เช้าวันเสาร์ที่ ๙ มิ.ย. เราตื่นด้วยความเมื่อยจากการเดินเมื่อวาน     หลังอาหารเช้าไปเดินชมบริเวณโรงแรมซึ่งกว้างขวาง     มีต้นไม้สวยงามมาก     วันนี้เรามีกำหนดเริ่มออกไปทัวร์สาย คือ ๑๐ น.     แต่ไกด์มาช้า กว่าจะได้ออกก็เกือบ ๑๐.๓๐ น.     ไปชมหมู่บ้านฟาโรห์ ๒ ชม.    กินข้าวเที่ยง แล้วไปชมพิพิธภัณฑ์     คุณออสมานบอกว่าไปพิพิธภัณฑ์ตอนบ่ายนักท่องเที่ยวน้อย     เพราะทัวร์ส่วนใหญ่เขาไปพิพิธภัณฑ์ตอนเช้า      แล้วไปปิรามิดตอนบ่าย    เราจะได้ดูโบราณวัตถุชิ้นสำคัญๆ ได้สะดวก    

         เราไปถึงหมู่บ้านฟาโรห์กว่า ๑๑ น.     หมออมราชอบชมศิลปะสวยงามจึงบ่นว่าเขาทำหยาบๆ     จริงๆ แล้วเขาทำสถานที่นี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจวัฒนธรรมอียิปต์โบราณ     โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงสถานที่จริง     การชมหมู่บ้านประกอบด้วย ๒ ส่วน คือล่องเรือชมทิวทัศน์จำลองของลุ่มน้ำไนล์ พร้อมฟังคำอธิบายจากเทป     ผมติดใจนกกระสา และนกน้ำอื่นๆ ที่ทำรังอยู่ภายในหมู่บ้านมากมาย     ต้นไม้สัญญลักษณ์ของ Upper Egypt คือดอกบัว     เขาเรียก lotus แต่มันคือบัวสาย ไม่ใช่บัวหลวง     และสัญญลักษณ์ของ Lower Egypt คือดอกกก ปาปิรัส

          อีกส่วนหนึ่งคือเข้าไปชมสถานที่จำลอง     สุดยอดคือ Karnak Temple จำลอง (ของจริงอยู่ที่ Upper Egypt)     บ้านเศรษฐีจำลอง      สุสานตุตังคาเมนจำลอง ที่สมจริงมาก     หุ่นแสดงวิธีทำมัมมี่     หุ่นแสดงโบสถ์คริต์กับมัสยิดอยู่ติดกัน ในรั้วเดียวกัน    ปกป้องซึ่งกันและกัน ในสมัยโบราณ    และหุ่นแสดงยุทธนาวีที่ทราฟัลการ์  ที่แม่ทัพเรือเนลสันของอังกฤษรบชนะกองทัพเรือของนโปเลียน     แต่ตนเองถูกปืนตาย     แสดงวิธีจัดกองเรือที่ชาญฉลาดของเนลสัน     รวมทั้งหุ่นแสดงสนามรบที่นโปเลียนบุกอียิปต์     ห่างจากปิรามิดเพียง ๑๕ ก.ม.     นโปเลียนจึงเรียกว่า The Pyramid Battle      

         คนอียิปต์โบราณสร้างเทพเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ     พอฟาโรห์บางคนคิดรวบเทพเจ้าให้เหลือองค์เดียวก็จะโดนต่อต้าน หรือฆ่า      เพราะเท่ากับไปขัดขวางผลประโยชน์ของคนหลายกลุ่มเกินไป     การมีหลายเทพเจ้า ทำให้คนที่หากินทางเป็นเทวทูตได้แบ่งปันผลประโยชน์กัน     ชาวบ้านคือผู้ถูกหาผลประโยชน์

         ผมเข้าใจมากขึ้น ว่าคนอียิปต์โบราณเอาใจใส่ชีวิตในโลกหน้ามากกว่าชีวิตนี้     เพราะชีวิตหลังความตายเป็นชีวิตที่อมตะ (eternal) และแน่นอน       ส่วนชีวิตปัจจุบันมันชั่วคราวมาก และไม่แน่นอน    ราชาและคนรวยจึงสร้างบ้านในชีวิตปัจจุบันด้วยอิฐดิน (earth brick)      ซึ่งทนทานเพียงพอสำหรับชีวิตคน     แต่ไม่เหลืออะไรให้เราเห็นในปัจจุบัน     สิ่งที่เหลือให้เราเห็นคือสิ่งที่คนอียิปต์โบราณสร้างไว้สำหรับชีวิตในโลกหน้าของเขา     เป็นสิ่งก่อสร้างหิน ที่ทนทานในลักษณะที่คุณออสมาน ไกด์ของเราบอกว่า     แม้แต่กาลยังยอมแพ้ความทนทานของปิรามิด 

