ระยะเวลาดำเนินการ ๑ มีนาคม ๒๕๕๐ – ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
จากการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน ของศูนย์สุขภาพชุมชนภูกระดึงในระยะที่ผ่านมา ปัญหาหลักที่พบคือการที่ประชาชนไม่เห็นความสำคัญ และไม่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเอง โดยคิดว่าการสร้างเสริมดูแลสุขภาพเป็นหน้าที่ของบุคลากรด้านสุขภาพที่ต้องดำเนินการ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับข้อค้นพบของงานวิจัยหลายเรื่องในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ที่พบเสมอว่าประชาชนฝากความหวัง และภาระด้านการดูแลสุขภาพทั้งหมดของตนเอง ครอบครัว ชุมชน ไว้กับบุคลากรด้านสุขภาพ ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นเครื่องบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าการสร้างเสริมสุขภาพซึ่งมีความมุ่งหวังสูงสุดให้ทุกคนสามารถดูแลและจัดการกับสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชนได้นั้น ยังห่างไกลเป้าหมายมาก ดังนั้นศูนย์สุขภาพชุมชนภูกระดึงจึงได้ดำเนินการเป็นนวัตกรรมการดำงานของศูนย์สุขภาพชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาความสามารถของตัวแทนชุมชน จำนวน ๕๐ คน จาก ๕ หมู่บ้าน โดยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การเรียนรู้จากการการทดลองทำงานสำรวจและศึกษาชุมชนจริง และการร่วมสรุปวิเคราะห์บทเรียนที่เรียนรู้ร่วมกันเป็นระยะ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าและมุมมองการสร้างเสริมสุขภาพที่แตกต่างหลากหลาย และนำไปสู่การที่คนในชุมชนสามารถให้คุณค่า และเลือกสรรการสร้างเสริมสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ต่อไป ซึ่งเกิดบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการดำเนินงานในระยะแรกของกระบวนการพัฒนานวัตกรรมดังนี้ ๑. วิวัฒนาการ เป็นแนวคิดต่อยอดจากการจัดบริการเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ซึ่งในช่วงแรกเป็นการจัดบริการแบบผสมผสานทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสมรรถภาพ มุ่งสร้างความเสมอภา และความทั่วถึงของบริการสุขภาพที่จัดขึ้นแก่ประชาชน เมื่อนำเนินการไประยะหนึ่งประมาณ ๔ ปี พบว่า โรค ภัย และภาวะคุกคามสุขภาพต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนเป็นหลักในการค้นหา ควบคุม และจัดการนั้น มีมากขึ้น เช่น ไข้เลือด อุจจาระร่วง เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิ รวมถึงสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่ไม่เอื้อต่อสุขภาวะ เป็นต้น ผู้ทำงานรู้สึกเหนื่อยล่า เพราะแม้ว่าจะจัดและให้บริการอย่างทั่วถึง ครอบคลุมระดับหนึ่งแล้ว สถานการณ์ต่าง ๆ ก็ไม่มีแนวโน้มดีขึ้น แต่กลับเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดภาวะพึ่งพิงทางสุขภาพโดยไม่จำเป็นสูงขึ้น ประกอบกับประสบการณ์การทำงานบางอย่างร่วมกับชุมชนพบว่า ที่จริงในชุมชนแต่ละแห่ง แต่ละคน มีความรู้ ความสามารถ ความเชื่อความคิดหลาย ๆ อย่างในการดูแล สร้างเสริมสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชน แต่เรามักจะมองข้าม ไม่ให้ความสำคัญ ไม่รับฟัง ยอนถึงขั้นไม่ยอมรับ ขณะเดียวกันก็พยายามบอก สอน แนะนำให้ชุมชนทำตามที่เราคิดว่าใช่ หรือถูกต้องตามนโยบาย โดยไม่สนใจว่าสอดคล้อง หรือเข้ากันได้กับชุมชนหรือไม่ ถึงวันหนึ่งจึงคิดว่าเราน่าจะลองทำงานแบบใหม่ โดยเริ่มต้นใหม่ที่การเรียนรู้ การทำความเข้าใจร่วมกันของผู้ทำงานและชุมชน ถึงเรื่องราวการดูแลสุขภาพทั้งในมิติมองเรา