วันจันทร์ที่ผ่านมา (2 กรกฎาคม) – <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลังเสร็จสิ้นภารกิจคุณพ่อที่ต้องไปส่งคุณลูกที่โรงเรียนเป็นที่เรียบร้อย ผมก็ตัดสินใจเลี้ยวรถลงสู่หมู่บ้านในละแวกมหาวิทยาลัย ..</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมได้รับการติดต่ออย่างไม่เป็นทางการจากนิสิตที่จบการศึกษาไปแล้วว่ามีชาวต่างชาติปรารถนาจะมอบทุนและอุปกรณ์การศึกษาให้เด็กนักเรียน ผมไม่คิดที่จะรอให้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่ “ระบบ” อีกทั้งยังเชื่อว่า “ความทุกข์ร้อน” ของผู้คนก็ไม่เคยมีฤดูกาล และไม่มีวันหยุดรอให้เราเข้าไปเยียวยาเป็นแน่แท้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p>ผมใช้เวลาครึ่งวันอยู่ตามหมู่บ้านและโรงเรียน โดยไม่ลืมที่จะโทรศัพท์มาบอกกล่าวมอบหมายให้ผู้ช่วยของผมจัดการเซ็นแฟ้มแทน – </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมมีโอกาสเข้าไปยังโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ห่างจากมหาวิทยาลัยร่วม 10 กิโลเมตร และโรงเรียนแห่งนั้นมีนักเรียนระดับอนุบาล – ประถม 6 แต่ยกเว้นชั้นประถม 3 เท่านั้นที่ไม่มีนักเรียน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โรงเรียนแห่งนี้, มีครู 3 ท่าน … ยุบรวมห้องเรียนเป็น 2 ห้องใหญ่ โดยให้เด็กอนุบาล 1, 2 และ ประถม 1 – 2 เรียนในห้องเดียวกันพร้อมครูผู้ชายในวัย 40 ปลาย ๆ ขณะที่อีกห้องทำการเรียนการสอนรวมกันของชั้นประถม 4 - 6 ซึ่งมีครูผู้หญิงในวัย 40 ต้น ๆ เป็นครูประจำชั้น ส่วนอีกท่าน คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนในวัย 50 กลาง ๆ …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนขนาดเล็ก 40 ครัวเรือน ท้องไร้ท้องนาได้ผลผลิตไม่ดีอันเป็นผลพวงของสภาพของดินและน้ำที่ไม่สมบูรณ์ ปีที่แล้วมีเด็กลืมตาดูโลก 1 ชีวิต นั่นคืออานิสงส์ของการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้ปกครองส่วนหนึ่งเข้ามาทำงานในตัวจังหวัดจึงพ่วงเอาลูกเล็กเด็กแดงเข้ามาเรียนในตัวเมืองด้วย อย่างน้อยพอเลิกงานก็สามารถรับลูกกลับบ้านได้พร้อมกัน โดยไม่ต้องกังวลว่าลูกจะวิ่งเล่นรอพ่อแม่อยู่ที่หมู่บ้าน –</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โรงเรียนแห่งนี้ไม่ผ่านการประเมิน ฯ ด้วยปัจจัยหลายประการ ซึ่งผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็เคยถูกนโยบายบีบให้ “ยุบ” สถานศึกษาแห่งนี้เสีย เพื่อนำนักเรียนอันน้อยนิดนั้นไปเข้าเรียนในโรงเรียนใกล้ ๆ ที่มีระยะห่างกันในราว ๆ 3 กิโลเมตร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชาวบ้านลุกหือทัดทานนโยบายนั้นอย่างแข็งขัน พร้อมทั้งการกล่าวอ้างถึงความจำเป็นนานาประการ รวมถึงการสะท้อนอย่างหนักแน่นถึงวิธีคิดดั้งเดิมของชาวบ้านว่า ชุมชนแห่งหนึ่งจะต้องประกอบด้วยโครงสร้างอันสำคัญ คือ “บ้าน – วัด – สถานศึกษา”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่นนั้น, ผมเองก็เข้าใจว่า “วัดและสถานศึกษา” เป็นเสมือนสิ่งอาภรณ์อันทรงคุณค่าในทางวัฒนธรรมที่แต่งแต้มและยกระดับชุมชนให้ดูดีและมี “ความหวัง” ในทุก ๆ มิติของชีวิตและชุมชน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้มของเด็กนักเรียนในโรงเรียนนั้นนัก แต่ก็รู้ว่าพวกเขาลำบากยากแค้นอยู่ไม่น้อย ค่ายหลาย ๆ ค่ายสัญจรไปสู่ดินแดนและหมู่บ้านอันแสนไกลจากมหาวิทยาลัย ซึ่งหมู่บ้านและเด็กเหล่านี้ก็พลัดหลง และถูกมองข้ามไปอย่างน่าสะท้อนใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ … แต่ผมก็เชื่อว่าพวกเขาจะยังไม่สิ้นหวังต่อกระบวนการทางการศึกษา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ผมอยากให้เขายิ้ม เพราะรอยยิ้มของเขา เป็นเสมือนรอยยิ้มของหมู่บ้าน และเป็นเสมือนรอยยิ้มของโลก … </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมจะมาเป็นส่วนหนึ่งของรอยยิ้มของเด็ก ๆ เหล่านี้ในอีกไม่ช้า … ผมสัญญากับตัวเอง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
ยิ้มของเด็ก คือ รอยยิ้มของหมู่บ้าน...
ผมไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ ... แต่ผมก็เชื่อว่าพวกเขาจะยังไม่สิ้นหวังต่อกระบวนการทางการศึกษา
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
โก๊ะจิจัง แซ่เฮ · 4 ก.ค. 2550
dejavu monmon · 4 ก.ค. 2550
dejavu monmon · 4 ก.ค. 2550
dejavu monmon · 4 ก.ค. 2550
โก๊ะจิจัง แซ่เฮ · 4 ก.ค. 2550
นาย ศิลป์ชัย เทศนา · 4 ก.ค. 2550
ช่วยอะไรได้บอกนะคะ ยินดีอย่างยิ่ง
เพราะโดยส่วนตัวคิดว่า วิทยาทาน คือสิ่งสำคัญประจำใจ ที่ยึดถือ และยึดปฏิบัติ และทำทุกเมื่อ เมื่อมีโอกาส
อาจจะช่วยได้ไม่มาก ไม่น้อย แต่ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง บอกมานะคะ
"ไม่ต่างจากโรงเรียนเก่าของดิฉันในอนาคตเลยค่ะ ขณะนี้คุณครูกำลังช่วยกันใหญ่เลย เอาใจช่วยนะคะ
ผมต้องขอโทดพี่ด้วยนะค้าบที่ไม่มีเวลาเวะเข้ามาอ่านอารายดีๆๆอย่างนี้ เพราะรู้สึกว่าปี 3 งานก้อเยอะมากมาย รายงานส่งได้ทุกอาทิตย์ เวลาว่างให้ตัวเองแทบจะไม่มีค้าบ ขอโทษจิงๆๆนะค้าบ
ตอนนี้ผมอยู่บ้านค้าบ ต้องกลับบ้านด่วนมากมายเพราะป้าอันเป็นที่รัก ที่เคารพ และที่เลี้ยงดูผมตอนแบเบาะนะได้เสียชีวีติเนื่องจากอุบัติเหตุ ผมไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่นัก ตอนนี้ผมก้อเลยได้กลับแต่กลับพร้อมน้ำตา และกลับด้วยความไม่เต็มใจในเหตุผลที่กลับ ผมกลับบ้านในคืนที่ท่านเสีย คือพ่อมารับอ่ะค้าบ ผมถึงบ้านราวๆ ตี 5 อันดับแรกคือผมวิ่งไปกราบศพป้าผมด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ หลังจากนั้นผมก้อได้ทำในสิ่งๆนึงให้กับแก คือ ผมนั่งพิมพ์การ์ดเชิญเองกับมือ โดยไม่ได้มีการจ้างร้านแต่อย่างใด การ์ดทุกใบจะมีชื่อ แขกที่เชิญ ผมบอกกับทุกคนว่าผมไม่ให้พิมพ์ซอง แต่ทำเป็นการ์ดเชิญแทน โดยไม่ต้องใส่ซอง ผมนั่งทำทั้งว้นตั่งแต่ราว 06.00 ไปเสดราว 17.46 นี่คือสิ่งที่ผมได้ทำให้ป้าผมค้าบ
แต่พี่ค้าบสิ่งที่พี่เสนอวันนี้ผมอดที่จะสงสารเด้กพวกนั้นไม่ได้เลยเพราะต้องเรียนรวมกันทีโดยไม่รุ้อีโน่อีแหน่ พี่ว่าเราจะจัดค่ายลงไปสู่ รร. นั้นป่ะค้าบ ค่ายที่ผมอยากเหง และเชื่อว่าพี่เองก้ออยากเห็นมันเกิดขึ้น
" ค่ายปัญญาชนคนค่าย สู่ปัญญาชนคนบ้าน "
หรือพี่อยากจะให้เหมือนกับวาทะกรรมที่ผมเคยพุดไว้
" เด็กไทบ้าน : ปัญญาชนที่ไร้ตัวตนของคนค่าย "
วันนี้ต้องขอโทษพี่อีกครั้งนะค้าบที่ผมพุดเรื่องผมมากเกินไปแต่ผมอยากระบายบ้างนะค้าบ เพราะมันอึดอัดนะค้าบที่ ป้าผมเสีย ไม่โกดผมนะค้าบ พี่ชายที่รัก
