วันนี้มีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง ซึ่งทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์บริษัทรถยนต์ มาบ่นให้ฟังเรื่องลูกค้าสะกดชื่อตัวเองไม่ถูก แยกไม่ออกระหว่าง ศ. กับ ษ. ตอนแรกก็นึกว่าลูกค้าล้อเล่นแต่คุยไปคุยมาเขาแยกไม่ออกจริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่ว่ามีคนเดียวด้วยนะ ลูกค้าเป็นอย่างนี้กันหลายคน...
รายล่าสุดให้สะกดชื่อตัวเองที่มี ศ. เป็นตัวสะกด ลูกค้าบอกว่า "ค.ควายที่มีขีดข้างบน" ส่วนตัว ษ. เรียกว่า "บ.ใบไม้มีไม้หันอากาศตรงกลาง" เพื่อนฟังแล้วก็หัวเราะไม่ออก นึกเศร้าใจว่าเดี๋ยวนี้คนไทยโง่ลงหรือไม่ให้ความสำคัญกับภาษาไทยกันแน่...
วันนี้ภาษาไทยยังแย่ขนาดนี้แล้วต่อไปข้างหน้าหล่ะจะเป็นอย่างไร ?
ผู้ใหญ่ยังใช้ภาษาไทยกันอย่างนี้แล้วเด็ก ๆ หล่ะ ?
นึกแล้วน่าเป็นห่วงภาษาไทยนะครับ ภาษาของบรรพบุรุษ มรดกทางวัฒนธรรม ใช่ว่าจะมีสักกี่ชาตินะครับที่มีภาษาเป็นของตัวเอง เราคนไทยในฐานะเจ้าของภาษาควรจะช่วยกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ถือเป็นการอนุรักษ์ภาษาไทยอีกทางหนึ่งด้วยครับ...
สวัสดีค่ะคุณดิเรก
เห็นด้วยค่ะว่าความสามารถในการใช้ภาษาไทยแย่ลง ( ถึงแม้เบิร์ดก็ใช่ว่าจะใช้ได้ดีก็ตาม )..เวลาทดสอบไอคิวเด็ก เบิร์ดอึ้งเลยค่ะ ตีความไม่ออก ให้ความหมายไม่ได้แล้วจะอ่านหนังสือเข้าใจได้อย่างไร ?...อย่างนี้มั้งคะเราถึงอ่านหนังสือน้อยเหลือเกิน เพียง 12 บรรทัดต่อวันเท่านั้นเอง !
ขอบคุณค่ะที่เขียนเรื่องนี้..ขอบคุณจริงๆ
ครับ...คุณเบิร์ด
...
ตัวผมก็เหมือนกันครับ ไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นคนที่ใช้ภาษาไทยได้ดีแค่ไหน แต่มั่นใจครับว่าไม่แย่แน่นอน...
เพียงแต่นึกเป็นห่วงอนาคตของภาษาไทยและก็อนาคตของชาติด้วยครับ...
ขอบคุณมากครับ...
เรื่องนี้ยืนยังความจริงข้อหนึ่งครับว่า ภาษาไม่มีวันตายครับ ภาษามีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตามยุคสมัย ภาษาที่ตายไปแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมีให้เป็นบ้างครับ เช่น ภาษาสมัยพ่อขุนรามคำแหง
สมัยนี้เป็นยุคภาษา M (MSN) ครับ
ครับ...คุณหมอ
...
พูดถึงเรื่อง MSN เวลาผมคุย M ผมก็ใช้ภาษา M ครับ แต่เวลาคุยข้างนอกผมว่าเราก็น่าจะใช้ภาษาให้ถูกต้องนะครับ...
พัฒนาการของภาษาน่าจะไปควบคู่การใช้ภาษาที่ถูกต้องนะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะคุณดิเรก
ขอบคุณคุณดิเรกอย่างยิ่งสำหรับบันทึก"ปรากฏการณ์การใช้ภาษาไทยปัจจุบัน"นะคะ ดิฉันขออนุญาตนำไปต่อยอดเป็นอีกบันทึกไว้ล่วงหน้า แม้ตอนนี้ยังไม่มีเวลาแต่จะเขียนร่างไว้ก่อน
นักภาษาศาสตร์บอกว่าการเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นพลวัตร เป็นปรากฏการณ์ เป็นธรรมชาติ และเป็นธรรมดาของภาษา ภาษาจะเปลี่ยนไปอย่างไร ก็เนื่องด้วยผู้ใช้ภาษานั้น
ครูภาษาไทยบอกว่า ภาษาไทยมีหลักอยู่ คนไทยควรรู้และใช้ให้ถูกหลักภาษา เพื่อให้ใช้สื่อสารและพูดจาได้เข้าใจตรงกัน และถูกต้องตามหลักภาษา
แล้วนักภาษาศาสตร์กับครูภาษาไทยก็จะแย้งกันด้วยเหตุผลเป็นสามารถ ฟังดูสมเหตุสมผลทั้งสองฝ่าย
ดิฉันในฐานะครูนิเทศศาสตร์ รู้สึกชอบใจประโยคนี้ของคุณดิเรก
"...ผู้ใหญ่ยังใช้ภาษาไทยกันอย่างนี้แล้วเด็ก ๆ ล่ะ ?"
