สมุนไพรไทยมีศักยภาพมากพอที่แข่งขันในตลาดโลกได้โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ ความขาว เนียนนุ่ม ชะความแก่ และแก้ผมงอกทั้งหลาย เหตุไม่ต้องใช้เวลาการในทดสอบทางคลินิกเหมือนยาและ อาหารเสริม เผยสมุนไพรไทย 10 ชนิด ว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน กาวเครือขาว หม่อน ชุมเห็ดเทศ มะขามป้อม บัวบก พริกไทยดำ ไพล และฟ้าทะลายโจร สามารถพัฒนาเป็นเครื่องสำอางได้ทันทีเหตุมีข้อมูลทางวิชาการรองรับอยู่มาก ปัจจุบันสมุนไพรได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในรูปยาสมุนไพร อาหารเสริมและเครื่องสำอาง พบความต้องการสมุนไพรของตลาดโลกมีมูลค่าสูงหลายแสนล้านบาท ซึ่งในส่วนของประเทศ แม้จะมีพืชสมุนไพรอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กลับพบว่าประเทศไทยมีการนำเข้าสมุนไพรมากกว่าการส่งออก ทั้งนี้ เนื่องจากคนไทยนิยมใช้สินค้าจากต่างประเทศซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพรด้วย
 ประเทศไทยมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรทางยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริมมาเป็นเวลานาน แต่ด้วยข้อจำกัดของกฎระเบียบทาง การค้าต่างๆ ที่เกี่ยวกับการส่งออก ส่งผลให้ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย แข่งขันในตลาดโลกได้ลำบาก เพื่อสร้างองค์ความรู้และแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าทั้งสารสกัดและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรจากต่างประเทศ รวมทั้งสร้างรายได้เพิ่มให้กับ ประเทศด้วย ทั้งนี้จึงได้มีการศึกษาพบว่า แนวโน้มของฤทธิ์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่นิยมในปัจจุบันและอนาคตที่ ตลาดโลกต้องการ ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ชะลอความแก่ ให้ผิวขาว แก้ผมหงอก และผลิตภัณฑ์สำหรับลด ความอ้วน ซึ่งจะต้องมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูง
 “ต่างประเทศให้ความสนใจกับสมุนไพรไทยค่อนข้างมาก แต่ประเทศไทยยังมีข้อมูลหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับ สมุนไพรน้อยมาก โดยสมุนไพรไทยที่ส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นพวกน้ำมันหอมระเหย หรือเครื่องหอมต่างๆ เท่านั้น แม้ว่าประเทศไทยจะมีการใช้สมุนไพรมาช้านานในเรื่องของตำรับยาไทย เครื่องปะทินผิว หรือเครื่องหอมจาก สมุนไพร แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ายังไม่มีผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยชิ้นใดสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้ แม้ว่ารัฐบาลให้ การสนับสนุนด้านนี้มาโดยตลอด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะยังขาดข้อมูลทางคลินิกซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญในการยืนยันความ ปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้ในมนุษย์ ขาดการพัฒนาทางเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ รูปแบบ และบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้กฎหมายและระเบียบของประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ของโลกมีความเข้มงวดมาก ทำให้การพัฒนาสมุนไพรใน รูปแบบยาหรืออาหารเสริมเป็นไปได้ยาก”
 อย่างไรก็ตามการพัฒนาสมุนไพรไทยในรูปแบบเครื่องสำอางนั้นประเทศไทยน่าจะสามารถทำได้ ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับภายนอกที่มีกฎเหมายและระเบียบต่างๆเข้มงวดน้อยกว่า รวมทั้งประเทศ ไทยเองยังมีสมุนไพรหลายชนิดที่มีฤทธิ์ทางเครื่องสำอางที่ตลาดโลกสนใจ ที่จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ แข่งขันในตลาดโลกได้ สำหรับสมุนไพรที่น่าสนใจที่น่าจะนำมาพัฒนาในรูปแบบเครื่องสำอางมีประมาณ 10 ชนิดคือ ว่านหางจระเข้ ขมิ้นชัน กาวเครือขาว หม่อน ชุมเห็ดเทศ มะขามป้อม บัวบก พริกไทยดำ ไพล และฟ้าทะลายโจร สมุนไพร เหตุผลสำคัญที่เลือก ฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอาง
 ว่านหางจระเข้ - มีการใช้สารสกัดเป็น มอยส์เจอไรเซอร์มาก - ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ - ใช้ใน antiaging skin care เพื่อการส่งออกได้ - ให้ความชุ่มชื้น - ชะลอความแก่ ขมิ้นชัน - ใช้เป็น whitening/antiaging - มีภูมิปัญญาล้านนาสนับสนุนในการมีผลต่อการงอกของผม - มีงานวิจัยอยู่มาก - แก้อักเสบ - ชะลอความแก่ - ให้ผมงอก - ให้ผิวขาว กาวเครือขาว - เป็นสมุนไพรที่จะเป็นเอกลักษณ์ของไทยได้เพราะมีภูมิปัญญาไทยสนับสนุน - ใช้เป็น whitening/antiaging - ต้านอนุมูลอิสระ - ชะลอความแก่ - ให้ผิวขาว/ให้ความชุ่มชื้น หม่อน - ลดการนำเข้าสารสกัดจากต่างประทศ - ใช้แทน licorice extract ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและเป็น whitening - ต้านอนุมูลอิสระ - ชะลอความแก่ - ให้ผิวขาว ชุมเห็ดเทศ - มีภูมิปัญญาล้านนาสนับสนุนเกี่ยวกับการงอกของผม ป้องกันผมร่วง - แก้กลาก หิด มะขามป้อม - มีสารต้านอนุมูลอิสระใช้เป็น whitening/antiaging - ต้านอนุมูลอิสระ - ชะลอความแก่ บัวบก - มีผลงานวิจัยทางเครื่องสำอางอยู่มาก - มีสารช่วยลดแผลเป็น - ลดรอยแผลเป็น พริกไทยดำ - มีผลงานวิจัยทางเครื่องสำอางอยู่มาก - มีสารต้านอนุมูลอิสระและชะลอความแก่และใช้ลดความอ้วน - ต้านอนุมูลอิสระ - ชะลอความแก่ - ลดความอ้วน ไพล - มีผลงานวิจัยทางเครื่องสำอางอยู่มาก - มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดการนำเข้าสาร - แก้อักเสบ/แก้ปวดสกัดจาก chamomile ที่ไทยนำเข้าในมูลค่าสูง เพื่อผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ฟ้าทะลายโจร - มีสารต้านการอักเสบซึ่งสามารถนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหนังโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กันแดดและให้ผิวขาวและเป็นการทดแทนการนำสารสกัด chamomile จากต่างประเทศ - แก้อักเสบ
 “คนไทยส่วนใหญ่มักมองข้ามผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ซึ่งหากเราสามารถพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การ ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงามเป็นที่ต้องการของตลาด และมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีประกอบกับข้อมูลทางวิชาการ มี เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเชื่อว่าอนาคตของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในตลาดโลกคงอยู่ไม่ไกลมากนัก”