คลังเบรกผลาญงบ-ว้าก!ไม่ใช่เอทีเอ็ม ชงแก้กม.สั่งราชการคืนเงินเบิกเกิน-หวั่นกงสีแตก
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า จากปัญหากระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถเบิกจ่ายเงินประจำตำแหน่ง เงินค่าตอบแทนและเงินวิทยฐานะให้ข้าราชการครูได้ตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย.50 จนต้องขอให้กระทรวงการคลังเบิกจ่ายเงินคงคลังเพื่อสำรองไปก่อน จากนั้นจะของบประมาณในปี"51 เพื่อจ่ายชดเชย     เงินคงคลังให้นั้น ตนเห็นว่าเบื้องต้นคงให้กระทรวงศึกษาธิการไปหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณา        ของบกลางก่อน หรือไม่ก็ต้องไปพิจารณาการจัดสรรงบประมาณปี"51 ใหม่เพื่อให้ตั้งงบชดเชยในส่วนนี้ เนื่องจาก   ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานและหลายโครงการ เช่น โครงการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ และบุคคลในครอบครัวผู้มีสิทธิ บริหารงานไม่สอดคล้องกับงบประมาณ แล้วมาขอเบิกจ่ายจากเงินคงคลังโดยไม่มีการจ่ายชดเชยหรือทดแทนให้ เป็นปัญหาทำให้ระดับเงินคงคลังลดลงและมีแนวโน้มลดลงตลอดมา จึงจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขพ.ร.บ.สำนักงบประมาณ ขอให้มีการจ่ายชดเชยเงินที่นำออกไปจากเงินคงคลัง เพื่อดูแลภาวะการคลังให้ยั่งยืนต่อไป  "หลายหน่วยงานตั้งงบไว้ไม่พอจ่าย ทั้งเงินค่ารักษาพยาบาล ล่าสุดก็เงินวิทยฐานะ จากนั้นมาขอที่คลังคิดว่าคลังเป็นตู้เอทีเอ็มจะกดตลอดและเมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นการสร้างปัญหา ทำให้เงินคงคลังร่อยหรอและกระทบกับกระแสเงินสด เกิดภาระ ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายที่ไม่ระบุให้ตั้งงบจ่ายคืน หรือบางครั้งแม้จะตั้งงบชดเชยไว้ในปีงบถัดไปก็เป็นเพียงตั้งลม ไม่ยอมมาจ่ายชดเชยจริง" นายฉลองภพ กล่าว นายฉลองภพ กล่าวต่อว่า เงินคงคลังคาดไว้ว่าจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 50 หรือประมาณสิ้นเดือนก.ย.นี้ จะเหลือประมาณ 1 แสนล้านบาท จึงต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้บริหารไปจนถึงงบประมาณปี"51 รวมถึงหน่วยงานที่เป็นผู้ใช้เองก็ต้องบริหารจัดการที่ดี ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง หรือในอนาคตหากจำเป็นต้องจ่ายจริง ก็ต้องตั้งงบประมาณเพื่อจ่ายชดเชย เพราะไม่เช่นนั้นทางออกเดียวที่กระทรวงการคลังจะดูแลฐานะการคลังได้คือต้องจัดเก็บภาษีเพิ่ม ซึ่งจะกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่ รายงานข่าวจากสำนักงบประมาณ กล่าวว่า แนวนโยบายในการจ่ายเงินค่าวิทยฐานะให้ข้าราชการครู      ที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ริเริ่มไว้นั้น เดิมได้มีการตกลงกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณว่าเงินดังกล่าวจะเป็นการจัดสรรให้แก่บุคลากรที่มีการพัฒนาตัวเอง มีประสิทธิภาพ โดยประมาณการเบื้องต้นที่ 70% ของข้าราชการครูทั้งหมด เพื่อให้ค่าวิทยฐานะเป็นแรงจูงใจให้บุคลากรพัฒนาตนเอง จึงเป็นที่มาของการจัดสรรงบประมาณบุคลากร ประจำปี"50 จำนวน141,322 ล้านบาท แต่พอถึงเวลาจัดสรรเงินค่าวิทยฐานะจริง กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ดำเนินการตามที่ตกลง แต่กลับจ่ายเงินค่าวิทยฐานะให้ข้าราชการแทบทั้งหมด จำนวน 3.6 แสนคน เอาเงินนั้นไปใช้ในการซื้อใจ ไปใช้ในการหาคะแนนเสียงจากข้าราชการ ทำให้งบประมาณในส่วนนี้ไม่พอจ่าย ซึ่งมาถึงตรงนี้สำนักงบประมาณเอง    ไม่รู้จะหาทางออกให้อย่างไร ต้องบอกได้คำเดียวว่าเป็นเรื่องของระดับนโยบายต้องตัดสินใจ

ข่าวสด  ไทยโพสต์ 30 มิ.ย. 50