เหนื่อยนัก ก้พักบ้างนะ
http://gotoknow.org/blog/Mikhama/108489
เนี้ย เหนื่อยเหมือนกัน ท้ออีกต่างหาก ยังหาทางออกให้ตัวเองเลย
อย่าลืมนะ ไปนอนทุ่งนา ชมข้าวเขียวๆ เดี่ยวเดียวก็คงดีขึ้นนะค่ะ
เป็นกำลังใจให้
สวัสดีค่ะอาจารย์
ก่อนอื่นก็ต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า "ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ" ประทับใจคำที่กล่าวว่า ยิ้มของเด็ก คือ รอยยิ้มของหมู่บ้าน เพราะว่า มันตรงกับโครงการการ์ตูนเพื่อน้องผู้กำพร้าที่หนูจัดขึ้นค่ะ เด็กวันนี้ก็คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เด็กที่ยิ้มในวันนี้ ก็จะยิ้มต่อไปด้วยความสดใสในวันข้างหน้า เป็นกำลังใจให้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
เด็กๆ มีรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ และเด็กในชุมชนที่อาจารย์นำมาแบ่งปัน ก็น่าจะเป็นอีก 1 ชุมชนที่ยังคงเห็นเด็กๆ ที่ใสซื่อแบบนี้อยู๋ ซึ่งคงต่างกับเด็กในเมือง ใน กทม. จนนึกไปถึงลูกๆ ที่เติบโตท่ามกลางสังคมเมืองกรุง มีแต่ความเร่งรีบ การแข่งขัน จนบางทีนึกท้อใจ อยากพาลูกๆ กลับไปอยู่ต่างจังหวัด เมื่อเห็นสังคมที่มันเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ จะปิดสังคมไม่ให้ลูกสัมผัสก็ไม่ได้ จะเลือกแต่สิ่งดีดีก็คงยาก ยกเว้นแต่คอยพูด คอยบอกว่าสิ่งนี้ดีหรือไม่ดี คอยชี้แนะได้เท่านั้นเองค่ะ
อยากแลกเอาสังคมสดใสของต่างจังหวัด มาอยู่ในเมืองและเอาความก้าวหน้าทางการศึกษาเข้าสุ่ชนบทบ้างจังค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ น้องสภา ...
สวัสดีครับ <div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
</div><div class="info">
Nurat
</div><ul>
</ul>
สวัสดีค่ะ
คุณพนัสบอกว่า
“วัดและสถานศึกษา” เป็นเสมือนสิ่งอาภรณ์อันทรงคุณค่าในทางวัฒนธรรมที่แต่งแต้มและยกระดับชุมชนให้ดูดีและมี “ความหวัง” ในทุก ๆ มิติของชีวิตและชุมชน
เห็นด้วยมากๆค่ะ
เรื่อง วัด บ้าน โรงเรียน ชุมชน เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเกื้อกูลกันมากค่ะ
วัฒนธรรมไทย เป็นอย่างนี้มาช้านานแล้วค่ะ และน่า จะมีต่อไป โดยเฉพาะ สภาพบ้านเมืองที่ต้องการที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจมากๆขึ้นในทุกวันนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ..คุณแผ่นดิน..
