Gore Area

ในประเทศไทย มหันตภัยทางท้องถนนได้คร่าชีวิตผู้ใช้รถใช้ถนนกว่าหมื่นรายต่อปี ไม่รวมถึงผู้พิการและผู้บาดเจ็บอื่นๆ อีกจำนวนนับแสน ซึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยได้พยายามที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงเทศกาลและนอกช่วงเทศกาล ส่งผลให้ปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มที่ทุเลาลงในแง่ของอัตราการเสียชีวิต

แต่ก็อดให้วิตกไม่ได้ เมื่อเห็นข่าวอุบัติเหตุไม่เว้นแต่ละวันบนหน้าหนังสือพิม์หรือโทรทัศน์ โดยเฉพาะกรณีอุบัติเหตุหมู่ รถโดยสารประจำทาง รถเมล์ หรืออุบัติเหตุที่น่าสยดสยองต่างๆ พาลให้ประชาชนอย่างเราๆ อดคิดไม่ได้ว่า ดวงเค้าถึงคราว หรือ ทำบุญมาน้อย ในทำนองนั้น

ซึ่งในมุมมองของฝ่ายแก้ปัญหา หากคิดเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าเรายอมรับให้อุบัติเหตุมันเป็นไปตามยถากรรม ...ถือว่าคิดผิดอย่างรุนแรง เพราะแม้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นไม่เลือกที่เลือกเวลา แต่เราก็พร้อมที่จะทราบ ความเสี่ยง ในการเกิดอุบัติเหตุได้

เมื่อกล่าวถึงความเสี่ยงจากถนน ประโยคแบบชาวบ้านๆ ไม่ว่าจะเป็น โค้งร้อยศพ แยกวัดใจ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า หรืออื่นๆ สื่อให้เห็นถึงการรับรู้ของปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จนเป็นที่เคยชินของผู้คนบริเวณนั้น ซึ่งศาสตร์ใน การแก้ไขปัญหาทางวิศวกรรมจราจรอาจจะเรียกบริเวณนั้นได้ว่าเป็น Black Spot หรือ Hazardous Location ส่วนศาสตร์ในการป้องกันจะอาศัย การตรวจสอบความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Audit)” ในการตรวจสอบบริเวณที่อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างใหม่ หรือถนนที่เปิดใช้งานแล้ว โดยไม่สนใจว่าเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อนหรือไม่ เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่า จุดดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและควรได้รับการแก้ไขอาจเห็นภาพมากขึ้น

หากยกตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา รถเบนซ์ E-230 พุ่งเข้าชนกำแพงทางแยก (Gore Area) บริเวณทางลงทางด่วนที่จะแยกระหว่างสมุทรสาครและดาวคะนอง เกิดเพลิงไหม้ทั้งคัน แย่กว่านั้นเท่าที่พอนึกขึ้นได้ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546 สุภาพสตรีท่านนึงเกิดความลังเลระหว่างช่องทางไปดินแดงกับดาวคะนอง บริเวณทางแยกโค้ง นกเล็ก ส่งผลให้รถพุ่งเข้าชนกำแพงทางแยกและลอยตกลงสู่พื้นด้านล่าง รถพังยับเยิน ไม่ว่าสาเหตุที่ทำให้รถเสียหลักพุ่งเข้าไปชนบริเวณดังกล่าวจะเกิดจากอะไรก็ตาม ที่แน่ๆ ผู้ขับขี่...เสียชีวิตคาที่

สิ่งที่น้อยคนจะทราบ คือ บริเวณดังกล่าวได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยทางถนนแล้วโดยความร่วมมือระหว่างการทางพิเศษและสถาบันเอไอที และพบว่าเป็นจุดที่ได้รับการประเมินให้มีระดับความเสี่ยง สูง (เป็นจุดที่น่าจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ปีละครั้งหรือมากกว่า ซึ่งอุบัติเหตุอาจถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส) เสนอให้มีการแก้ไขปัญหาสำหรับกำแพงทางแยกให้ใช้เป็นรูปแบบที่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ ภาษาอังกฤษคำว่า Crash Cushion

อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่รับแรงกระแทกจากรถที่เสียหลัก อาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตาในบ้านเราสำหรับ Crash Cushion เพราะยังไม่มีหน่วยงานไหนหยิบเอามาใช้อย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปแล้ว อุปกรณ์ประเภทนี้จะได้รับการออกแบบและด้วยวัสดุคุณภาพดี แต่แน่นอนว่าราคาจะค่อนข้างแพง อย่างไรก็ตาม ของถูกๆ แบบไม่ต้องลงทุนมาก โดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านง่าย แค่ถังพลาสติกใส่น้ำหรือทรายก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงในการหามาติดตั้ง อาจจะลองหลับตานึกภาพถึงฉากไล่ล่าบนทางด่วนของหนังฮอลิวู้ด เมื่อมาถึงทางออก แล้วรถของโจรเสียหลัก หลุดไปชนถังน้ำจนน้ำกระจาย นั่นแหล่ะครับ Crash Cushion เพียงแต่มีการผูกติดมัดถังเหล่านั้นให้แน่นหนา และตรวจสอบระดับน้ำอยู่เป็นประจำ ชีวิตคนนักต่อนักก็อาจจะไม่ต้องมาจบชีวิตลงที่ Gore Area แห่งนี้

สิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ที่จะมีส่วนช่วยชีวิตแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในบ้านเรา ถึงเวลาหรือยังที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหันมาตระหนักในเรื่องนี้ ดังคำกล่าวที่ท่านศาสตราจารย์ยอดพล ธนาบริบูรณ์กล่าวไว้เสมอๆว่า "เราต้องยอมรับว่าในความเป็นคน แน่นอน ย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่คำถามก็คือ ความผิดพลาดของเค้า โทษถึงประหารเชียวหรือ..."