คืนนี้มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นเล็กน้อยเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ผมก็ดีใจว่าสิ่งที่ผมคิด สิ่งที่ผมทำลงไปนั้นเป็นเจตนาที่มีสติ ตระหนักรู้และใช้ปัญญา...และผมก็รู้สึกมีความสุขสบายใจดี ที่ได้เห็นความหลากหลายของสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น ถือเอาเหตุการณ์แบบนี้เป็นอุบายสอนตน ให้เลื่อนชั้น
ผู้ที่ตัดสินคือมุมมองที่ใช้ปัญญาของผู้ตัดสิน…บอกตรงๆว่าไม่หวั่นเกรง เพราะเป็นเช่นนั้นเอง
การเขียนไม่ว่าจะรูปแบบใด การให้ความเห็นแสดงถึงระดับปัญญา และความดีงามที่อยู่ในจิต
ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีศัพท์หรูหรา เพียงแต่มีความจริงใจ สื่อออกมาด้วยความดีที่เป็นพื้นฐานของจิตใจ ก็เพียงพอ
ผู้ทรงศีลหากใจไม่เป็นศีล ยังร้อนในอก จะมีประโยชน์อันใด ผู้ใดก็ตามจิตใจถูกแผดเผาด้วยกิเลส โมหะจริต ไม่ได้พิจารณาตามเหตุผล ไม่ได้ใช้ปัญญาตัดสิน ย่อมต้องมืดบอดด้วยอวิชชา...ยังต้องทนทุกข์อีกนาน
เป็นเช่นนั้นเอง
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">สิ่งทีรู้จัก...ยากที่สุด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p align="center">สิ่งที่รู้จัก ยากที่สุด กว่าสิ่งใด</p><p align="center">ไม่มีสิ่ง ไหนไหน ได้ยากเท่า</p><p align="center">สิ่งนั้นคือ ตัวเอง หรือตัวเรา </p><p align="center">ที่คนเขลา หลงว่ากู รู้จักดี</p><p align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p align="center">ที่พระดื้อ เณรดื้อ และเด็กดื้อ</p><p align="center">ไม่มีรื้อ มีสร่าง อย่างหมุนจี๋</p><p align="center">เพราะความรู้ เรื่องตัวกู มันไม่มี </p><p align="center">หรือมีอย่าง ไม่มี ที่ถูกตรง</p><p align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p align="center">อันตัวกู ของกู ที่รู้จัก</p><p align="center">เป็นตัวลวง เหลือลึก ให้คนหลง</p><p align="center">ส่วนตัวธรรม เป็นตัวจริง ที่ยิ่งยง </p><p align="center">หมดความหลง รู้ตัวธรรม ล้ำเลิศตน</p><p></p><p></p><p align="right">ท่านพุทธทาสภิกขุ</p><p align="right"></p><p align="center"></p><p align="center">เด็กน้อยเดียงสาที่เมืองหลวงพระบาง</p><p align="center"></p><h3 align="right"> ”มารบ่มี บารมีบ่เกิด”</h3><p align="right">ข้อคิด -คำพูดเตือนใจ</p><p align="right"></p><p align="right"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p>
วัดญาณเวศกวัน อ.สามพราน จ.นครปฐม
คลิกขวาดาวน์โหลด
บรรยายเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๕ (๖๘.๓๙นาที)
นำของดีๆ มาฝากเพื่อนครับ http://www.dhammathai.org/sounds/pa_payutto/policybud.php
อาหารสมองชั้นเลิศครับ ฟังด้วยปัญญา เรามักจะได้ปัญญากลับมาเสมอ ครับ
ขอบคุณเพื่อนรักมาก
ผมตระหนักดีว่า เวลาเราพูดคุยกันด้วยปัญญา ไม่ได้ใช้อารมณ์ เราจะเห็นสิ่งที่เป็นอยู่ เข้าใจสิ่งที่เกิด ว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง...
