วันที่ 20 มิถุนายน 2550
อันเป็นวันพุธกลางสัปดาห์แล้ว อีก 2 วันครึ่งก็จะได้กลับไปเห็นหน้าลูกและเมียอันเป็นที่รักอีกครั้ง ตอนนี้สองสาวหายหวัดสนิทใจแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นอีกหรือไม่ เพราะว่าเมื่อวานนี้ฝนตกทั้งวัน พี่แป้งบ่นให้ฟังว่าที่โรงเรียนมียุงมากกว่าโรงเรียนนกฮูก เลยเตือนว่าให้ระวัง บอกให้คุณแม่ทาโลชั่นกันยุงก่อนไปโรงเรียน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ตอนนี้ที่สิงคโปร์ก็มีการระบาดของไข้เลือดออกเหมือนกัน ขนาดคุณหมอ MO ที่โรงพยาบาล KK ก็เป็นไป 1 คน อยู่ที่นี่ยังไม่มีโอกาสได้ดูทีวีของที่นี่เป็นเรื่องเป็นราว เหมือนตอนที่นอนที่โรงแรมเลย เพราะว่าที่หอพักที่อยู่ตอนนี้มีทีวีในห้อง ข้างนอกน่ะมี แต่คนพลุกพล่านมาก ได้มีโอกาสดูข่าวบ้างก็เมื่อตอนนั่งบัสไปทำงานตอนเช้าๆ ในรถบางคันจะมีทีวีให้ดู เห็นโฆษณารณรงค์ให้ชาวบ้านระวังยุงลาย ทำลายที่ที่มีน้ำขัง โรยสารเคมีทำลายลูกน้ำ แล้วนึกขัน ว่าไม่มีอารมณ์ศิลปินในการสื่อสากับชาวบ้านเลย ออกมาเป็นคำแนะนำ ควรทำตามนี้ทำนองนี้ครับ ต่างจากบ้านเรา มีเพลงเฉพาะ ดูสนุก แต่ผลของการโฆษณาจะเป็นอย่างไรนั้นไม่ทราบ เอามันไว้ก่อน ที่นี่มีคำแนะนำที่ต้องปฏิบัติตามหลายอย่าง ดังนั้นก็ดู แล้วทำตามที่รัฐบาลแนะนำซะ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้บรรยากาศที่คลินิกในช่วงเช้ายังเหมือนเดิม ครูหาญยังกราดเกรี้ยว ด่าทุกคนที่เห็น คนไข้ก็พลอยโดนไปด้วย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> มีอยู่คนหนึ่ง อายุ 28 ปี เธอมีอาการกระเพาะปัสสาวะไวเกินปกติ ปัสสาวะบ่อย เธอได้รับการส่งตัวมาจากอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ครูหาญมาดูนิดหนึ่งแล้วบอกว่าไปตรวจยูโรพลศาสตร์ (urodynamic study) แต่ผ่านไปสักพักหนึ่งเธอก็เข้ามาพร้อมกับการรายงานว่าไม่ขอตรวจ เพราะว่ามันไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นักในการตรวจแบบนี้ อีกทั้งเธอเป็นสาวโสด ไม่อยากให้ใครเห็นของสงวน เมื่อครูหาญมาดูอีกรอบ (คนไข้อยู่ห้องผม) ก็เลยถูกโวยใส่ ว่าทำไมจึงไม่ยอมตรวจ แล้วจะมาที่นี่ทำไม เธอก็ตอบว่า ก็การตรวจมันทำให้ไม่สบายกาย ทำไมหมอไม่บอกล่ะว่าเธอเป็นโรคอะไรกันแน่ ครูหาญต่อว่าเธออีกรอบว่า หมอสั่งก็ตรวจทำตาม เธอทำให้เสียเวลาคนอื่น แล้วก็เดินออกไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> คล้อยหลังไป คนไข้ก็เริ่มน้ำตาซึม คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของหมอธนพันธ์กับพี่พยาบาลแล้วสิครับ เธอก็พรั่งพรูคำพูดออกมาว่า เธอไม่เคยคิดว่าจะได้รับบริการเช่นนี้ นี่ขนาดทำใจไว้แล้วนะว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลรัฐบาล แต่นี่มันก็เกินไป เธอกลุ้มใจเป็นล้นพ้นแล้วเรื่องโรคของเธอ ข้างนอกห้องมีแต่คนไข้แก่ๆ เธอเป็นสาวอยู่คนเดียว โรคที่เป็นพบมากในคนแก่ๆเธอทรายดี แต่นี่เธออายุยังน้อยอยู่ จะให้เธอสบายใจได้อย่างไร มาหาหมอที่นี่ก็เพื่อจะได้ฟังคำตอบว่าเธอเป็นโรคอะไร หมอทราบหรือไม่ทราบก็ขอให้บอก แต่นี่พบหน้าแป๊บเดียวก็ให้ไปตรวจ urodynamic ซะแล้ว เธอไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตรวจซ้ำแล้วซ้ำอีก (เมื่อ 8 ปีก่อน เธอก็เคยถูกตรวจมาแล้วครั้งหนึ่ง) นี่ขนาดฟังภาษาอังกฤษไม่เก่งนะครับ ยังได้ใจความมากขนาดนี้ น่าสงสารเธอครับ ไม่ได้เป็นความผิดของเธอเลย เธอพร่ำพรรณนาอยู่นานเหมือนกัน จนเริ่มหายจากการร้องไห้ ครูหาญผ่านมาอีกครั้ง เลยตวาดผมว่า ทำไมเธอยังอยู่ที่นี่อีก พร้อมทำท่าอาละวาดใส่คนไข้ ผมเลยเอามือแตะแขนครูเบาๆว่า เธอร้องไห้ คราวนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนไข้กับ consultant ต่อไป ครูหาญพยายามอธิบายให้ฟังถึงความสำคัญของการตรวจ แต่เสียงก็ยังดังอยู่ คนไข้ก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง สุดท้ายท่านก็เดินออกไปตรวจคนไข้ห้องอื่นต่อ แถมก่อนออกไปยังมามองหน้าผมแล้วบอกว่า ทำไมช้านัก ผมก็ไม่รอช้าตอบกลับไปว่า ก็เธอร้องไห้นี่นา และได้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เฮ้อ เวรกรรม</p>
เรื่องมันเหมือนจะเศร้า ๆ แต่อ่านแล้วเพลินดีครับ...
ขอบคุณครับ...
สวัสดีครับคุณ
ตอนที่อยู่ในเหตุการณ์ บรรยากาศแสนจะระทึก สุดที่จะบรรยายครับ
ผมล่ะสงสารกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดของคนขี้หงุดหงิดอย่างคุณครูของผมจังเลยครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านบันทึกคุณหมอบ่อยๆ สนุกดีค่ะ อ่านแล้วเพลินค่ะ
ลูกสาวอายุเท่าไรคะ หลานดิฉันเพิ่ง 1 ขวบค่ะ อยากเห็นลูกสาวคุณหมอ ไมมีรูปหรือคะ
สวัสดีครับคุณ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม
คุณแป้ง ลูกสาวคนโตายุ 6 ปี 4เดือน 24 วัน
คุณจ้า คนเล็ก 1 ปี 7 เดือน 28 วัน ครับ
ผมมีรูปเยอะเลยครับ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถใส่มาให้ยลได้ เพราะว่ายังทำไม่เป็น รอแป๊บครับ คงไม่นานเกินรอครับ อยากโชว์จะตายอยู่แล้ว
เห็นวิธีจัดการปัญหา ปะทะ คน ขี้ดุที่ดีดีค่ะ
ครูหาญ น่าจะได้เรียนรู้ (ตั้งสองครั้งกับผู้รับผล กลุ่มเดิม)นะคะ ถึงผลลัพธ์ และผลกระทบ ว่า
มีคนบาดเจ็บ นะ จาก การกระทำของเราครั้งนี้ และมีคนเข้าข้างคอยช่วยแก้ไข ผลลัพธ์ จาก อารมณ์รุนแรงของเรานะ
อาจไม่มาก นัก แต่น่าจะมีผลถึงครั้งหน้า