จับตางบฯ ดัน ศก.ไตรมาสสุดท้ายโต 4%
นักวิชาการจากนิด้าหนุนรัฐ อัดงบประมาณขาดดุล 2 ปีติด เชื่อไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีสิทธิโต 4% นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการคลัง จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า กล่าวว่า ในไตรมาส 4 ของปีนี้ อาจจะได้เห็นตัวเลขการเติบโต ทางเศรษฐกิจที่ระดับ 4% เนื่องจากการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้มีการจัดทำตามแผนงานที่วางไว้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง นายมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีความจำเป็นในการจัดทำงบประมาณปี 2551 แบบขาดดุล 1.6 แสนล้านบาท เพราะต้องการให้การลงทุนของภาครัฐไปช่วยเสริมภาคเอกชนและภาคประชาชนให้ขับเคลื่อนได้ต่อไปได้ โดยปกติในการจัดทำงบประมาณ ถ้าปีใดที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีนัก หรือมีความจำเป็นต้องดูแล จากปัญหาภาคครัวเรือน ใช้จ่ายไม่เต็มที่ ภาคธุรกิจไม่ลงทุน ภาครัฐก็จำเป็นต้องเสริมกำลังเข้าไปเพื่อช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนายมนตรี กล่าว อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาในแต่ละปีจะมีการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนราชการไม่ค่อยครบตามวงเงินที่กำหนดไว้ และในช่วงระหว่างปีมักมีการใช้จ่ายล่าช้า ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้เม็ดเงินที่วางไว้ไม่ได้ถูกใช้ไปตามแผน ทำให้การใช้จ่ายต่าง ๆ เกิดขึ้นไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงทำได้ไม่เต็มที่ตามไปด้วย สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าภาครัฐจะมีการบริหารจัดการอย่างไรให้เม็ดเงินเหล่านี้มีการใช้จ่ายอย่างเต็มที่ ตามเวลา และสอดคล้องกับแผนงานที่วางไว้ ซึ่งถ้าทำได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจในช่วงนั้นได้ประโยชน์จากงบประมาณที่ตั้งไว้แบบขาดดุล   ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณปี 2551 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ งบประจำ เช่น เงินเดือน และครุภัณฑ์ คิดเป็นสัดส่วน 73% ของงบประมาณทั้งหมด, งบลงทุน ซึ่งใช้ในการพัฒนาการลงทุน และสาธารณูปโภค 25% และ     ที่เหลืออีก 3% เป็นงบการชำระหนี้   สิ่งที่น่าสนใจคือ งบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเม็ดเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท จะกระจาย  ไปในพื้นที่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  สำหรับยุทธศาสตร์ในปี 2551 จะมุ่งการเสริมสร้างศักยภาพของการบริหารภาครัฐ, เสริมสร้างการแข่งขันในการผลิต และยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างการกระจายรายได้ โพสต์ทูเดย์  29  มิ.ย.  50