หากประกอบด้วยโมหะจริต จะมีปัญญาได้อย่างไร...ชาวพุทธที่ประกาศตนตัวว่าพุทธต้องประกอบด้วยปัญญา เห็นแจ้งตามความจริงที่ศาสดาสอนสั่ง
พูดด้วยปัญญา คิดด้วยปัญญาไตร่ตรอง สุขด้วยปัญญา
"ปัญญาพาชีวิตสู่อริยะ"
สวัสดีครับน้องเอกที่น่ารัก
เห็นบทความนี้ ทำให้นึกถึงข้อความที่ได้เขียนไปใน บทความ "บะหมี่"
สภาพวัตถุที่รายล้อมในภาพของผู้คน กำลังบั่นทอนจิตใจ ความนึกคิด ความเข้าใจ การรับรู้ ปัญญา กำลังเป็นมะเร็งที่เกาะกิน ความคิดของผู้คน
สังคมที่โหดร้าย ภาพการเคลื่อนไหวที่เลวร้าย ทำลายแม้กระทั่งความเข้าใจของผู้ที่ทรงศีล ที่กำลังใฝ่หาจุดยืนที่ผิดๆ แม้กระทั่งยอมแลกกับความตาย
อำนาจ เงินตรา ความร่ำรวย กำลังถูกฝังแน่นเข้าทุกอณูของลมหายใจ
ภาพวัตถุที่ลอยล่องเตะตาเตะจมูก แทรกซึมเข้าทุกหนทุกแห่ง ในซอกมุมของชุมชน ในชนบท ในเมือง ไม่เว้นแม้กระทั่งในวัดวาอาราม
ถ้าความคิดไปยึดติดสิ่งใดสิ่งหนี่งที่ผิดเพี้ยนจากความถูกต้อง บางครั้งจะเกิดความแตกต่างทางความคิด เกิดขึ้นโดยที่ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้เลย
ผมจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง เป็นการสนทนาผมกับเด็กอายุไม่กี่ขวบ ซึ่งต้องการความเข้าใจ เมื่อนานมาแล้ว
เด็ก.........ทำไมพระต้องออกมาให้เขาทำบุญ
ตอบ........เพราะทำให้เรารู้จักการให้
เด็ก.........แล้วพระเขาไม่ต้องทำอะไรกินเองเหรอ
ตอบ........พระเป็นผู้ทรงศีล เขามีหน้าที่เผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้า
เด็ก........ พระก็ต้องเป็นคนดีซิ
ตอบ.........ดีซิครับ เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้ามาให้คำสั่งสอนเราเป็นคนดี
เด็ก...........ครับ
นี่ครับ เป็นภาพหนึ่งที่เป็นภาพแห่งความถูกต้องในความเป็นจริง
ขอบคุณมากครับ จะมาใหม่ครับรู้สึกมันยังขาดอะไรอีกเยอะครับ
ยังไม่นอนหรือจ๊ะ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table>เฝ้าบ้านดีๆเนอะ
สวัสดีครับพี่เหลียงที่เคารพรัก

สิทธิรักษ์
สภาพการณ์ปัจจุบันที่วุ่นวาย และไม่สมานฉันท์เพราะการที่เรายึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง"ตัวกู ของกู" เห็นผิดเป็นชอบ เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองมากกว่าส่วนรวม
หากไม่ได้ตามประสงค์ก็โกรธกริ้ว ใช้อาวุธร้ายเป็นอวิชชาห้ำหั่นไปทั่ว ทุกข์แม้กระทั่งตัวเอง ทุกข์เกิดกับคนอื่น ทุกข์กระจัดกระจายเต็มไปหมด เผาหัวใจของตัวให้ร้อนเกรียม
ทั้งหมดที่เป็นผลผลิตของ อวิชชา เป็นพลังด้านลบที่แฝงในตัวแล้วออกมาเมื่อเวลาสติไม่อยู่กับตัว ปัญญาหนีไกล
