กองทุน กรอ. คืนชีพหลังเงินกู้เรียนสะดุด
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2550 ที่ให้ ยุบกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) หลอมรวม  เข้ากับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เนื่องจากกระทรวงการคลังได้พิจารณาในข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า การอนุโลมให้เด็กที่ครอบครัวมีรายได้สูงกว่าเงื่อนไขที่ กยศ.กำหนดกู้เงิน กยศ. ไม่สามารถทำได้เพราะติดขัดในแง่กฎหมาย ครม. จึงให้ฟื้นกองทุน กรอ.ขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับนักศึกษาที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2549 ที่กู้ยืมเงิน กรอ. ที่ขณะนี้อยู่ในชั้นปีที่ 2 ให้สามารถกู้เงิน กรอ.ต่อไปได้ จนจบการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งการกู้เงิน กรอ.ดังกล่าวให้ครอบคลุมนักศึกษาที่กู้ กรอ. ทั้งหมด ประมาณ 3 แสนคน  และหลังนักศึกษารุ่นดังกล่าวจบการศึกษาไปแล้วให้ยุบกองทุน กรอ. ภายในปี 2554  ทั้งนี้ผู้ที่กู้ กรอ. จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ใหม่ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ กยศ.คือ ปลอดหนี้เป็นเวลา 2 ปี คิดดอกเบี้ย 1% และผ่อนชำระเป็นเวลา 15 ปี โดยนักศึกษาที่กู้ กรอ.ทุกคน ต้องทำสัญญาใหม่ตามเงื่อนไขดังกล่าว และจะได้รับการจัดสรรเงินกู้ภายในสัปดาห์หน้า

 รมช.ศึกษาธิการกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาเอกชน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานและการปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน โดยอนุมัติงบประมาณทั้งสิ้น
359.7 ล้านบาท เพื่อให้อุดหนุนแก่ 1. สถาบันปอเนาะและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โดยใช้หลักเกณฑ์อุดหนุนเดียวกับศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดหรือตาดีกา โดยให้ค่าบริหารสถานศึกษา เดือนละ 1,000 บาท ค่าตอบแทนครูผู้สอนเดือนละ 2,000 บาทแต่ไม่เกิน 4 คน   2. ค่าตอบแทนครูสอนศาสนาอิสลามที่สอนสามัญควบคู่กับศาสนาอิสลาม ในสถาบัน ปอเนาะและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้    คนละ 2,000 บาทต่อเดือน   และ 3. อุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมแก่โรงเรียนเอกชนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน ในอัตราเดียวกับโรงเรียนขนาดเล็กของรัฐคือ ระดับประถมศึกษาเพิ่มเป็น 500 บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษา 1,000 บาทต่อคนต่อปี
ไทยรัฐ  โพสต์ทูเดย์  27  มิ.ย.  50