พบป้าคนนึงที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park


เหตุเพราะ Idea time ทำให้เราต้องดั้นด้นไปอุทยานการเรียนรู้ ไปดูว่าเขามีอะไรให้เรียนรู้บ้าง
     ตั้งใจไว้ตั้งแต่วันพฤหัสที่ผ่านมาว่า ถ้าสอนหนังสือเสร็จตอนเช้า จะแวะไปอุทยานการเรียนรู้ TK Park ซึ่งอยู่ที่ชั้น 8 ของเซ็นทรัลเวิร์ล ลองเข้ไปดูใน website ไว้แล้ว พอจะมีภาพในหัวอยู่บ้าง
     มาวันนี้พยายามทำตามที่ตั้งใจ แวะไปช่วงบ่ายตอนแรกกะว่าจะอยู่สักสองชั่วโมง ไม่เคยไปมาก่อนเลย ไม่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของที่นี่ควรเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ สิ่งที่ไปพบตั้งแต่ด่านแรก อ้าว! มีที่กั้นคล้ายรถไฟฟ้า เห็นคนเดินเข้าต้องเอาบัตรไปแตะ ถัดจากทางเข้ามาทางขวาเล็กน้อยเป็นเคาน์เตอร์เขียนว่าอะไรจำไม่ได้ แต่รู้ว่างานนี้ต้องจ่าย เชยมากเลยไม่รู้ว่าต้องจ่าย เอ ! แล้วต้องจ่ายเท่าไร เข้าคิวอยู่นานเกือบสิบนาที เพราะต้องบันทึกประวัติ ยื่นบัตรประชาชนพร้อมเงินค่าเข้า 20 บาท มัดจำ 50 บาท สงสัย อดถามไม่ได้ว่า ทำไมต้องมัดจำ เจ้าหน้าที่แสนใจดี ตอบว่า ประกันบัตรหาย หลังจากจ่ายเงินก็เดินเข้าไป งงมากๆ เลย ไม่รู้จะไปทางไหนดี เรื่องของเรื่องวันนี้ลืมใส่แว่นออกจากบ้าน ทำให้มองป้ายอะไรก็ไม่ค่อยเห็น
     หลังจากมองไปรอบๆ ที่นี่ใช้สีแดงตกแต่งเป็นหลัก จุดแรกที่เห็นคือลานกิจกรรมที่จะจัดนิทรรศการ หรือมีกิจกรรมผลัดเปลี่ยน อย่างวันนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับสมาคมอะไรสักอย่าง จำชื่อไม่ได้แต่เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของดินแดนแถบภูฏาน ทางขวามือเป็นห้องฉายวิดีทัศน์ ตอนเดินเข้าไปได้ยินเพลงและได้เห็นชาวเขาเต้นรำกัน
     พอเดินลงมาจากลานกิจกรรมทางด้านขวาก่อนทางออกจะเป็นทางเข้าไปห้องสมุดขนาดใหญ่ มีหนังสือหลากหลายประเภทให้สมาชิกยืมได้ ตรงทางเข้าห้องสมุดด้านขวามือมีคอมพิวเตอร์วางไว้นับสิบเครื่อง คนที่มาใช้ส่วนใหญ่เป็นเด็ก บางคนมีผู้ปกครองมายืนอยู่ใกล้ๆ ในคอมพ์มีข้อมูลให้ดูหลากหลาย มีห้องสมุด หนังสือ ดนตรี วิดีทัศน์ เล่นเกม เห็นเด็กส่วนใหญ่จะเล่นเกม แต่ก็เป็นเกมดีช่วยให้เกิดการเรียนรู้ คนมาใช้บริการห้องสมุดมากเหมือนกันนั่งกันจนหาที่ว่างไม่ได้
     นอกจากนั้นยังมีห้องอ่านนิทานของเด็ก มีการให้เด็กมาวาดการ์ตูนระบายสีด้วย มีที่ให้เด็กปีนป่ายขึ้นไปนั่งอ่านหนังสือเป็นที่นั่งทำคล้ายรังผึ้ง ห้ามเด็กอายุเกิน 5 ปีขึ้นไปนั่ง  ด้านซ้ายของห้องสมุดมีห้องแยกปิดประตูกระจก เขียนไว้ว่า เป็นห้องเงียบ และยังเขียนป้ายที่ประตูว่า ให้ปิดเงียบๆ ตอนเดินเข้าไปไม่กล้าจะหายใจ กลัวเสียงดัง เมื่อเข้าไปในห้องนี้มีคอมพิวเตอร์วางเรียงไว้เกือบสิบเครื่อง เวลาใช้ตอนแรกก็ทำไม่เป็น ที่หน้าจอเครื่องหนึ่งว่างอยู่ เขียนว่า "โปรดแสดงบัตรของท่าน" ความเชยอีกแล้ว ครั้งแรกที่เห็นคิดว่า สงสัยไม่ใช่สมาชิกใช้ไม่ได้มั้ง แล้วยังเฉไฉไปคิดอีกว่า ถ้ามีบัตรแล้วเราหยิบมาให้เครื่องคอมพ์ดูจะใช้งานได้เลยหรือ
