อ สนุกระทม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ช่วงเช้าวันนี้ไม่มีการบรรยายที่มีหัวข้อน่าสนใจสำหรับเรา 3 คนเลย และต้องรวมไอชิงด้วย ก็เลยเป็นรวมกันเป็น 4 คน เธอคนนี้เป็นผู้ช่วยวิจัยของภาควิชาเรา เธอเจออาร์ลีนเล่นงานเหมือนกัน เราจึงมีหัวอกเดียวกัน นั่นนินทากาเลด้วยกันจนเที่ยงก็กินข้าวฟรี และนินทากันต่อ งานนี้คุณหมอชารีฟะมาร่วมอีกคน กลายเป็น 5 เล่นเอาผมท้องคัดท้องแข็งไปหมด เห็นไหมว่าเราเจอความกดดันมาด้วยกันแค่ไหน ช่วงหนึ่งผมมีความรู้สึกว่า เอ..ทำไมเราจึงขำขนาดนี้ ผมกำลังหมายความว่าทักษะการฟังภาษาอังกฤษของผมกำลังดีขึ้นแล้วหรือครับ อีกอย่างหนึ่งคือ ผมกำลังสนทนาอยู่กับชาวมาเลย์ อินโดนีเซีย บาห์เรน ที่มีสำเนียงไม่เหมือน Singlish แหม อีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องพรรค์นี้นี่แหละที่มักจะส่งเสริมทักษะการพูดและฟังได้อย่างดี (ผู้ปกครองควรแนะนำ ว่าไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง) และเชื่อหรือไม่ครับว่า 3 หนุ่มยังคงคุยกันเรื่อยเปื่อยจนถึง 3 โมงครึ่ง ย้ายที่ไปเรื่อยๆ บ้างก็ไปหน้าห้องประชุม ที่ Kopitium หน้าห้องแสดงโปสเตอร์ ไม่เหน็ดเหนื่อยเลยครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                กว่าจะได้ฟังครูหาญ ครูลี และอาร์เธอบรรยายก็เริ่มกันตอน 16.30 น.เข้าไปแล้ว เพราะเรื่องก่อนหน้านี้พูดเกินเวลามามากพอดู พี่โต้งส่ง SMS มาว่าตอนนี้อยู่ที่ Pasir Ris แล้ว (ผมเรียกว่า Paris เพราะดูหรูดี) แต่ผมไม่สามารถไปได้เลย เนื่องจากทั้งสามท่านพูดตามเวลาของตนพอดี จึงจบเวลา 6 โมงเย็น ทราบว่าพี่โต้ง เซี้ยงและนพดลกำลังจะกลับพอดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                หลังจากบอกลาสุกี้แล้วผมก็ออกจากโรงพยาบาล เพื่อมุ่งไปที่ Chinatown เพราะว่าสถานที่นัดต่อไปก็คือที่นั่น งานนี้ผมเรียกเท้งซึ่งอยู่เวรมาร่วมด้วย แต่กว่าจะได้พร้อมกันก็ราวทุ่มครึ่ง กินกันที่ร้านอาหารไทยเจ้าเดิมเพราะว่าราคาถูกดี ผมกินข้าวสวยกับแกงไก่และลาบหมู หลังจากมื้ออาหารเราคุยกันอยู่อีกนานแล้วย้ายไปนั่งคุยกันต่อที่ร้านขายขนมหวาน ทำความรู้จักกับหมอนพดล ซึ่งมาจากธรรมศาสตร์ ทราบมาว่าเขาเป็นรุ่นเดียวกับผม จบมาจากศิริราช มาเรียน radio intervention แต่ตอนนี้มีปัญหาไม่สามารถเริ่มงานได้เสียที เพราะเรื่องยังไม่เสร็จเลย ที่มาก่อนเพราะไม่ทราบเรื่อง กว่าจะเสร็จก็คงราวๆ สัปดาห์หน้า ตอนนี้เลยตามพี่โต้งและดูไปพลางๆก่อน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เสร็จแล้วก็ไปที่หอพี่โต้ง เพราะว่าจะยืมสูทมาใช้ในคืนพรุ่งนี้ งานเลี้ยงโรงพยาบาลคอกควายที่รักของผม เขาระบุเลยว่าให้ใส่ไป เพราะมีแขกสำคัญจากรัฐบาลมาร่วมงานด้วย พูดถึงเรื่องงานเลี้ยงที่ผมรำพึงรำพันนักหนาว่าไม่อยากไปนั้น เพื่อนๆ ที่ KKH บอกว่า สมควรไปร่วมเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่ทุกช่วงของ fellow ที่จะมีโอกาสเช่นนี้ และอีกอย่างครูหาญจองที่นั่งให้แล้ว ดังนั้นห้ามพลาด ในโรงพยาบาลนี้ มีภาควิชา UG ภาคเดียวเท่านั้น ที่มีระบบปกครองแบบครอบครัว ครูหาญเป็นพ่อที่มีอำนาจสูงสุด และลูกๆต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ผมควรจะดีใจดีไหมเนี่ย