          ชีวิตนี้ไม่ทนนาน สร้างบ้านดิน
          ชีวิตหน้า เป็นอมตะ สร้างบ้านหิน

         บ้านหินไม่ใช่มีแค่ปิรามิดนะครับ     มีอาคารหินอีกมากมาย     ชาติหน้าอยากมีอะไรใช้ก็สร้างสิ่งนั้นไว้     ยุคแรกสร้างเป็นหินสลักหมด     พอยุคหลังๆ ชักรู้วิธีผ่อนแรง ก็ใช้วิธีเขียนรูป     หนักๆ เข้าก็เขียนรูปเดียวแต่บอกว่าจริงๆ แล้ว ขอมีใช้เยอะๆ     ก็เป็นความจริงนะครับ    เพราะชีวิตหน้าก็คือลูกหลานเหลนโหลน ...    ได้รับผลบุญจากการสร้างปิรามิด  สฟิงซ์  มัมมี่  และสมบัติล้ำค่าของราชาตุตันคาเมน และท่านอื่นๆ     ได้หากินกับการท่องเที่ยว มาเรียนรู้อารยธรรมอียิปต์โบราณ     อย่างที่ภรรยากับผมมาเรียนรู้อยู่นี่แหละ    คนเราถ้านึกถึงลูกหลานเป็น "ชาติหน้า" ของเรา  เราน่าจะประพฤติตัวดีขึ้นนะครับ

          บ่ายเราไปกินอาหารไทย ที่ภัตตาคาร "สบาย สบาย"     ตั้งอยู่ในบริเวณสถานทูต    บรรยากาศไม่จอแจ    อาหารอร่อย และให้ปริมาณมาก     เพิ่งตั้งมาได้ ๒ ปี    แล้วจึงไปดูพิพิธภัณฑ์     คุณออสมานพาเราไปดูเทวรูปหินสลัก และหินสลักรูปฟาโรห์    อธิบายความหมายของท่าในเทวรูป     คล้ายๆ กับ "ปาง" ของพระพุทธรูปบ้านเรา     มีรูปหินสลักแสดงคนผู้ชายเป็นคนแคระกรรมพันธุ์ที่เรียกว่า achondroplasia     นั่งกับภรรยา และมีลูกสาว ๒ คน    นี่คือศิลปะยุคโบราณและยุคกลาง     มีไม้บูมเมอแรงติดไว้แสดงมากมาย     แสดงว่าคนอียิปต์โบราณมีความรู้เรื่องการใช้บูมเมอแรงเป็นอาวุธเหมือนกัน     ไม่ใช่แค่คนพื้นเมืองของออสเตรเลีย

          ต่อมาเราไปดูมัมมี่ และโลงหินขนาดมหึมา     ทำด้วยหินแกรนิตแบบที่เราใช้ทำครก    เป็นหินชิ้นเดียว ยาวกว่า ๒ เมตร  ลึกเกือบเมตร  และกว้างเกือบเมตร  ความหนาของหินประมาณ ๑๒ ซ.ม.    คำถามคือเขา "ขุด" แท่งหินเป็นโลงอย่างไร โดยไม่แตก มัมมี่สมัยหลังๆ ไม่ทน    เพราะทำลวกๆ dehydrate เนื้อได้ไม่ดี    และพันผ้าไม่ประณีต

          สุดยอดคือสุสานกษัตริย์ตุตันคาเมนลังไม้ ๔ ชั้น     ทำอย่างประณีต เป็นไม้ปิดทอง     ลังชั้นนอกกว้างยาวสูงประมาณ ๔ เมตร     ขนาดลังลดหลั่นลงไป     ภายในลังชั้นในมีโลงบรรจุมัมมี่     โลง (เป็นรูปมัมมี่) มี ๓ ชั้น     สองชั้นนอกเป็นไม้ปิดทอง     ชั้นในเป็นทองคำแท้หนัก ๑๑๐ กก.     มัมมี่มีหน้ากากเป็นทองแท้ หนัก ๑๑ กก.   