     ในที่สุดความเฉลียวยังพอมีอยู่นึกขึ้นมาได้ อ๋อ ก็บัตรที่เราเสียค่ามัดจำไปนั่นแหละ หยิบออกมาจากกระเป๋าได้แล้ว พอดีกับเหลือบไปเห็นแป้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ อันหนึ่งมีร่องขนาดพอดีกับบัตร ก็เลยลองเอาบัตรไปวางบนแป้น โอ้! พระเจ้าจอร์จ เครื่องตอบรับให้เข้าใช้งานได้แล้ว ถ้ามีคนมาเห็น อายเขาแย่เลย
     จุดสำคัญที่มาเขียนบันทึกนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เล่ามาข้างต้นเลย แต่ทว่า... เมื่อเดินออกจากห้องเงียบ ก็เดินสำรวจไปเรื่อย หยุดยืนตรงตู้ใบหนึ่ง หลังตู้มีแผ่นพับวางไว้ในกล่องหลายกล่อง จู่ๆ คุณป้าท่านหนึ่งเดินมาหยุดข้างๆ เราแล้วบอกว่า "หยิบไปอ่านได้นะ" เราก็เชื่อฟัง หยิบแต่โดยดี เปิดมาอ่าน คุณป้ายังไม่ยอมไปไหน เล่าต่ออีกว่า "ที่อุทยานนี้มีการพัฒนาขึ้น คนรู้จักมากขึ้นจนที่เริ่มคับแคบ ป้าบอกให้เขาไปเปิดสาขาชานเมืองที่มีห้างเซ็นทรัล เขาก็ไม่เชื่อ ป้าน่ะมาที่นี่ตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการใหม่ๆ" งง อีกแล้ว ตกลงคุณป้าเป็นใครกันเนี่ย เป็นเจ้าหน้าที่ก็ไม่น่าใช่  แล้วคุณป้าก็ยังบ่นเรื่องการนำขนมเข้ามารับประทาน เจ้าหน้าที่บอกว่าห้ามนำเข้ามา แต่ถ้ามาซื้อจากร้านในห้องสมุด ทำไมหยิบออกมารับประทานที่เครื่องคอมพ์ได้ เดี๋ยวป้าต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่ซะหน่อย
     สรุปว่า คุณป้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่เป็นคนที่มาใช้บริการที่นี่ จนเหมือนเจ้าหน้าที่อีกคนไปแล้ว ทำให้นึกภาพตัวเองตอนอายุหกสิบกว่าๆ จะอยากมาเรียนรู้ หาความรู้ หรือช่วยงานสาธารณะแบบนี้หรือเปล่านะ  แล้วคุณป้าทำไมจึงชอบมาที่นี่บ่อยๆ ถ้ามีโอกาสกลับไปอีก คงต้องไปหาคำตอบ คิดว่าน่าจะสมัครสมาชิกไปเลย อย่างน้อยก็ช่วยสนับสนุนบริการนี้  แต่ถ้าตั้งใจไปอีกต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย เพราะวันนี้ทนความเย็นไม่ไหว เลยรีบกลับเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้ ใครไม่เคยไปก็ลองดู พาลูกหลานไป เห็นเด็กๆ ที่ไปติดใจกันทั้งนั้นค่ะ
หมายเลขบันทึก: 105764เขียนเมื่อ 23 มิถุนายน 2007 23:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 พฤษภาคม 2012 09:58 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (10)