อ่านแล้วก็นึกย้อนไปถึงตอนที่บรรจุครั้งแรกปี..41 ได้เลือกไปสอนที่โรงเรียนลักษณะอย่างนี้เด๊ะเลย..มีเด็ก 40 คนทั้งโรงเรียน..บางทีครูแอ๊วก็ได้วิ่งสอนยาวตลอดแนวไม้กระดานตั้งแต่อนุบาล1 ถึง ป.4 เลย..แต่มีความสุขนะคะ..ไม่รูเหมือนกันว่าทำไมถึงสุขได้โดยที่โรงเรียนไม่มีอะไรเลย..แต่คงเพราะได้มิตรภาพดีๆของครู1 คนกับครูใหญ่ที่ดูแลอย่างดีมากเหมือนพ่อเลย..และที่สำคัญเด็กๆและชาวบ้านน่ารักและเหมือนครอบครัวเดียวกัน..อบอุ่นอย่างที่นึกไม่ออกเลยว่าจะมีจริง..ในสังคมเมือง..สำหรับโรงเรียนเล็กๆชาวบ้านมีส่วนมากที่ทำให้โรงเรียนไม่ถูกยุบค่ะ..
ดีใจแทนเด็กๆโรงเรียนนี้นะคะ..ที่มีคนห่วงใยแวะเยี่ยมเยียน..หากทุกคนช่วยกันดูแลอย่างนี้ระบบการศึกษาต้องพัฒนาอย่างแน่นอนค่ะ..
สวัสดีครับ คุณเอก <div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
</div><div class="info">
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
</div><ul>
</ul>
สวัสดีครับ <div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
</div><div class="info">
นางสาว จิราภรณ์ น้องจิ กาญจนสุพรรณ </div><ul>
</ul>
สวัสดีครับ <div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
</div><div class="info">
ภารดี เทศชารี
</div><div class="info">โลกและชีวิตคนเรายังคงต้อง “ได้อย่างเสียอย่าง” อยู่วันยังค่ำ สังคมเมืองและสังคมชนบทคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว การเติมเต็มสู่กันและกันคือมิติที่ต้องดุแลและเอาใจใส่อย่างจริงจัง</div><div class="info">ถึงแม้หลายครอบครัวเติบโตในสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยมลภาวะ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่า หากครอบครัวอบอุ่นและมีบรรยากาศของการอยู่ร่วมที่ดี ก็ย่อมเป็นเกราะป้องกันตัวอันสำคัญของการให้คนในครอบครัวสามารถเผชิญกับโลกภายนอกได้อย่างไม่ต้องหวาดวิตก หรือมีภูมิต้านทานที่เข้มแข็งนั่นเอง</div><div class="info">เด็กชนบท ก็ใฝ่ฝันที่จะได้รับโอกาสเช่นเด็กในเมืองเสมอ ทั้งโอกาสทางการศึกษา เศรษฐกิจ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามคนบางคนอาจถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่อเริ่มต้นในสิ่งที่ไม่เหมือนกันก็เป็นได้ .. </div><div class="info">ขอบคุณมากครับ -</div>
สวัสดีครับ <div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
</div><div class="info">
sasinanda
</div><div class="content">
หลายหมู่บ้านที่ผมสังเกตเห็น ส่วนหนึ่งพบโรงเรียนและวัดตั้งอยู่ติดกัน หรือแม้แต่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามเลยก็มี ซึ่งทั้งสองส่วนก็เป็นเสมือนแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ยิ่งหากสามารถบูรณาการให้วัดและโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้อย่างจริงจังผมว่ายิ่งน่าจะเกิดผลดีต่อเด็ก ๆ ..
และนั่นอาจจะหมายถึงการวางรากฐานทางด้านจิตใจให้กับเด็ก ๆ รวมถึงการปลูกฝังด้านวัฒนธรรมไทยให้ฝังรากลึกในตัวตนของเด็ก
แต่ก็ใจหายไม่น้อยเหมือนกันครับที่บางหมู่บ้านไม่มีทั้งโรงเรียนและวัด !
</div>