กระบวนการฝึกลูกศิษย์ให้เป็นคนดี

ฝึกอย่างไรให้เด็กไม่แสบ

กระบวนการฝึกลูกศิษย์ให้เป็นคนดี  <table border="0" style="width: 439px; height: 597px"><tbody>

1. อุปกรณ์ในการฝึก
     1.1 ปัจจัย
     1.2 หน้าที่การงาน

  2  
ย้ำคิด
ย้ำพูด
ย้ำทำ
ให้ถูกและดี

3. เกิดนิสัยที่ดี

 4. เกิดคุณธรรม

1. ไม่แสบ
2. ไม่โง่
3. ไม่แล้งน้ำใจ
 5.ได้ลูกศิษย์ที่ดี

</tbody></table></span><p align="left"> กระบวนการการฝึกคนดี           
                จากขั้นตอนข้างบนนี้ หน้าที่ของครูอาจารย์ในการสร้างลูกศิษย์ที่ดี คือ การแนะและนำให้ลูกศิษย์ ย้ำคิด ย้ำพูด ย้ำทำ  ในเรื่องของใช้ของรอบตัว ตลอดเรื่องการเรียนซึ่งเป็นงานของศิษย์นั้นเอง คุณครูต้องแนะให้เขาทำให้ถูกและต้องดีด้วย จึงจะได้ลูกศิษย์เป็นคนดีที่โลกต้องการ
            กลับมาที่บทฝึกวินัย ซึ่งบทฝึกให้ลูกศิษย์เป็นคนไม่แสบ  โดยตอนที่แล้วได้คุยเรื่องบทฝึกต่อเวลาค้างไว้ว่าต้องกำหนดบทฝึกลงไปใน กิจวัตรประจำวัน และประจำสัปดาห์  ให้ลงตัว เพราะสิ่งนี้เปรียบดัง กระดูกสันหลังของชีวิต ทีเดียว โดยต้องเริ่มย้ำเรื่องพื้นฐานเป็นพิเศษคือ          
 
1. เวลาตื่น       
            
  
2. เวลานอน    
  3. เวลารับประทานอาหาร        
  
4. เวลาเรียน 
  5. เวลาสวดมนต์นั่งสมาธิ
 

วินัยต่อความสะอาด          
           
ทำไมต้องฝึกความสะอาดเพราะ
ถ้าเด็กไทยคนไหนไม่รักษาความสะอาด ต่อไปใน อนาคตจะเอาตัวรอดยาก   เพราะไป อยู่ที่ไหนเขาจะรังเกียจ เสียแล้ว เรื่องอื่นๆ ที่เขาจะคุย  หรือจะช่วยก็คอยหมดโอกาสไปด้วยเพราะเขาไม่อยากให้เข้าใกล้เสียแล้ว            แล้วเรื่องความสะอาดที่ต้องฝึกนั้นมีอะไรบ้างและจะฝึกตอนไหนซึ่งก็เหมือนเดิม คือ ต้องฝึกทุกเรื่อง ในชีวิตประจำวันโดยผ่านปัจจัย 4 และการทำงาน โดยเริ่มตั้งแต่เรื่องพื้นฐานก่อน เช่น </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">           1. การอาบน้ำ                                                  
         
2. การซักผ้า                            
</p><p align="left">          3. การขัดห้องน้ำ                                          
          4. การล้างภาชนะ
        
          5. การเก็บที่อยู่ให้สะอาด
          6. การเขียนหนังสือ 
          7. การเก็บขยะ

1.     การอาบน้ำ  ต้องสอนให้อายน้ำอย่างไรให้สะอาดแต่ใช้น้ำน้อย สบู่น้อย ใช้เวลาน้อย โดยอาบน้ำให้ตรงวัตถุประสงค์ เช่นตอนเช้าอาบน้ำเพื่อความสดชื่น สบู่ไม่ต้องใช้ก็ได้เพราะช่วงนอนไม่เลอะเทอะอะไรมา ส่วนตอนช่วงเย็นจึงอาบเพื่อความสะอาด ดังนั้นทำความสะอาดก็จะต่างกัน จากบทฝึกนี้เราจะได้เด็กที่ไม่เป็นคนหมักหมมคุ้นกับความสกปรกขึ้นมา

2.     การซักผ้า  ควรซักทุกวัน  ความสกปรกต่างๆ จะได้ไม่ฝังแน่น การออกแรงซักก็น้อย เนื้อผ้าและสีจะไม่เสื่อมไว แต่บางคนบอกว่าซักทุกวันจะทำให้ เสียน้ำมาก แต่ผมว่าก็ดีกว่าเสียนิสัย เพราะเด็กคนไหนชอบเก็บผ้าไว้หลายวันแล้วค่อยซักต่อไป พอโตขึ้น พอได้รับมอบหมายงานอะไรก็ ชอบดองงาน ต้องหัวหน้างานต้องตามถึงงานจะเดิน ส่วนเด็กคนไหนผ้าหมดตู้แล้วค่อยซัก พอโตขึ้นรับงานมาถ้าไม่ถึงกำหนดก็จะไม่มีอารมณ์ทำงาน ส่งจี้ไปเถอะไม่มีทางได้ แต่ถ้าเด็กคนไหนฝึกซักทุกวันนอกจากจะไม่ดองแล้วโอกาสทำงานให้ประณีตก็มีมาก เพราะมีเวลาและอารมณ์ที่ไม่ต้องรีบร้อน         

3.  การขัดห้องน้ำ
   เด็กหลายคนพอโตมามีความรู้ความสามารถจะเป็นคนที่ไม่ยอมฟังความคิดเห็นของใครเพราะคิดว่าตัวรู้แล้ว ทำให้ความรู้ด้านนั้นๆ และความรู้ด้านอื่นๆ ที่มีอยู่ในตัวผู้อื่น ก็จะไม่ถูกแนะนำออกมา เพราะไม่อยากคุยกับคนมีทิฐิมานะ  วิธีขัดเกลานิสัยนี้คือ ให้เด็ก ฝึกล้างห้องน้ำห้องส้วมด้วยตัวเองบ้าง  เขาจะได้ไม่ลืมตัวว่าเขายังเป็นคนธรรมดาเหมือนคนทั่วไปไม่ใช่เทวดา  แล้วการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นก็รับฟังกันมากขึ้น
ท่านใดมีวิธีการที่ดีๆ ช่วยชี้แนะ ด้วยนะครับ
</p>