เชื่อหรือไม่ว่า ผมยังไม่เคยไปเลย TK park เนี่ย

แต่ ที่เมืองนอก   มีแบบนี้เหมือนกัน

อยากให้  เมืองไทย มี Park แบบนี้เยอะๆ

มี  Park แบบ สวนรถไฟเยอะๆ

 

สถานราชการ เปิดให้ คนเข้าไปออกกำลังกาย

ย้ายเมืองหลวง เอาที่ราชการ  มาทำเป็น Park  ออกกำลังกาย  เรียนรู้   มีปอด   ขี่จักรยาน  ฯลฯ 

 

ผมอีกคนครับยังไม่ได้ไปเช่นกันครับ ตั้งใจว่าจะไปเหมือนกันครับ เห็นด้วยกับคุณป้าครับอยากให้มีแบบนี้แถวๆ ชานเมืองด้วย หรือตามจังหวัดต่างๆ ครับ เพราะถ้ามีมากทำให้เปิดโอกาสคนที่เดินทางไม่สะดวก เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ผู้ที่ไม่มีโอกาสครับ (ถ้ามีใกล้บ้านผมก็คงไปทุกวันเหมือนกันครับ)

ครั้งหนึ่งเคยดูรายการของทางญี่ปุ่น พบว่ามีการส่งเสริมการเรียนรู้โดยเป็นแบบ Action Learning ครับ มีอุปกรณ์ต่างๆ ให้เด็กๆ นำมาประกอบเอง อาจจะเป็นหุ่นยนต์ รถยนต์ เป็นต้น ถ้ามีโอกาสอยากไปเห็นจังเลยครับ 

P
ที่บอกว่าอยากไปเห็น คือที่ญี่ปุ่นใช่ไหมคะ คงมีโอกาสได้ไปสักวัน เห็นวิศวกรในโรงงานไปญี่ปุ่นกันบ่อยมาก ของ PPB ไปกันบ่อยไหมคะ

P
ถ้าทำครบวงจรอย่างที่อาจารย์เล่าให้ฟังใน แต่ละ park แล้วกระจายไปทั้งสี่มุมเมืองก็ได้ เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่จะซื้อบ้านอยู่ชานเมืองรอบนอกกันมากค่ะ (เป็นหนึ่งในนั้น) น่าจะเป็นโอกาสที่ดี ให้ทั้งครอบครัวสามารถเลือกกิจกรรมที่ตัวเองสนใจและใช้ชีวิตอยู่ใน park นี้ได้ทั้งวัน ไม่ต้องไปเดินหาแอร์ตามห้างแล้วเสียเงินซื้อของ
ไปไม่ค่อยบ่อยครับ เนื่องจากทางเราไม่ได้ Co กับทางญี่ปุ่นครับ แต่เมื่อปลายสัปดาห์มีข่าวมาว่าอาจจะได้มีโอกาสไปครับ แต่ตอนนี้พยายามไม่คาดหวังกลัวจิตตก

ตัวอักษรที่อาจารย์เขียน ตัวเล็กจัง อ่านยาก รึมีปุ่มขยายขนาดตัวอักษร แต่ผมไม่ทราบวิธี

  • ตามมาขอบคุณ
  • มายิ้มๆๆพ่อครูบา
  • ลองใช้อักษร Tahoma 14 points
  • พิมพ์ใน words แล้ว
  • copy มาไว้ใน gotoknow ครับผม
P
ขออวยพรให้ได้ไป  ถ้าไป อย่าลืมบอกด้วยนะคะ จะฝากซื้อร่มญี่ปุ่นสักสองคัน ใช้แล้วติดใจ แข็งแรงดีมาก
ขอบคุณค่ะ อาจารย์
P
ที่มาให้คำแนะนำ พอจะทราบวิธีปรับตัวอักษรในช่องความคิดเห็นไหมคะ
สวัสดีค่ะ
P
ครูบาหมายถึงตัวอักษรในบันทึก หรือในช่องความคิดเห็นคะ ตรงบันทึกปรับใหญ่ได้ แต่ใน ช่องความคิดเห็นไม่รู้ทำไงค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี