เมื่อวานได้ขับรถและมีน้องสุภัทร ชูประดิษฐ์
สุภัทร ชูประดิษฐ์![]() |
นั่งคุยกันไปในรถด้วย เราผจญจราจรของเชียงใหม่ ทั้งจุดที่แออัด และการแบ่งเส้นทางจราจร ที่ชวนน่างงงันสำหรับผู้มาเยือน…ผมคนพื้นที่ก็มักจะหลงทางบ่อยๆ - - -โดยผมใช้เวลาค่อนข้างมาก และใช้เวลานั้น พูดคุยกัน<p>การที่มีโอกาสคุยกันในเวลาที่ว่างตรงกัน ทำให้ผมได้ซึมซับความรู้ ประสบการณ์ของน้อง ที่เล่าผ่านการพูดคุยฉันท์พี่น้อง ส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่เรียนปริญญาเอกของน้องสุภัทร และวิพากษ์ ประเด็นการศึกษาของเมืองไทย แบบมุมมองคนหนุ่มอย่างพวกเรา ที่คุยกันได้ถูกคอ </p><p>ผมมองว่า เรื่องราวที่คุยกันมีคุณค่ามาก กับมุมมองของพวกเรา ผ่านประสบการณ์จริง เรื่องเล่า - ปัญหา -ทางออก - ข้อเสนอแนะ ที่มีคุณค่า ควรอย่างยิ่งที่จะเก็บผลึกผลการ small talk ในครั้งนี้ถ่ายทอดลงในบันทึก</p><h4>
นี่เองเป็นพลังของการพูดคุย-
- -การแสดงความคิดเห็นได้อิสระ ภายใต้จิตใจที่ดี มีความตั้งใจจริงในการพัฒนา เพื่อให้ดีขึ้น - - -จริงใจในการพัฒนา ประเทศเรากำลังต้องการผู้ที่ เข้าใจ - เข้าถึง-พัฒนา </h4><p>เราไม่ได้บอกว่า พวกเรา เข้าใจ - เข้าถึง -พัฒนา เสียทีเดียวนะครับ แต่มองว่า หากเราได้ขบคิดหาทางแก้ปัญหาสังคมกันอย่างจริงจังมีการจัดการความรู้เพื่อนำทุนทางปัญญามาพัฒนาประเทศเราจริงๆ ปัญหาไม่ยากที่จะถูกแก้ไขโดยปัญญา ไม่เสียเลือดเนื้อ</p><p>ช่วงหลังน้องสุภัทร ไม่ค่อยได้เขียนบันทึกเพราะ น้องบอกว่าไม่ค่อยมีเวลา และอาจะเลยถึงนึกประเด็นที่จะเขียนไม่ค่อยออก มีคำพูดหนึ่งที่มักได้ยินจากผู้ที่ถ่อมตัวทั้งหลายว่า "ความคิดยังไม่ตกผลึกพอ" </p><p>ผมคิดว่า ไม่จำเป็นหรอกครับ เพียงแต่เราฝึกสังเคราะห์เล็กๆ วิเคราะห์จากปรากฏการณ์ที่เราได้เรียนรู้ทุกวัน เหตุการณ์ใหม่ๆมีชีวิตชีวาเสมอ ไม่จำเป็นถึงขนาดตกผลึกก็ได้ หากอยากเขียนก็เขียนไป เป็นการฝึกตนเองในการเขียน ทักษะในการวิเคราะห์-สังเคราะห์ ซึ่งการเรียนในระดับปริญญาเอกของน้องสุภัทรก็จำเป็นอย่างยิ่ง</p><h3>เขียนออกมาเลยครับ- - -อยากคิดอยากเขียน ขอเพียงมีความตั้งใจ และเชื่อมั่นในตัวเอง พลังการเขียนการคิดผลักดันสังคมได้แน่นอน</h3><p>จอมยุทธ์ที่ละทิ้งดาบ ไร้ดาบ ไร้กระบวนท่า แต่ทว่าใช้ปัญญาเป็นพลานุภาพในการสร้างสรรค์สังคม เป็นพลังของผู้ปฏิบัติ ที่เราเคยมืดบอด(อวิชชา)กับพลังเหล่านี้ เพราะเราเคยชินกับความรู้ในรูปแบบของ "ปัญญาผู้รู้" เราไม่ค่อยได้ใส่ใจ "ปัญญาของผู้ปฏิบัติ"</p><h3>
</h3><p>ผมเชื่ออย่างสุดใจ</p><p> </p><p> </p>

