จะเป็นการเล่าเรื่องกับแบบถามมาตอบไป โดยช่วงแรกเป็นการเล่าเรื่องค่ายที่แต่ละที่ทำ โดยเล่าเรื่องผ่านภาพที่พวกเราเตรียมมากันครับ

       และแล้วโครงการฝึกอบรมผู้จัดกิจกรรมค่ายเบาหวาน ของ สปสช. ก็มาถึงรุ่นที่ 8 (เห็นบอกมาว่า อาจมีมากถึง 16 รุ่น) หลังจากที่ รุ่นที่7 ต้องหนีแผ่นดินไหวกันซะก่อนเล่าจบ อ่านที่นี่ 

       ครั้งนี้ผมและคุณมณีวรรณ ไวกสิกรณ์ จากพุทธชินราช เลยกลับมาเล่ากิจกรรมแก้ตัวอีกครั้งครับ พร้อมกับโครงการค่ายกลุ่มเสี่ยงเบาหวานของทีมธาตุพนมก็เสร็จพอดี 8 ค่าย ในวันที่ 30 พฤษภาคม 50ที่ผ่านมาครับ
      ครั้งนี้เรามีเวลาในการเล่าประสบการณ์กันนานขึ้นครับ ตั้งแต่ 13.00 -  16.00 น. โดยใช้หัวข้อ เล่าเรื่องความสำเร็จ "การจัดค่ายหลายรูปแบบ" โดยทาง ดร.วัลลา ตันตโยทัย ผู้ดำเนินรายการ  แจ้งว่าจะเป็นการเล่าเรื่องกับแบบถามมาตอบไป โดยช่วงแรกเป็นการเล่าเรื่องค่ายที่แต่ละที่ทำ โดยเล่าเรื่องผ่านภาพที่พวกเราเตรียมมากันครับ
 
       1.รูปแบบค่าย แต่ละที่เป็นอย่างไร
       ค่ายเทพธารินทร์ ถือว่าต้นแบบค่ายเบาหวาน เป็นค่ายผู้ป่วยและญาติ จัดปีละครั้ง ต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 14 โดยจัดเป็นค่ายนอกสถานที่ พร้อมท่องเที่ยวไปในจังหวัดต่างๆ
      ค่ายพุทธชินราช เป็นศิษย์เก่ารุ่น 2  ไปเริ่มจัดค่ายแบบพักแรม 3 วัน 2 คืน จัดครั้งแรกเมื่อเดือน กันยายน 2549 ที่ทรัพย์ไพรวัลย์รีสอร์ท พิษณุโลก  และกลุ่มป่วยที่ชุมชนบ้านกร่าง จัดแบบไปเช้าเย็นกลับ ทั้งหมด 4 ครั้ง ต่อ 1 รุ่น เมื่อเดือน พ.ย. 2549
      ค่ายธาตุพนม เริ่มจัดหลังจากมาอบรมในรุ่นที่ 2 เช่นกัน  เริ่มจัดค่ายกลุ่มป่วยเมื่อเดือน ก.พ. เป็นแบบค่ายไม่พักแรม(day camp) 2 วัน  และจัดค่ายกลุ่ม
เสี่ยง ในเดือน พ.ค. 2550 จำนวน 8 รุ่น รุ่นละ 1 วัน

 2.กิจกรรมในค่าย เป็นอย่างไร
   
   ทุกค่ายเหมือนกัน ใช้ cocept สนุก ปลอดภัย ได้เพื่อน และเรียนรู้  เน้นการให้ความรู้แบบมีส่วนร่วม แทรกไปในกิจกรรมต่างๆตลอดการเข้าค่าย
      ที่เทพธารินทร์ ทำให้คนเป็นเบาหวานทราบว่าสามารถท่องเที่ยว และใช้ชีวิตเดินทางได้อย่างปลอดภัย  เน้นการรู้จักเลือกอาหารที่เหมาะสม มีกิจกรรม walk rally
      ค่ายที่พุทธชินราช ค่ายแรก ใช้ชื่อ "ค่ายพัฒนาต้นแบบชุมชนคนหวานๆ" เน้นการสร้างแกนนำผู้ป่วย หาบุคคลต้นแบบ(good model)   มี
ฐานการฝึกการเจาะนำตาลในเลือดด้วยตนเอง ฐานฝึกเลือกรับประทานอาหาร ฐานฝึกการออกกำลังกายและประเมินสภาพร่างกายขณะออกกำลังกาย  ส่วนค่ายที่สองใช้ชื่อค่าย "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง" เน้นกิจกรรมสร้างความตระหนักในการปฏิบัติตัว ให้แปลผลความเสี่ยงด้วยตนเอง(น้ำหนัก รอบเอว BMI) เพื่อเรียนรู้เกียวกับอาหารและการออกกำลังกาย
     ค่ายที่ธาตุพนมเน้นเรียนรู้การสร้างทีมงาน ปรับกิจกรรมให้อยู่ในวิถีชีวิตท้องถิ่นอิสาน ในค่ายกลุ่มป่วย แบ่งการเรียนรู้เป็นสองวัน วันแรกเป็นวัน"ลองผิด และเรียรู้" วันที่สองเป็น"วันลองถูกและประเมินตนเอง" แล้วนำผลค่าน้ำตาลในเลือดที่แตกต่างกันในสองวันเป็นตัวชี้การเรียนรู้ โดยปรับกิจกรรมให้เป็นอาหารและท่าการออกกำลังกายในพื้นถิ่น  ส่วนค่ายกลุ่มเสี่ยงสูง ใช้ชื่อค่าย "ค่ายความรู้สู้ภัยเบาหวาน" เน้นกลุ่ม IFG ที่ต้องมาเรียนรู้ว่าตนเองจะชลอการเป็นเบาหวานให้นานที่สุดได้อย่างไร เน้นใช้ Diabetes risk score มาใช้ประเมินตนเองร่วมกับ เรียนการออกกำลังกาย และเลือกรับประทานอาหาร

  
 3.สรุปผลการดำเนินงานของค่าย
         ผลการดำเนินงานของค่ายมีหลากหลายครับ โดยสรุปแล้วแบ่งเป็นประเมินผลระหว่างทำค่าย และหลังจาเสร็จจากค่าย ครับ
        การประเมินผลระหว่างการทำค่าย เช่น ประเมินความรู้ก่อนและหลัง ทักษะการเจาะเลือด  ทักษะการประเมินผลน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง ทักษะการเลือกรับ
ประทานอาหาร ทักษะการออกกำลังกาย ความพึงพอใจของการเข้าค่าย
       การประเมินผลหลังทำค่าย ที่ 3-6 เดือน เปรียบเทียบกับก่อนเข้าค่าย เช่น ระดับนำตาลในเลือด ค่า HbA1c  น้ำหนัก และรอบเอว
 ส่วนการประเมินระยาวกลุ่ม IFG  ใช้วัดที่การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยเบาหวานใหม่ ในการตรวจคัดกรองของทุกปี

        เบรกหลังจะเป็นการซักถามกันในห้องประชุมครับ โดยทาง ดร.วัลลา แจ้งคำถามที่มักจะถูกถามบ่อยๆ ไว้ให้ รวมทั้งคำถามที่ถูกถามระหว่างเบรก ก็เอามาเล่ากันในช่วงนี้ด้วยครับ ช่วงนี้สนุกครับมีคำถามมากมาย ได้แนวคิดหลากหลายจากแต่ละแห่ง เป็นการ ลปรร.แบบ สดๆครับ พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อ ตอน ( 2 ) ครับ 

ภก.เอนก  ทนงหาญ สรุปเรื่อง