สั่งแก้ พรบ.ร่วมทุน คลังไม่ยกร่างใหม่

ฉลองภพ สั่งเร่งยกเครื่อง พ.ร.บ.ร่วมทุนบางมาตรา คาดชง ครม. ในอีก 2-3 สัปดาห์ แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.การคลัง กำลังเร่งกระบวนการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน โดยข้อสรุปล่าสุด จะไม่มีการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ขึ้น   ทั้งนี้ เนื่องจาก รมว.การคลัง เกรงว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันในช่วงรัฐบาลชุดนี้ เพราะเสียเวลานานและต้องพิจารณาอย่างละเอียด แต่จะใช้วิธีแก้ไขบางมาตราของ พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับเดิม เพื่อปิดช่องโหว่การหลบเลี่ยงไม่ยอมทำตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว เช่น การเลี่ยงไปใช้วิธีการ จ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ (เทิร์นคีย์) แทน   อย่างไรก็ดี คาดว่าอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ น่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ร่างกฎหมายที่แก้ไขดังกล่าว จะมีการเพิ่มวงเงินมูลค่าโครงการจากเดิมที่กำหนดว่า โครงการที่มีมูลค่า 1 พันล้านบาท ขึ้นไปต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน เป็นโครงการที่มีมูลค่าโครงการ 3 พันล้านบาท ขึ้นไป ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน ขณะเดียวกันในขั้นตอนการวิเคราะห์โครงการที่ต้องให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้พิจารณานั้น จะกำหนดให้ชัดเจนว่า ต้องให้คณะกรรมการสภาพัฒน์ เป็น ผู้พิจารณาไม่ใช่เจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งก็ได้ รวมถึงระยะเวลาการพิจารณา กลั่นกรองโครงการก็ต้องไม่ใช่ 7 วัน แต่จะมีการเพิ่มให้มากกว่านั้น   นอกจากนี้ กฎหมายจะกำหนด ให้ทั้งโครงการที่มีทรัพย์สินเก่า และใหม่ต้องผ่านกระบวนการของสภาพัฒน์ ทั้งหมดจากเดิมมีปัญหาการ ตีความว่า โครงการใดเป็นทรัพย์สินเก่า หรือใหม่ และโครงการประเภทที่มีทรัพย์สินเดิม กำหนดให้กระทรวงการคลังพิจารณา ซึ่งทำให้มีปัญหาเหมือนกรณีการพัฒนาที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า ของกรมธนารักษ์ ที่ไม่เหมาะสม เพราะให้กระทรวงการคลังพิจารณาวิเคราะห์โครงการเอง  คือโครงการไหนถ้าต้องมีการจ้างเอกชนก็ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนนี้ทั้งหมด ถ้าแก้บางมาตราจะเร็วกว่ายกร่างใหม่ทั้งฉบับ แต่ถ้ายกร่างใหม่ก็จะครอบคลุมเรื่องโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐด้วย แต่ตรงนั้น เราจะใช้วิธีไปแก้ไขระเบียบของสภาพัฒน์แทน ว่าโครงการขนาดใหญ่ต้องส่ง ให้สภาพัฒน์พิจารณาวิเคราะห์โครงการ    ในระยะเวลากี่วัน โดย รมว.การคลัง ได้สั่งให้ประสานกับสภาพัฒน์ ให้ทำเรื่องระเบียบนี้แล้ว ก็จะปิดได้ 2 จุด แม้จะไม่มีการยกร่างกฎหมายใหม่แหล่งข่าวเปิดเผย สำหรับการปรับปรุงร่างแก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุน จะมีการปรับปรุงเนื้อหาสาระข้อกฎหมายจากร่างเดิมบางส่วน ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนจะคงสาระเดิมเอาไว้ โดยประเด็นที่จะมีการปรับแก้ อาทิ ในส่วนของรัฐมนตรีที่ให้อำนาจรักษาการตามกฎหมาย ที่ร่างแก้ไขเดิมกำหนดให้ รมว.การคลัง เป็นผู้รักษาการและใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน จากเดิมที่ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.คือนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ก็จะมีการพิจารณาผลดีผลเสียว่าควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขใหม่อย่างไรจึงจะเหมาะสมโพสต์ทูเดย์  เดลินิวส์  ไทยโพสต์ 30 มิ.ย. 50