สองสามวันก่อนไม่ได้เข้ามาบอกเล่า เพราะว่าติดงานมากมาย วันนี้รู้สึกไม่สดชื่นเอาเสียเลย รู้สึกว่ามันจะปวดๆเมื่อยๆอย่างงัยบอกไม่ถูก ภาษาเหนือเขาจะพูดว่า “มันฮู้สึกว่าเมื่อย” แปลว่ารู้สึกว่าไม่ค่อยสะบาย วันนี้ทานอาหารได้ไม่มากเพราะว่ายังคุมน้ำหนักอยู่ ถึงจะถึงจุดมุ่งหมายแล้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังไม่อาจจะวางจัยได้ เพราะคนเรานั้นเวลาตามจัยตัวเองมากเท่าไรก็จะทำให้ลำบากมากเท่านั้น ที่ลดน้ำหนักมาได้ถึงขนาดนี้ก้เพราะว่าคุมจิตใจของตัวเองได้ เวลาที่เห็นเขาทานก็อยากจะทานอย่างเขา เพราะคนอ้วนส่วนมากเวลาได้ทานแล้วจะมีความสุขมาก การได้ทานอะไรสักอย่างที่ชอบก็จะมีความสุข อย่างโฆษณาผงชูรสชนิดหนึ่งที่ว่า “ช่วงเวลาแห่งความสุขของชีวิตก็คือการได้ทานนั่นเอง” แต่มันก็ยากนะ ยากมากๆที่เราต้องคุมจิตใจของเรานะเวลาจะทานอะไรแต่ละอย่างก็ต้องคำนวนให้ดีว่า ทานไปแล้วจะมีผลต่อน้ำหนักเปล่า น้ำหนักเราจะขึ้นหรือเปล่า แล้วเราออกกำลังกายไปมากพอหรือเปล่า ลำบากมากนะ แต่ก็นั่นละ ถ้าเราไม่คุมจิตใจของเราแล้วงานต่างๆที่เราตั้งใจไว้ก็ไม่อาจสำเร็จลงได้ ใครก็ตามที่อยากจะลดน้ำหนักให้ได้มากก็ขอให้ควบคุมจิตใจของเราให้ได้ เวลาจะทานก้ให้บอกกับตัวเองว่า “อ้วนนะ ไขมันเยอะนะ” หรือถ้ามันทนไม่ไหวจริงๆก็ให้ทานนิดเดียวแล้วทานน้ำให้มากๆ และที่สำคัญต้องออกกำลังกายเสมอ ทุกวันก็ว่าได้ อย่างน้อยก็ประมาณ 30 นาทีต่อวัน เอาให้เหงื่อมันออก แค่นี้เราก็ลดน้ำหนักของเราลงได้
วันที่ 5-7
ต่อเลย
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ธนพันธ์ ชูบุญ · 6 ก.ค. 2550
บ้านสวนพอเพียง · 6 ก.ค. 2550
Dr.Anongpanuch · 6 ก.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 6 ก.ค. 2550
นายหมู · 6 ก.ค. 2550
อาจารย์ตุ๊กอุบล · 6 ก.ค. 2550
สวัสดีค่ะ
หลักการนี้ดีค่ะ ให้กำลังใจนะคะ
เวลาจะทานก้ให้บอกกับตัวเองว่า "อ้วนนะ ไขมันเยอะนะ" หรือถ้ามันทนไม่ไหวจริงๆก็ให้ทานนิดเดียวแล้วทานน้ำให้มากๆ และที่สำคัญต้องออกกำลังกายเสมอ ทุกวันก็ว่าได้ อย่างน้อยก็ประมาณ 30 นาทีต่อวัน เอาให้เหงื่อมันออก แค่นี้เราก็ลดน้ำหนักของเราลงได้
ขอบคุณนะครับที่เป็นกำลังใจให้นะครับ จะพยายามทำให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ครับ
ขอบคุณนะครับ คุณsasinanda ที่เป็นกำลังใจให้นะครับ ถ้าจะเอาไปใช้ก็ได้นะครับไม่หวง
ขอให้กำลังใจครับ
ผมเองปัจจุบันก็คุมน้ำหนักอยู่เหมือนกัน เมื่อก่อนนี้ อาหารเช้ากาแฟ กลางวันอะไรก็ได้เพียงจานเดียว แต่ตอนเย็นนี่ซิหนัก ทานแบบเหงื่อไหลไครย้อยเชียวหละ ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ผมใช้เกณฑ์นี้ครับ ส่วนสูง - 100 = น้ำหนักที่ควรจะเป็น (สำหรับชาย หญิงใช้ 105 ไปลบความสูงครับ เป็นหลักวิชาการหรือเปล่าไม่ทราบ ได้ยินมาเห็นว่าเข้าท่า ก็เลยลองดู เอ๊ะ... เชื่อคนง่ายจัง)
ผมเปลี่ยนนิสัยการทานเป็น ทานข้าวครบ 3 มื้อ (กาแฟยังอยู่) แต่ละมื้อจำกัดปริมาณไว้ล่วงหน้า (โหง่ไว้-สำเนียงเหนือ-ข้าวเหนียวครับ) ทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดปริมาณอาหารที่เป็นเนื้อและไขมันลง(โดยเฉพาะมื้อเย็น) และได้สูตรจากผู้สูงอายุ(ดัดแปลงนิดหน่อย)ครับ "กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินกล้วยน้ำว้ามื้อละใบ กินไข่วันละฟอง เดินทอดน่องวันละ 3 กิโล"
ปัจจุบันผมสูง 162 เซนติเมตร นำหนักอยู่ที่ 62-63 กิโลกรัม ครับ