ผมคิดว่าการเบียดเบียนคนอื่นก็ดี ตัวเองก็ดี โดยใช้วาจาจาบจ้วงเสียดสี แสดงถึงพื้นฐานทางปัญญาที่เสื่อมถอยเอามากๆ นั่นก็แสดงถึงพื้นฐานจิตใจ และมองลึกลงไปในพุทธศาสนาก็เป็น "กรรม" ที่สัตว์โลกมีเป็นของตัวเองครับ
"ถ้าความคิดไปยึดติดสิ่งใดสิ่งหนี่งที่ผิดเพี้ยนจากความถูกต้อง บางครั้งจะเกิดความแตกต่างทางความคิด เกิดขึ้นโดยที่ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้เลย"
Gotoknow เป็นที่รวมของเหตุผล เป็นสนามฝึกฝนปัญญา ดังนั้นแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็ขอให้พิจารณาด้วยปัญญา เป็นการดีมากที่มีเหตุต่างด้านความคิด และพฤติกรรม เราก็ได้ศึกษาและเรียนรู้ปรากฏการณ์อย่างนี้
ผมเขียนบันทึกธรรมะ แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมปฏิบัติได้ตามนี้ 100 %เป็นบางช่วง เป็นบางเวลา แต่พื้นฐานที่สุดแล้วคือ การพยายามทำดี เป็นคนดีตามที่ศาสดาได้สอนสั่ง ผมประจักษ์ว่าผมทำดี ผมสบายใจ หากผมทำไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะมีสิ่งคอยเตือนว่าไม่ควร ผมก็หยุดการกระทำนั้น
เป็นการฝึกตัวเอง และเตือนใจตัวเอง บำเพ็ญสิ่งที่มีประโยชน์ โดยไม่ต้องบวชพระ ผมเลยบวชใจไปก่อนครับ
ต้องขอขอบคุณพี่เหลียงที่ให้ข้อคิดเห็นเติมเต็มให้บันทึกของผมสมบูรณ์มากขึ้น ...
ขอบคุณพี่มากครับ
มันเป็นเรื่องที่น่าขันดีครับคุณธรรมาวุธ
แต่ผมถือว่าผมได้รับโอกาสนั้น ได้เรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
ก็ตกใจเล็กน้อยแต่คิดไปคิดมาว่า เราสบายๆ สงบๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใครก็ตามจะมาบังคับเราให้โกรธได้ไง
"โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า"
ผมเป็นเด็กครับ เป็นเด็กที่เขียนธรรมะ ไม่ใช่ว่าผมทำได้หมด ผมเคยบอกไปว่าถอดบทเรียนจากแวบหนึ่งของความคิดก็มี หรือถอดบทเรียนจากการที่ตัวเองพยายามก็มี ผมพยายามเขียนออกมาเพื่อให้ทุกคนที่มาอ่านได้ฉุกคิดบ้าง เป็นธรรมะเล็กๆ ติดปีก ดังนั้นแล้วผมไม่อหังการ์ในการคิดว่าผมนี่แน่ และเก่ง
แต่ได้ผลกับผมมากครับ มีญาติมิตรเข้ามาอ่านและให้ข้อคิดเห็นที่หลากหลายเท่านี้ผมก็หัวใจพองโต ผมเขียนบ่อยๆขึ้นเพราะเห็นว่ามีประโยชน์ ผมไปอ่านบันทึกที่เขียนแนวธรรมะบ้างที่ผมรวมรวมไว้ใน planet ซึ่งบันทึกของคุณธรรมาวุธ ผมก็อ่านและคิดตามเสมอเวลาอ่าน ตรงนี้บำรุงปัญญาผมมากครับ
ผมต้องขอบคุฯมากนะครับ ที่มาเติมกำลังใจและให้ข้อคิดเห็นดี เฉียบคม
- - - - - -
- - - - - - -
เป็นเช่นนั้นเอง...ครับผม
Greeting from the Philippines.
คล้าย ๆ จะเคยได้ยินมาว่า ..
คิดดี ทำดี ไม่ว่าจะอยู่สูงหรือต่ำเพียงดิน
หากคิดไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะอยู่สูงแค่ไหน มันก็ต่ำคือกัน
สุขสันต์วันจันทร์ วันทำงานนะคะ
...