          ตามปกติมัมมี่จะพันด้วยผ้าชุบสารกันเน่า ๑๒ - ๒๐ ชั้น    จะมีเครื่องประดับและเครื่องราง (เขาเรียก amulets) พันไปกับชั้นผ้าด้วย     เมื่อเราเข้าไปดูเครื่องประดับที่อยู่ในสุสานตุตันคาเมนก็ต้องตะลึง     ตะลึงในฝีมือช่างทอง เงิน งาช้าง และหินสีต่างๆ    มีความประณีตสูงมาก    ไกด์ ออสมานบอกว่า พอเป็นกษัตริย์ก็จะสั่งทำเครื่องประดับตอนตาย     และเตรียมทำสุสานของตนเอง เพื่อความสุขสบายในโลกหน้า

          เราได้เห็นผ้าสามเหลี่ยมทำด้วยผ้าลินินบางมาก     ที่เป็นกางเกงในของกษัตริย์     อายุตั้งหลายพันปีก็ยังมีให้เราดู     รองเท้าแตะชนิดทำด้วยกกปาปิรัส ซึ่งดูน่าจะสวมสบายมาก เป็นต้น    นอกจากเทคโนโลยีสิ่งทอก้าวหน้ามาก     เทคโนโลยีโลหะก็ไม่ใช่ย่อย    เราเห็นเครื่องใช้ที่เป็นโลหะมากมาย     รวมทั้งแหนบถอนผมหรือถอนขนอยู่ในสิ่งของเครื่องใช้ที่ฝังในสุสานมัมมี่ด้วย 

         ตกค่ำเราไปกินอาหารบนภัตตาคารลอยน้ำ  ล่องไปตามแม่น้ำไนล์     เท่ากับว่าภรรยากับผมได้นั่งเรือในแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก     และแปลกที่ไหลจากใต้ขึ้นเหนือ     ไปออกทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทำให้ดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์เป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์     จนเกิดอารยธรรมอียิปต์โบราณที่เราได้มาเรียนรู้      เราไม่ได้สนใจอาหารนัก     สนใจถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก และดูระบำหน้าท้อง     ที่ผมอยากจะเรียกว่า "ระบำครึ่งหน้าท้อง" มากกว่า     เพราะเขาสวมผ้าปิดหน้าท้องไว้ครึ่งหนึ่ง     ผมเคยเห็นในหนังแต่งตัวแบบโบราณดูยั่วยวนกว่านี้มาก     การแสดงยังมี "ระบำกระโปรงร่ม" เป็นชื่อที่ผมตั้งเอง    ผู้แสดงเป็นชายที่เต้นเก่งมาก    ต้องดูรูปจึงจะเข้าใจว่าเป็นอย่างไร

           คืนนี้เราเหนื่อยมาก เพราะอดนอน     กว่าจะได้นอนก็เกือบสองยาม     

                        

ล่องเรือชมอารยธรรมอียิปต์โบราณจำลอง ใน Pharaonic Village

                        

โอริซิส เทพเจ้าแห่งความรัก ความอุดมสมบูรณ์  สัญญลักษณ์คือวัว  เป็นรูปหญิงสวมชฎารูปเขาวัวสวม

                        

                               ริมฝั่งแสดงวิถีชีวิตโบราณ

                        

                              รังนกพิราบ เห็นตัวนกจะจะ

                        

                       แสดงการใช้ลูกดิ่งในการสร้างบ้านดิน

                        

หน้าโบสถ์ Karnak จำลอง ใน Pharaonic Village  ของจริงอยู่ที่ Upper Egypt

                         

    นาฬิกาน้ำ ทำจากหินอ่อน Alabaster   ใช้บอกเวลาตอนกลางคืน

                        

  หุ่นจำลองบอกวิธีเก็บอวัยวะในช่องท้องในขั้นตอนการทำมัมมี่

                        

คนอียิปต์โบราณเชื่อว่าเทพเจ้าแห่งนกจะชุบชีวิตของมัมมี่ให้ฟื้นขึ้นมาในโลกหน้า

                        

   โลงมัมมี่ตุตันคาเมนจำลอง  ของจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ห้ามถ่ายรูป

                         

สภาพมัมมี่ตุตันคาเมนจำลอง   เมื่อตายอายุ ๑๘ ปี   เป็นกษัตริย์อายุ ๘ ปี  แต่งงานอายุ ๑๑ ปี   สูง ๑๗๖ ซ.ม.

                        

                สภาพจำลองของสุสานตุตันคาเมน เมื่อถูกค้นพบ

                        

                        หน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ไคโร

                        

           พระอาทิตย์ตกที่แม่น้ำไนล์  แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก

                        

                                      ระบำครึ่งหน้าท้อง

วิจารณ์ พานิช
๙ มิ.ย. ๕๐
ไคโร