รู้หน้าไม่รู้ใจ

สืบเนื่องมาจากข่าวที่มีมาเรื่อยๆ ว่าด้วยเรื่องของการหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า หรือว่าโลกเราทุกวันนี้รุดหน้ารวดเร็วเกินไป คนฉลาดๆ จึงขาดความเฉลียว เป็นช่องทางให้ถูกหลอกลวงด้วยวิธีการต่างๆ นานา อันเป็นเหตุให้เสียทรัพย์ เสียตัว และเสียใจ และคงหวาดหวั่นพอสมควรกับการคบหาสมาคมกับเพื่อนใหม่ผ่านอินเตอร์เน็ต

แท้จริงแล้ว สื่ออินเตอร์เน็ตนั้นมีคุณอเนกอนันต์ หากใช้เป็น ซึ่งมันก็คงเหมือนเครื่องมือเครื่องใช้หลายอย่างในบ้านในช่องของเรานั่นเองซึ่งหากเราใช้ให้เป็น ก็ย่อมได้การได้งานไม่ใช่น้อย แต่หากใช้มั่วซั่วไปก็อาจเกิดอุบัติเหตุเจ็บเนื้อเจ็บตัวขึ้นได้ 

สมัยก่อน คนโบราณมักจะสอนไว้ว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ คือท่านให้ระวังในการคบหาคน กล่าวคือ อย่าไว้ใจใครง่ายๆ นั่นเอง ให้คบหาดูหน้าดูใจกันไปนานๆ ไม่ว่าจะคบกันในฐานะไหน แต่สมัยนี้ คบกันทางเน็ต ผ่านการแช้ทกันในห้องแช้ท มันไม่เห็นหน้ากัน ไม่ได้มองตากัน ต่างคนต่างนั่งกันคนละมุมเมือง หรืออาจนั่งกันคนละมุมโลกก็อาจเป็นได้ และถ้อยคำผ่านตัวอักษร ก็แล้วแต่จะประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำกันขึ้น เพื่อให้เกิดความประทับใจ จะว่าไปก็เหมือนเป็นอีกมิติหนึ่งที่ยังใหม่อยู่นั่นเอง เมื่อก่อนนี้ การเขียนจดหมายถึงกัน ต้องใช้เวลานานกว่าจะเขียนจบ และยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงมือผู้รับ มาถึงสมัยนี้ ใครคิดถึงใคร แค่กดหมายเลขไม่กี่ตัวก็ได้ยินเสียงแล้ว หรือถ้าอยากเขียนจดหมาย ก็มีจดหมายสมัยใหม่ที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ที่รู้จักกันในนามของอีเมล์นั่นเอง อ้าว อีเมล์กันได้ไม่นาน เกิดโปรแกรมแช้ทขึ้นมาอีกแล้ว เรียกว่าอย่ารออะไรให้เสียเวลาอีกเลยสมัยนี้ ทำไปทำมากลายเป็นคนใจร้อนกันไปหมดแล้ว

ค่ะ โลกเดี๋ยวนี้ทุกอย่างก้าวไปอย่างเร็วมาก หลายคนปรับตัวไม่ทัน จึงหลงตกเป็นเหยื่อคนชั่วได้อย่างไม่น่าเชื่อ การหลอกลวงฉ้อฉลทางอินเตอร์เน็ตก็ช่องทางหนึ่งที่มีข่าวกันเรื่อยๆ ทั้งในกรณีชู้สาว และการประสงค์ในทรัพย์ 

บางที อดคิดไม่ได้ว่า โลกเราหมุนเร็วเกินไป จำเป็นไหมที่เราจะต้องหมุนตามไปทุกเรื่อง เพราะมันเหนื่อยเหลือเกิน .. 

หลายๆ คนถือคติว่าต้องก้าวให้ทันเพื่อน หรือถ้าช้าแล้วเพื่อนจะแซงหน้าไปกลายเป็นคนตกหล่น หรือพวกตกสำรวจ แต่ดูทีรึ เมื่อเศรษฐกิจฟูฟ่องว่องไวเกินธรรมชาติ ในที่สุดฟองสบู่ก็แตก ทุกอย่างก็หล่นปุ๊ เจ็บเนื่อเจ็บตัวกันระนาว จนป่านนี้ ตึกแถวและบ้านจัดสรรร้างๆ มีให้เห็นกันมากมาย

 


หรือแม้นเหตุการณ์บ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงเพียงชั่วเวลากระพริบตา มาในนาทีนี้ หลายคนไม่รู้ว่ารู้สึกดีหรือรู้สึกไม่ดีกันแน่ เพราะยังคงมีบรรยากาศอันสับสนอยู่ไม่แล้วไม่หาย .. ค่ะ ในสังคมของเรานั้น ผู้คนที่อยู่ร่วมกันล้วนหลากหลายความรู้สึกนึกคิด ดังนั้น การใช้ความฉลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องใช้ความเฉลียว และความระแวดระวังด้วย และคำสั่งคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่แต่ดั้งแต่เดิมมา ยังคงได้ผลอยู่นะคะ นั่นคือคำสอนที่ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง .. และโดยส่วนตัว อยากจะขอแถมอีกสักคำสอนหนึ่ง เพราะเชื่อว่าคำคนโบราณนั้น ใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยจริงๆ  นั่นก็คือ .. คำสอนที่ว่าตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน นั่นแล..