และชุมชน ในมุมมองที่แตกต่างหลากหลาย แล้วย้อนกลับมาดูที่ชุมชนตัวเอง ว่าปัจจุบันเราอยู่อย่างไร เป็นอย่าง อยากให้ดีขึ้นอย่างไร แล้วจะทำอย่างไร จะเลือกสรรการสร้างเสริมสุขภาพอย่างไรจึงจะตรงกับความต้องการ ความจำเป็นของชุมชนตนเอง นั้นเอง <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 4.751pt; padding-left: 4.751pt; padding-bottom: 2.375pt; padding-top: 2.375pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีปัญหาการเข้าถึงบริการไม่ทั่วถึงชุมชนและโรงพยาบาลห่างเหิรกัน/มีปัญหาการร้องเรียนต่างๆ</p></div></td></tr></tbody></table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พ.ศ.</p></div></td></tr></tbody></table>
2544 |
2549 |
2545 |
2550 |
ทดลองจัดบริการสู่ชุมชนเน้นการเรียนรู้ชุมชนและบริการรักษาพยาบาลเบื้องต้นในชุมชน
|
ประชาชนได้รับความสะดวกพึงพอใจและเขตอื่นนอกเขตนำร่องเรียกร้องบริการที่บ้าน
|
ขยายการจัดบริการทั่วถึงครอบคลุมทั่งพื้นที่อำเภอ |
ประเมินและปรับรูปแบบการบริการอย่างต่อเนื่องเน้นการทำงานให้ได้ผลตามเป้าหมายและนโยบายของเรา
|
แนวโน้มโรคและภัยด้านสุขภาพไม่ดีขึ้น/ภาวะพึ่งพิงทางสุขภาพโดยไม่จำเป็นเพิ่มขึ้น
|
ทดลองวิธีทำงานแบบใหม่ที่ใส่ใจความเชื่อความคิดเห็นความเป็นชุมชน
|
มีสิ่งดีๆมากมายที่ชุมชนช่วยเหลือและดูแลกันและกัน
|
การร่วมศึกษาเรียนประเมินบริการสุขภาพภาครัฐกับกลุ่มนักเรียนที่เป็นตัวแทนชุมชน
|
ประชาชน/กลุ่มด้อยโอกาสในชุมชนได้รับการค้นพบและได้รับการดูแลมากขึ้น
|
</span> ๒. เป้าหมาย ๒.๑ เป้าหมายของการดูแลสุขภาพชุมชนจากนวัตกรรม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> เป้าหมายของนวัตกรรมนี้มีสองระดับ คือกลุ่มตัวแทนชุมชน จำนวน ๕๐ คน และชุมชนพื้นที่เป้าหมาย จำนวน ๕ หมู่บ้าน โดยในส่วนแรกมุ่งปรับเปลี่ยนมุมมอง กระบวนคิด ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อสร้างกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน สำหรับเป้าหมายระดับชุมชน เป็นนั้นในระยะแรกของโครงการนวัตกรรมไม่ได้ตั้งเป้าหมายการบริการเป็นการจำเพาะเจาะจง แต่เป็นการวางเป้าหมายกว้าง ๆ คือการเกิดกิจกรรม หรือโครงการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน ที่เกิดจากความคิด การเริ่มของกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สร้างขึ้นนั้นเอง</p> หลังดำเนินการนวัตกรรมในระยะแรกพบว่า มุมมอง แนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มตัวแทนชุมชนเปลี่ยนไป มีมุมมองที่แตกต่าง กว้างขึ้น เห็นและระบุปัญหา ความต้องการด้านสุขภาพของชุมชนของตนเองชัดเจนมากขึ้น ส่วนในระดับชุมชน อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการของกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในระยะเริ่มต้นสังเกตว่ามีความแตกต่างหลากหลาย ตามบริบทของแต่ละชุมชน ๒.๒ เป้าหมายของการทำงานร่วมกันของนวัตกรรม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> แบ่งเป็นสองระดับคือ ระหว่าง การเรียนรู้ และทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ กับกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลง การทำงานร่วมกันในการพัฒนาโครงการและการดำเนินโครงการระหว่างกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับชุมชน โดยการสนับสนุนด้านเทคนิค วิชาการจากเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ </p> หลังดำเนินการนวัตกรรมในระยะแรกพบว่า เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ กับกลุ่มผู้นำการเกิดการเรียนรู้ และทำงานร่วมกัน มีความเข้าใจการสร้างเสริมสุขภาพในมุมมองของกันและกันมากขึ้น สำหรับการทำงานร่วมกับชุมชน อยู่ในการดำเนินการในระยะต่อไป ๒.