แน่นอนต้องสำแดงผลแกมนุษย์สักวัน เชื่อว่าไม่นานคงจะรู้กันครับ ว่าสหรัฐฯ จะเริ่มนับถอยหลังความเป็นเจ้าโลก หรือ นับหนึ่งใหม่ในการพัฒนาประเทศตนจากความหายนะแทน

ครับในวันนี้ผมได้อ่านงานเขียนในหนังสือเรื่อง "ยุทธสาสตร์พลังงานภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่" ของ อาศรมพลังงาน จ.นครราชสีมา ครับ

ข้อคิดที่ผมได้เรียนรู้ และประทับใจมาก คือ เรื่อง คลองปานามา ครับ หลายท่านอาจจะงงว่า คลองปานามา เกี่ยวอะไรกับอาศรมพลังงาน คือว่า ผู้แต่ง คุณ วิษณุ ตัณฑ์เจริญรัตน์ กล่าวว่า

"...แต่เดิม ประเทศโคลัมเบียเป็นเจ้าของพื้นที่ คลองปานามา และไม่ยินยอมให้ขุดคลองดังกล่าว สุดท้าย สหรัฐฯ จึงแบ่งโคลัมเบียออกเป็น ๔-๕ ประเทศ โดยตั้งประเทศปานามาขึ้นมาควบคุมพื้นที่ที่จะทำการขุดคลอง และรัฐบาลปานามาก็ยินยอมให้ สหรัฐฯขุดคลองจนสำเร็จ..."

"ต่อจากนั้นอีก ร้อยกว่าปี สหรัฐจึงส่งมอบอำนาจบริหารจัดการในคลองปานามา คืนแก่รัฐบาลปานามา"

ที่คลองปานามาสำคัญเพราะถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน ต้องได้รับการคุ้มครองโดยกองกำลังของผู้ใช้น้ำมัน คือ สหรัฐนั่นเอง

ซึ่ง ผู้แต่ง ได้เชื่อมโยงมายังคอคลอดกระ จ.ประจวบคีรีขันธุ์ของประเทศไทย เพื่อแนะนำให้มีการศึกษาในประเด็นต่างๆ อย่างถี่ถ้วน อันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการถูกกดดัน แทรกแซง กิจการภายใน จนคล้ายกับประเทศปานามา ในที่สุด

น่าคิดจริงๆครับ การที่เรามีพลังงานใช้อยู่ทุกวันนี้ มันมีที่มาที่ไปยังไง มันจะโปร่งใสและเป็นธรมกับทุกฝ่ายไหม โดยส่วนตัวผม ไม่ทราบครับว่าทำไม สหรัฐฯ ถึงทำแบบนี้ มีหลายกรณีที่เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม เช่น อีรัก เป็นต้น ผลพวงจากกรรมที่กอไหว แน่นอนต้องสำแดงผลแกมนุษย์สักวัน เชื่อว่าไม่นานคงจะรู้กันครับ ว่าสหรัฐฯ จะเริ่มนับถอยหลังความเป็นเจ้าโลก หรือ นับหนึ่งใหม่ในการพัฒนาประเทศตนจากความหายนะแทน

น่าห่วงจริงๆ

ขอบคุณครับ