ผมชอบรูปใหม่คุณจตุพรตรงประวัติ เห็นนานแล้วแต่ไม่ได้เข้าแจมสักที
เรื่องเขียน แม้แต่ปราชญ์อย่าง Leonado Davinci ยังเคยทำให้เราเห็น หากแกะรอยบันทึก จะเห็นว่าเขาบันทึกทุกอย่างที่เห็น ทั้งบันทึกเป็นตัวอักษร และเป็นภาพ แล้วทิ้งท้ายไว้ด้วยคำถามทุกครั้ง
ผมเองก็ชอบแนว คิดอย่างไร ก็เขียนอย่างนั้น เพราะมันเป็นบันทึกของเรา ไม่ทำร้ายจิตใจใครก็ Ok แล้วหล่ะ
สวัสดีค่ะ
เพิ่งได้เข้าไปอ่านบันทึกของคุณสุภัทร ชูประดิษฐ์
เมื่อวาน ดีใจที่จบจาก ม.เชียงใหม่เหมือนอาจารย์คุณนายดอกเตอร์ ที่เดียวกับที่น้องชายจบ และขณะนี้เขายังรับราชการ อยู่เป็นนายอำเภอ
รู้สึกเหมือนคุ้นเคย โดยอัตโนมัติค่ะ
เห็นด้วย ที่การเขียน สามารถเขียนได้บ่อยๆเท่าที่ต้องการ เป็นคำแนะนำที่ดีค่ะ
ตัวพี่เองก็พยายามทำตามที่คุณแนะนำเหมือนกัน มันติดที่ภาระเยอะ การเขียนไม่ต่อเนื่องค่ะ
เลยมีบันทึกไม่มากนักค่ะ
ดีใจครับที่พี่ธวัชมาเยี่ยม

Thawat
ผมเองได้คุยกับน้ำฝน(ธันยพร)หลายครั้งว่าจะเชิญพี่มาเยี่ยมเครือข่ายการท่องเที่ยวของพวกเราบ้าง อย่างน้อยได้พบเจอก็ยังดี
บันทึกนี้เขียนเพื่อวัตถุประสงค์ให้ ท่านผู้อ่านมีความมั่นใจที่จะเขียน และเขียน ทุกอย่างที่เขาเจอออกไป ไม่ต้องกังวลว่าจะดีพอหรือไม่ แต่มุ่งหวังเพื่อการแลกเปลี่ยน
พี่ธวัชให้ข้อเพิ่มเติมตรงนี้
"เรื่องเขียน แม้แต่ปราชญ์อย่าง Leonado Davinci ยังเคยทำให้เราเห็น หากแกะรอยบันทึก จะเห็นว่าเขาบันทึกทุกอย่างที่เห็น ทั้งบันทึกเป็นตัวอักษร และเป็นภาพ แล้วทิ้งท้ายไว้ด้วยคำถามทุกครั้ง"
คิดว่าน่าจะกระตุ้นนักอยากเขียนมากขึ้นครับ
ชอบตรงนี้อีกครับ
"คิดอย่างไร ก็เขียนอย่างนั้น เพราะมันเป็นบันทึกของเรา ไม่ทำร้ายจิตใจใครก็ Ok แล้วหล่ะ "
ขอบคุณพี่มากๆครับผม
สวัสดีครับพี่ศศินันท์

sasinanda
คุณนายดอกเตอร์ผมได้เจอที่อ่างทอง ท่านเป็นผู้หญิงที่สมาร์ทมากครับ เป็นรุ่นพี่ที่ มช.ด้วย
ส่วนน้องโอ๋ สุภัทร คนนี้เด็กหาดใหญ่ เป็นรุ่นน้อง มช. ที่ไฟแรง อุดมการณ์สูง เป็นคลื่นลูกใหม่ที่ต้องให้กำลังใจครับ
พี่ศศินันท์ เขียนบันทึกได้ดี แฟนๆติดตามมาก และมีรูปสวยๆซึ่งผมชอบครับ
ขอบคุณคุณเอื้อ แห่ง gotoknow
ต้องขอขอบคุณพี่มาในบันทึกนี้ ที่กระผมได้รบกวนหลายอย่างเลย
และขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ blogger หน้าใหม่ๆของ gotoknow สม่ำเสมอครับ