วันที่ ๒๐ มิ.ย. ๕๐ ผมไปเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายด้านสุขภาพ (คณะที่ ๗)   ที่ สวรส.    ได้ฟังเรื่อง "การจัดการความรู้" ในเครือข่ายการวิจัยคลินิกสหสถาบัน (CRCN - Clinical Research Collaborative Network) ที่มี ศ. นพ. ปิยทัศน์ ทัศนาวิวัฒน์ แห่ง มข.  เป็นผู้ประสานงาน   ดำเนินการมา ๗ ปี    เกิดเครือข่ายการวิจัยสหสถาบัน (multi-center clinical research)    ที่เกิดผลอย่างน่าพิศวง    เช่น เครือข่ายวิจัยทางวิสัญญีวิทยา ที่มีราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์เป็นหน่วยประสานเครือข่าย    ทำงานวิจัยเรื่องภาวะแทรกซ้อนทางวิสัญญีในประเทศไทย และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง    มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร จ.พ.ส.ท. ทั้งฉบับ จากจำนวนผู้ป่วยกว่าหนึ่งแสนราย   ผลงานเหล่านี้ได้รับความสนใจจากต่างประเทศมาก    และกำลังจะมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่างประเทศ 2 - 3 เรื่อง

        มองจากมุมของ KM นี่คือกระบวนการแปลง Data จากหลายศูนย์บริการทางการแพทย์   ไปเป็น Information และ Knowledge      เป็นการเอา IC (intellectual capital) ที่นอนอยู่เฉยๆ ในรูปของข้อมูล   มาแปลงให้เปนความรู้ ผ่านการจัดการ

        เท่ากับ CRCN ทำงาน จัดการความรู้ โดยจัดกระบวนการให้มีการรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง (ที่นอนอยู่เฉยๆ ไม่มีคุณค่า) เข้าด้วยกัน   เกิดฐานข้อมูลที่ใหญ่พอที่จะเอามาทำ "value mining" ได้    สามารถ "ขุดค้น" ความหมายได้หลากหลาย  แบ่งปันผลงานกันได้    และความรู้ที่สร้างขึ้นเอาไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีในการปรับปรุงงานประจำนั่นเอง 

       ผมได้รับรู้ความก้าวหน้าหลายเรื่องด้วยความชื่นใจ    เช่น  การที่ราชวิทยาลัย วิทยาลัย หรือสมาคมวิชาชีพทางการแพทย์ต่างก็หันมาทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงเครือข่ายสร้างความรู้จากการทำงานประจำด้านวิชาชีพ    ซึ่งเดิมไม่ค่อยเอาใจใส่หน้าที่นี้นัก

       ผมได้เห็นวี่แววว่าโรงพยาบาล ซึ่งเดิมทำหน้าที่ใช้ความรู้ในการให้บริการ    เวลานี้ หลายแห่งมีการสร้างความรู้ด้วย    โดยมีการจัดระบบเข้าไปสนับสนุนกิจกรรมสร้างความรู้นั้น    เห็นได้ชัดว่าในวงการด้านสุขภาพของไทย มีร่องรอยของการเคลื่อนสู่สังคมความรู้บ้างแล้ว

         การประชุมวันนี้  สอนให้ผมเข้าใจพลวัตของการเปลี่ยนแปลงในระดับกระบวนทัศน์ที่ต้องใช้เวลานาน     และต้องการการจัดการที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้     ซึ่งบางทีคนใจร้อนและพิถีพิถันกับคุณภาพอย่างผมอาจไม่เหมาะที่จะเข้าไปดำเนินการ      โครงการ CRCN ใช้เงินเพียง 80 - 90 ล้านบาท ในเวลา 7 ปี      ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้ น่าชื่นชมจริงๆ     เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างมหาศาล     โดยที่ผู้ขับเคลื่อนหลัก ที่ทำงานอย่างอดทน และเสียสละ คือ ศ. นพ. ปิยทัศน์ ทัศนาวิวัฒน์      ผมขอปรบมือให้ด้วยความชื่นชม

วิจารณ์ พานิช
๒๑ มิ.ย. ๕๐