พระพุทธเจ้าได้ค้นพบและเข้าใจธรรมชาติของจิตและสรรพสิ่งมาเป็นเวลานาน ก่อนการค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ในโลกปัจจุบันถึงสองพันกว่าปี

วันนี้นั่งคุยกับเพื่อนที่เป็นจิตแพทย์

เขาบอกว่าผมเหมาะที่จะเป็นผู้ให้คำปรึกษา เพราะคิดว่าผมเข้าใจคนและรู้วิธีการเข้าถึงจิตใจคน

ผมมองว่าชีวิตของคนเราล้วนแล้วแต่มีความต้องการพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน ปัญหาที่เกิดโดยเฉพาะปัญหาทางจิต ก็เกิดจากวังวนซ้ำกับปัญหาเหล่านี้เอง การแก้ปมในจิตเป็นโจทย์ที่ท้าทายของคน หากเราคลายปมในจิตนั้นได้เราก็หาทางออกกับปัญหาได้

ผมไม่ได้เป็นจิตแพทย์ แต่ผมก็พยายามเข้าใจคน โดยการทำความเข้าใจตนเอง รู้จักตนเองโดยถ่องแท้ รู้เท่าทันอารมณ์และการแสดงออกของอารมณ์ คน-มนุษย์ ไม่ค่อยต่างกัน เป็นจิตวิทยาวิถีพุทธ

เรียนรู้จากตนเองเพื่อทำความเข้าใจคนอื่น แต่ไม่ได้เอามาตรฐานของตนเองไปตัดสินใคร

ผมมองไปอีกว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ทรงสอนเรื่อง อริยสัจ เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ และการเข้าถึงความจริงที่เป็นอริยสัจ สำคัญมากกับหนทางการแก้ไขปมในจิต

ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ ไม่มีอะไรถาวร ไม่มีอะไรเป็นของเรา ลดอัตตา ทำใจให้เป็นอุเบกขา เห็นความจริงของชีวิต ปล่อยวางและเดินให้เข้าถึงธรรมชาติ ธรรมะ

การปฏิบัติธรรม ทำสมาธิด้วยการเจริญสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางในพระพุทธศาสนา จึงเป็นวิธีการเดียวที่จะฝึกฝนปรับปรุงและพัฒนาจิตของตนให้มีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสมองที่มีวิวัฒนาการนี้ได้อย่างสูงสุด(จิตวิจัยและการพัฒนาชีวิตอันประเสริฐ,๒๕๔๙)

คำว่า "สุขภาพ" 

นอกจากการดูแลสุขภาพกายให้ดี แข็งแรงแล้วเรยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับ "จิต" ผมเชื่ออย่างเต็มกำลังว่าการพัฒนาจิต ให้จิตมีพลัง ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งในธรรมชาติของจิตที่ซับซ้อนได้ในที่สุด