๓ กระบวนการสร้างเป้าหมายร่วม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเรียนรู้ร่วมกัน โดยกระบวนการสื่อสารในแนวราบ พบว่ากลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความคุ้นเคย กับกลุ่มเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพมากขึ้น</p> สำหรับในระดับชุมชน กลุ่มกำหนดแนวทางการสร้างเป้าหมายร่วมของชุมชน โดยกระบวนการคืนข้อมูลสู่ชุมชน เพื่อกระตุ้นความตระหนักของชุมชนต่อเรื่องราวที่นำเสนอ ซึ่งในระยะนี้ของโครงการอยู่ระหว่างการรวบรวมและพัฒนาชุดข้อมูลข่าวสารที่จะคืนต่อชุมชนตนเอง ของแต่ละหมู่บ้าน ๒.๔ ความต้องการการดูแล <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> จากการดำเนินในระยะแรกพบว่า กลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความคิด ความเชื่อว่าการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน คือการที่ชุมชนร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ตามแนวทางและนโยบายของภาครัฐ เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารปลอดภัย แต่ในทางปฏิบัติพบว่ากิจกรรมต่าง ๆ มีการดำเนินการไม่ต่อเนื่อง ไม่สอดคล้องกับวิถี และความต้องการของชุมชน ดังนั้นสิ่งสำคัญของนวัตกรรมนี้คือ ความพยายามที่จะทำให้ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นตัวแทนของชุมชน หันกลับมามอง มาวิเคราะห์ ทำความเข้าใจชุมชนตนเอง และเลือกสรรและผลักดันให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับชุมชนตัวเอง แทนที่จะทำตามนโยบาย หรือแรงผลักดันจากภายนอก</p> จากการวิเคราะห์ สรุปผลเบื้องต้นพบว่า ลักษณะการมีปฏิสัมพันธ์ของคนในแต่ละชุมชนมีความแตกต่างหลากหลาย และไม่เหมือนกันเลย บางชุมชนเป็นแบบต่างคนต่างอยู่มีปฏิสัมพันธ์กันน้อยมาก บางชุมชนมีปฏิสัมพันธ์กันมากในการทำกิจกรรมหลัก ๆ ของชุมชนร่วมกัน บางชุมชนมีปฏิสัมพันธ์มาก และเสริมความแน่นแฟ้นของคนในชุมชนด้วยระบบเครือญาติ ความเป็นกลุ่มก้อนและวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบเนื่องต่อกันมายาวนาน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ของกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นเงื่อนสำคัญที่ทำให้แต่ละกลุ่มเลือกสรรการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชนตนเองที่แตกต่างกัน เช่น บางโครงการ/กิจกรรมมุ่งสร้างบริการด้านสุขภาพที่ชุมชนต้องการ ขณะที่บางโครงการ/กิจกรรมเพียงต้องการให้คนในชุมชนมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น เพื่อการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนก่อนในระยะแรก แล้วค่อยสร้างบริการด้านสุขภาพสำหรับชุมชนขึ้นมาภายหลัง เป็นต้น ๓. ปฏิบัติการ ๓.๑ หลักการและกระบวนการ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเรียนรู้ร่วมกัน โดยกระบวนการสื่อสารในแนวราบ โดยมีการประเมินพลวัต และการเรียนรู้ของกลุ่ม และปรับรูปแบบและกระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นระยะ ซึ่งพบว่าไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ของโครงการ มีการขยายกระบวนการเรียนรู้เพิ่มขึ้น ทั้งในลักษณะของเนื้อหาสาระ และการออกแบบกลุ่มเพื่อการการจัดการเรียนรู้ ดังนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ๑.) การเรียนรู้กระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งในมุมมองของเจ้าหน้าที่ และชุมชน โดยการจัดประชุมแบบมีส่วนร่วม กลุ่มใหญ่ทั้ง ๕๐ คนพร้อมกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ๒.) การเรียนรู้ในชุมชน โดยการออกสำรวจ ศึกษา เรียนรู้ในชุมชน เกี่ยว วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ การดูแลสุขภาพทั้งตามวิถีเดิมของชุมชน และตามแนวทาง นโยบายที่ภาครัฐจัดให้ นำเรื่องราวมาสรุป และเปรียบเทียบกับชุมชนของตนเองถึงความแตกต่าง ข้อเด่น ข้อด้อย ต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้ ทำความเข้าในชุมชนของตนเองให้ลึกซึ้ง ในมุมมองที่แตกต่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ๓.) เป็นกระบวนการที่จัดเพิ่มขึ้นมาจากผลการประเมิน พลวัตและการเรียนรู้ของกลุ่ม พบว่ากลุ่มยังไม่เกิดการเรียนรู้ และการเปลี่ยนแปลงสู่ระดับที่จะเป็นผู้นำกรเปลี่ยนแปลงที่สามารถเลือกสรรการสร้างเสริมสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองและชุมชนได้ โดยการจัดประชุมเป็นกลุ่มย่อย ครั้งละ ๑๐ คน แยกตามหมู่บ้าน เพื่อเรียนรู้ และหาข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งพบว่าสามารถสร้างเสริมการเรียนรู้ของกลุ่มได้ทั่วถึง และดีขึ้น และคาดว่าต้อง จัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบนี้อีกหลายครั้ง ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการ การคืนข้อมูลสู่ชุมชน และการติดตามสนับสนุน และประเมินผลการดำเนินโครงการและกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน ที่กลุ่มเลือกสรรมานำเสนอ และดำเนินการในชุมชน </p> ๔. บทบาทหน้าที่และวิธีทำงานขององค์กรภาคี <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
องค์กร ภาคี
บทบาท
๑.กลุ่มบุคลากรสุขภาพ
- ศึกษาวิเคราะห์ กลุ่ม จัดและพัฒนากระบวนการเรียนรู้และพลวัตของกลุ่ม ตามขั้นตอนของนวัตกรรม
- สนับสนุนด้านเทคนิค วิชาการแก่กลุ่มแนวร่วมหลัก ในการดำเนินกิจกรรม สร้างเสริมสุขภาพชุมชน
- ร่วมติดตามประเมินความสำเร็จของโครงการเป็นระยะ๒.กลุ่มแนวร่วมหลัก
ตัวแทนชุมชน ๕๐ คน จาก ๕ หมู่บ้าน
- แลกเปลี่ยน เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของแตะละกระบวนการที่จัดไว้
- จัดเก็บ วิเคราะห์ เรียบเรียงชุดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ/กิจกรรม เพื่อเสนอต่อกลุ่มสนับสนุนและชุมชน
- เป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรม/โครงการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน ที่เลือกสรรมา ร่วมกับชุมชน๓.กลุ่มกลุ่มสนับสนุน
กรรมการหมู่บ้าน อสม. และองค์กรส่วนท้องถิ่นของแต่ละชุมชน
- สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม/โครงการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนตามที่เลือกสรรไว้
- ร่วมติดตามประเมินความสำเร็จของโครงการเป็นระยะ๔.กลุ่มชุมชนที่ได้รับผลจากการดำเนินการ
ประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน
- ร่วมดำเนินการในกระบวนการของกิจกรรม/โครงการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนที่เลือกสรรมา
- ร่วมติดตามประเมินความสำเร็จของโครงการเป็นระยะ
</tbody></table> ๕. เงื่อนไขความสำเร็จ คือการเรียนรู้ชุมชนจนสามารถระบุปัญหา และความต้องการด้านสุขภาพที่แท้จริงของชุมชน ความสามารถในการสร้างชุดข้อมูล และกระบวนการคืนข้อมูลสู่ชุมชนที่สามารถเหนี่ยวกับในชุมชนเห็นพร้องต้องกัน และการเลือกสรรการสร้างเสริมสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการ และเข้ากันได้กับวิถีของชุมชน