"ถ้าไม่ทุกข์ ก็จะไม่รู้ค่าของความสุข"
ช่วงนี้ทุกข์จัง กำลังพยายามปลดปล่อย ...หวังว่าจะแกร่งในเร็ววัน
"มารบ่มี บารมีบ่เกิด"
ขอบคุณค่ะ
เตือนใจได้จริงๆ
^___^
ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจดีๆจากแดนไกล เราเข้าใจและสื่อสารกันด้วยความจริงใจเป็นพื้นฐานครับ
ดังนั้นแล้ว เรารักกัน สามัคคีกัน - - -สมานฉันท์ สังคมจะเป็นสุขสำหรับผู้มีที่อคติ-อัตตาที่ถืออยู่ ก็ขอให้ลดๆลงบ้าง ปล่อยวางบ้างเพราะมันหนัก :)
สวัสดีครับ
ผมนี้ผมประชุมร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ และใหญ่โต ๆ ในภาครัฐ เหตุผลผมเคยเสนอแนวคิดโครงการไว้ แล้วมีคนนำไปขยายผล จึงอยากจะมาเริ่มต้นขับเคลื่อนที่จุดของคนเริ่มคิด -
เหนื่อยเหมือนกันครับ, มองคนละมุม แต่ก็อยู่ในเวทีเดียวกัน
....
การเขียนไม่ว่าจะรูปแบบใด การให้ความเห็นแสดงถึงระดับปัญญา และความดีงามที่อยู่ในจิต
ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีศัพท์หรูหรา เพียงแต่มีความจริงใจ สื่อออกมาด้วยความดีที่เป็นพื้นฐานของจิตใจ ก็เพียงพอ
....
ขอบคุณครับ ผมมั่นใจขึ้นเมื่อได้อ่านถ้อยคำเหล่านี้
และหวังว่าเจ้าของถ้อยคำจะยังมีความแข็งแกร่งต่อโลกและชีวิตเช่นเคย
ระลึกถึงเสมอ ..
สวัสดีครับคุณเนปาลี
ชอบครับ กวีคำคมที่ยกมา
คิดดี ทำดี ไม่ว่าจะอยู่สูงหรือต่ำเพียงดิน
หากคิดไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะอยู่สูงแค่ไหน มันก็ต่ำคือกัน
ความดีสวยงามเสมอนะครับ
คุณแนนนี่
บันทึกนี้ผมเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นบันทึกเตือนใจครับ เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ผมคิดว่า เป็นบทเรียนที่ดีและผมก็ได้เรียนรู้จากบทเรียนนั้น
ผมได้รู้ว่า อัตตา - - -ตัวกู ของกู นี่มันทำร้ายคนอื่นยังไงบ้าง คนที่คิดไม่เหมือนกู เป็นผิดหมด อันนี่แสดงว่าเป็นมะเร็งที่จิตใจ
เป็นเรื่องเล็กๆแต่ก็สอนตัวเองได้ดีนักแล
"ถ้าไม่ทุกข์ ก็จะไม่รู้ค่าของความสุข"
ช่วงนี้ทุกข์จัง กำลังพยายามปลดปล่อย ...หวังว่าจะแกร่งในเร็ววัน"
ให้กำลังใจนะครับผม
ความหลากหลายเป็นความงดงาม หากว่าความหลากหลายนั้นเป็นความหลากหลายของสิ่งที่ดีงาม มีพื้นฐานดีงาม
ความคิดก็เช่นเดียวกัน คนเรามาจากฐานประสบการร์ บริบทที่ต่างกัน คิดต่างไม่แปลก แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของใจที่ไร้อคติ ไม่งั้นแย่แน่ เพราะมันจะผสมไปทั้ง จริต ทั้งหลายที่ไม่พึงประสงค์
ผมมีมิตรที่เข้ามาให้กำลังสม่ำเสมอ ทั้งในชีวิตจริง และในโลกไซเบอร์แห่งนี้ และที่สำคัญผมชัดเจนในสิ่งที่ผมทำลงไปครับ
ผมกล้าทำ และผมกล้ารับผิดชอบและที่สคัญผมมีความสุขครับที่ได้ทำในสิ่งที่ผมอยากทำ เพื่อคนอื่น เพื่อตัวเอง
ขอบคุณมิตรภาพที่อบอุ่นที่ผมได้รับเสมอจากมิตรของผมคนนี้ครับ
คือ...มิตรภาพที่ยั่งยืนครับ
โลกภายนอกกว้างใหญ่ใครใครรู้
โลกภายในลึกซึ้งอยู่รู้บ้างไหม??