ที่นักภาษาศาสตร์ว่าไว้นั้นน่าคิดมาก
"....ภาษาจะเปลี่ยนไปอย่างไร ก็เนื่องด้วยผู้ใช้ภาษานั้น"
......น่าคิดทีเดียวนะคะ......
ครับ...อาจารย์ดอกไม้ทะเล
...
ยินดีมากครับถ้าอาจารย์จะนำไปต่อยอด เรื่องของภาษาไทยผมว่าไม่ใช่หน้าที่ของนักภาษาศาสตร์หรืออาจารย์ภาษาไทยเท่านั้นแต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน เพราะภาษาเป็นของพวกเราทุกคนครับ...
เหตุผลของนักภาษาศาสตร์กับอาจารย์ภาษาไทยน่าสนใจทั้งคู่เลยครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะ อ่านแล้วก็น่าวิตกนะคะสำหรับภาษาไทย
มองอีกมุม...โอ้โฮ...คิดได้ไง "ค.ควายมีขีดข้างบน" กับ "บ.ใบไม้มีไม้หันอากาศตรงกลาง"
นวัตกรรมการเรียกชื่อของตัวอักษรไทยนะคะเนี่ย...
ตามอาจารย์จันทรรัตน์มาค่ะ ขออนุญาตต่ออีกนิดนะคะคุณดิเรก
เป็นไปได้ไหมคะ ว่าเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้คน(จำนวนหนึ่งในช่วงอายุหนึ่ง) สื่อสารด้วยการพิมพ์มากขึ้น และอาจจะมากกว่าการเขียน จึงอาจละเลยความรู้ที่เกี่ยวข้องกับภาษาที่เป็น"หลัก"ตามหนังสือภาษาไทย แต่อาจใส่ใจเฉพาะภาษาที่ใช้ในการสื่อสารด้วยการ "พิมพ์โต้ตอบ" เพื่อให้เข้าใจกันเฉพาะหน้า
อนึ่ง การเข้ามานั่งนึกในบันทึกเพื่อนนี่ คิดออกดีกว่าไปเขียนในบันทึกตัวเองอะค่ะ : )
ครับ...อาจารย์จันทรรัตน์
...
ตอนที่เพื่อนผมเล่าผมยังนึกไม่ออกเลย ต้องให้เพื่อนเฉลยครับ ถ้าให้มองในมุมขำ ๆ จะเรียกว่านวัตกรรมการเรียกชื่อก็ได้ครับ อย่างที่อาจารย์บอกแหละครับ คิดได้ไง...
ขอบคุณมากครับ...
ครับ...อาจารย์ดอกไม้ทะเล
...
ที่อาจารย์กล่าวมาก็มีส่วนมากครับ หลายคนแค่ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารให้เข้าใจกันก็เพียงพอแล้ว และอีกเหตุผลหนึ่งผมว่าอาจจะมาจากการใช้ภาษาอังกฤษในการทับศัพท์มากขึ้นหลายคนเลยละเลยที่จะใส่ใจภาษาไทยครับ...
ขอบคุณมากครับ...
การใช้ภาษาไทยในทุกวันนี้ค่อยข้างจะเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆค่ะ
ผู้ใหญ่บางคนยังท่องอักษรภาษาไทย ไม่ครบด้วยซ้ำไปค่ะ
เช่นกรณีนี้หรือเปล่า บางครั้งอาจลืมไปบ้างชั่วขณะ รู้ว่าคือตัวอะไรแต่พูดออกมาไม่ได้ในตอนนั้นหรือเปล่า เคยเป็นไหมคะ บางครั้งนุ้ยยังเคยค่ะ รู้ว่าคนนี้คือใครแต่จำชื่อไม่ได้ชั่วขณะ มันติดที่ปากน่ะค่ะ อิอิอิ
ครับ...คุณนุ้ย
...
อาจจะเป็นอย่างที่คุณนุ้ยว่าก็ได้ครับ พยัญชนะไทยบางตัวก็จำยาก บางคนก็เลยนึกไม่ออกครับ...
แต่ผมว่าก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดีแหละครับ...
ขอบคุณมาก ๆ ครับ...
เป็นมุมมอง ที่น่าเป็นห่วงครับ
อย่าให้ถึงกับต่อไป เด็กๆท่องๆ อาขยาน
กอเอ๋ย ก.ไก่....ข.ไข ในเล้า......พอถึงศ. ศาลา กับษ.ฤษี กลายเป็น ค.ควาย มีขีดบน กับ บ.ใบไม้ มีขีดกลาง คงป่วนพิลึกนะครับ
ครับ...คุณ นาย ร. สาระ
น่าเป็นห่วงจริง ๆ ครับ และถ้าเด็ก ๆ ต้องท่องกันอย่างนั้นจริง ๆ คงพิลึกจนขำไม่ออกเลยหล่ะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะ ในมุมมองของครู เราสอนเด็กให้รุ้จักทุกตัวอักษรแต่บางตัวอักษรที่ไม่ค่อยได้ใช้อาจลืมไปบ้างแต่ ก้ขึ้นอยูกับเฉพาะบุคคลด้วย อ่านบันทึกนี้แล้วลองถามนักเรียนเกี่ยวกับ ศ และ ษ เด็กก็ตอบได้ทุกคนนะคะ
ครับ...คุณ ทรายชล
เห็นด้วยครับว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคลด้วยครับ...
ดีใจกับลูกศิษย์ของคุณครูด้วยนะครับที่ตอบได้กันทุกคน...
ขอบคุณครับผม...