วันนี้นั่งประชุมทำงานเกี่ยวกับวิจัยทั้งแต่เช้าครับ เริ่มต้นด้วยการวิจัยเรื่องอาหารละศิลอดในเดือนรอมฏอน ใช้เวลาไม่มากไม่มายครับ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็มานั่งประชุมต่อเกี่ยวกับโครงการวิจัยเรื่องการบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาของประเทศมาเลเซีย อันนี้ก็ใช้เวลาไปอีกหนึ่งชั่วโมง(ที่พูดมาทั้งหมดผมยังไม่ได้หอมแก้มใครนะครับ)

ปรากฏว่าระหว่างที่คุยกันเรื่องของการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยม ท่านอาจารย์ซอลีฮะห์ ก็นึกถึงเรื่องที่ผมเคยคุยกับท่านไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูบุตรและการจัดการเรียนการสอนในระดับอนุบาล ท่านได้นำเสนอว่า อย่างที่ผมเคยนำเสนอนะถูกต้องแล้วคิด ในการจัดการศึกษาในระดับอนุบาลไม่ควรมุ่งยัดเยียดความรู้จนเกินไป ควรมุ่งพัฒนาการของเด็กที่สมดุล และท่านบอกว่ามีหะดีษบทหนึ่ง(หะดีษหมายถึง พระวัจน การกระทำและการยอมรับของท่านศาสนฑูต) ซึ่งสามารถนำมาสู่การอบรมเลี้ยงดูเยาวชนในวัยอนุบาลได้ นั่นคือ มีรายงานระบุไว้ว่า ท่านรอซูลทรงชอบที่จะหอบแก้มหลานๆ ของท่าน และท่านทรงทำเป็นประจำ จนกระทั่งสาวกท่านหนึ่งเห็นและพูดขึ้นว่า ข้าพเจ้ามีลูกสิบเอ็ดคน ข้าพเจ้าไม่เคยหอบแก้มพวกเขาเลย ท่านศาสนฑูตทรงแสดงความไม่พอใจ แล้วทรงย้ำให้ปฏิบัติเหมือนอย่างท่าน

หะดีษบทนี้สามารถนำมาประยุกต์ในแนวของการจัดการศึกษาระดับอนุบาลได้ ดังนี้ครับ คือ ครูจะต้องให้ความรักให้ความใกล้ชิดกับศิษย์ เพราะเด็กวัยนี้มีความต้องการความรักมาก การโอบกอด การหอมแก้มเป็นสิ่งที่ควรกระทำ พ่อแม่ไม่ควรละเลย และกระบวนการทั้งหมดจะนำไปสู่การมีพัฒนาที่สมบูรณ์และสมดุล และทำสำคัญพ่อแม่ ครูบาอาจารย์จะต้องสามารถเป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์ของคุณให้ได้ด้วย

ออ. สุดท้ายของฝากไว้ว่า อย่าหอมแก้มลูกมากไป จนลืมหอมแก้มภรรยานะครับ ไม่งั้นหากภรรยางอน เนื่องจากคุณลืมหอมแก้มละก้อ ผมไม่รับผิดชอบนะครับ