อยากมองโลกภายนอกมองออกไป
อยากมองโลกภายในให้.........มองตน
ขอบคุณคุณอุทัยครับ

อุทัย อาวรณ์
"อยากมองโลกภายในให้.........มองตน"
ชวนให้เราคิดว่า ปัจจุบันนี้เราได้มองโลกภายในบ้างมั้ย เราได้มองตนเองบ้างมั้ย
อัตตา มันบดบังตาในหมดสิ้นครับ
- - - - -
จงยืนกราน......สลัดทั่ว ........................ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น.......นั้นเป็นเหตุ ...................แห่งทุกข์หนา
อย่าสำออย......ตะบอยจัด ...................ไว้อัตรา
ตัวกูกล้า...........ขึ้นเรื่อยไป.................... อัดใจตาย
เรื่องนั้นนิด เรื่องนี้หน่อย................. ลอยมาเอง
ไปบวกเบ่ง..........ให้เห็นว่า...................... จะฉิบหาย
เรื่องเล็กน้อย........ตะบอยเห็น................. เป็นมากมาย
แต่ละราย...........รีบเขวี้ยงขว้าง.............. ช่างหัวมัน
เมื่อตัวกู................ลู่หลุบ........................... ลงเท่าไร
จะเยือกเย็น.............ลงไป............................ได้เท่านั้น
รอดตัวได้................เพราะรู้ใช้.................."ช่างหัวมัน"
จงพากัน................ หัดใช้........................... ไว้ทุกคนฯ
ท่านพุทธทาสภิกขุ
สวัสดี
สรรพสิ่งในโลกนี้ ล้วนมีอยู่สองด้าน ด้านมืดและด้านสว่าง ด้านมีและด้านไม่มี ขึ้นอยุ่ที่ว่า จิตของคนจะเลือกทางด้านไหน หากเลือกด้านดี ก็จะได้ดี หากเลือกด้านร้าย ก็จะได้ร้าย แต่มีหนทางหนึ่งที่ ผู้มีปัญญา นั้น จะเลือกเดิน นั้นคือ หนทางสายกลาง หนทางแห่งการดำเนินชีวิต ที่ถูกต้อง นำไปสู่ความสงบ และ พบกับความเย็น นิ่งสนิท แนบอยุ่ในจิต นิรันดร
<p>rainalone</p>
สวัสดีครับเพื่อน
ไม่รู้จะบอกว่ายังไงดีครับ ก็บอกได้แต่ว่า พุทธะ นะปลง ฯ
ขอบคุณมากนะครับ
สวัสดีครับ
thassana wong
ขอบคุณที่ให้เกียรติครับ
ตึงไปก็ไม่ดี หย่อนไปก็ไม่ดี นั่นคือทางสายกลางที่เราควรเลือก เพราะมีช่องว่างให้เราได้ใช้ปัญญาในการตัดสิน ได้ใช้ปัญญาในการนำทางเราไป
ผมเองก็เรียนรู้ไป ยังคงเป็นคนธรรมดาที่สนใจ อยากรู้ อยากเห็นและอยากพัฒนาตนเอง
เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาก็เป็นบทเรียนที่ดีครับ ผมได้จดจารไว้เสมอ ...
- - -
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจคือ ภาษากำเมือง ที่ท่านได้เขียนบันทึก ทำให้ผมได้เรียนรู้ ภาษาของผมเองที่เชื่อว่าหลายๆคนจะหลงลืมไปบ้างโดยเฉพาะคนล้านนาลูกหลานต๋านเต้าคนเมืองรุ่นใหม่ๆ
ผมขอรบกวนท่านเขียนบันทึกแนวนี้บ่อยๆครับ
- - -
ขอบคุณมากครับผม