วันนี้ เอ๊ะ ต้องเป็นเมื่อเย็นวานนี้ ปวดฟันอย่างแรง ต่อเนื่องไม่ยอมหายมาตั้งแต่อาหารมื้อเที่ยง อันเนื่องมาจากฟันกรามซี่ในสุดซึ่งเคยอุดไว้หลุดแตกเป็นช่อง (ความจริงแตกอยู่นานเป็นเดือนๆแล้วค่ะ) พยายามไม่ให้เศษอาหารลงไปติด ระวังรักษาเพราะไม่อยากไปหาหมอฟัน เป็นโรคกลัวการเปิดปากทำฟันเป็นที่สุด แต่ในที่สุดก็ถึงคราวจนได้ เพราะเผลอเคี้ยวด้านนั้นแล้วเศษอาหารชิ้นใหญ่คงลงไปกดเส้นประสาทพอดี เพราะปวดปรี๊ดอย่างรุนแรงจนต้องทิ้งช้อนเลย นั่งน้ำตาร่วงอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่หายเจ็บ ทานยาแก้ปวดไปแล้ว ก็กลับไปทำงานอย่างทรมาน ทุเลาเจ็บแต่ไม่หาย ทุกคนในแล็บก็ช่วยกันลุ้นว่า ไปหาหมอเถอะ สุดท้ายก็ทนเจ็บไม่ได้เดินออกไปคลินิกทันตกรรมตอน 5 โมงเย็น คิดถึงคุณหมอฉลองเป็นยิ่งนัก (แต่ไม่อยากเจอตอนนี้)
ยังไม่ทันต้องยื่นบัตร คุณหมอวิชนี สุมนเตชะรัตน์ เธอเดินออกมาตรงเคาท์เตอร์ เห็นสีหน้าและลักษณะเราที่เอามือกุมแก้ม คงดูแย่มากๆ บอกว่ายังไม่ต้องรอยื่นบัตรก็ได้ค่ะ เข้ามานั่งโต๊ะ"ยานอวกาศ"ที่เราไม่ชอบเลย (แต่ตอนนั้น เอายังไงก็ได้แล้ว) ให้หมอดู หมอถามว่าอุดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำให้ระลึกได้ว่า ทำตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว เพราะได้รับคำเตือนมามากมายว่าอยู่เมืองนอก ค่าทำฟันแพงมาก ครั้งนั้นได้รับการรักษารากฟันอยู่ 2-3 ซี่ น้ำตาร่วงทุกครั้งที่ไปทำ และอุดไปหลายซี่ แต่ก็อยู่ยงคงกระพันกลับมาบ้านเรา โดยไม่เคยต้องทุกข์ร้อนเรื่องฟันเลย เพิ่งจะมาเกิดเหตุเอาก็วันนี้แหละ
คุณหมอน่ารักมาก ให้เอกซเรย์ดูก่อน พี่ผู้ช่วยก็อบอุ่นเป็นกันเอง ทราบว่าคือพี่เบญจมาศ คงเมฆ พูดจาให้ความเห็นใจและเอาใจช่วย ทำให้เรารู้สึกว่ามีคนเข้าใจ คุณหมอดูฟิล์มแล้วบอกว่า มีทางให้เลือก 2 ทางคือ รักษาราก กับ ถอน ความหลังฝังใจเป็นอย่างมาก ตอบทันทีเลยค่ะว่า ขอถอน คุณหมอหัวเราะบอกว่าตัดสินใจเร็วจัง แล้วก็ขอฉีดยาชาให้ เราก็นอนเกร็งจนคุณหมอรู้สึก เจ็บไม่มากเพราะคุณหมอมือเบามากแล้วยังพูดคุยให้ผ่อนคลายตลอดเวลา หลังจากฉีดไปแล้วสักพักมาลองดึงกันดู ปรากฎว่ายังเสียวแปร๊บอย่างแรงตอนที่ดึง คุณหมอบอกว่าผสมกับความกลัวของเราด้วย เอาเป็นว่าฉีดยาชาเพิ่มขึ้นอีกก็แล้วกัน ก็ได้เพิ่มมาอีกจนรู้สึกว่าแก้มและปากหนาหนักมาก คราวนี้คุณหมอจึงงัดโยก ซ้ายที กลางที ขวาที รู้สึกหวาดเสียวตลอดเวลาด้วยความกลัว แต่ไม่เจ็บแปร๊บอีกแล้ว ได้แต่ภาวนาให้มันหลุดเสียที คุณหมอก็พูดคุยให้ผ่อนคลายตลอด ชอบตอนที่บอกให้พี่หายใจยาวๆลึกๆ เข้าออกนะ หมอทำลำบากถ้าพี่เกร็ง เอามือมาจับที่พุงแทนที่จะเกาะกับพนักแขนของโต๊ะ ทำให้เราได้สติมากขึ้น แถมชมแบบที่ชมเด็กๆด้วยว่า พี่เก่งมากเลย ทำให้เราใจมาเป็นกองว่าเสร็จเสียที
ต้องขอบอกว่าประทับใจกับการบริการของแผนกทันตกรรม โรงพยาบาลม.อ.ของเรามากๆค่ะ เป็นครั้งแรกที่มาใช้บริการและชื่นชมความอบอุ่นเป็นกันเอง การดูแลที่น่ารักจากคุณหมอวิชนี สุมนเตชะรัตน์ มาทราบทีหลังว่าเธอคือลูกสาวของพี่จอย คนสวยห้องจุลชีววิทยาของเรานี่เอง ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเธอจึงน่ารักอย่างนี้
ขอบคุณทั้งคุณหมอและคุณพี่เบญจมาศ คงเมฆผู้ช่วย รวมทั้งน้องเก๋-สุวรรณี นันทวงศ์ เจ้าหน้าที่หน้าเคาท์เตอร์ ที่ทำให้การมาหาหมอฟันครั้งนี้น่าประทับใจ แม้จะกลัวแสนกลัว และทำให้ลังเลว่า คงจะมาอีกเพื่อทำอะไรๆที่คุณหมอบอก แต่ขอเวลาทำใจสู้กับความกลัวอีกสักหลายๆตั้งก่อนนะคะ
เคยคุยกับน้องหมอฟันสิ่งว่าพี่กลัวที่สุดคือไปหาหมอฟัน
เธอบอกเราฟังแล้วอุ่นใจ ว่า หนูก็ยังกลัวเลยค่ะ มันน่ากลัวแต่ เรากลัวมากว่าที่มันจะเป็นจริงๆนะคะ
สวัสดีค่ะพี่โอ๋
มายิ้มกับเก้าอี้ ยานอวกาศ ของพี่โอ๋อะค่ะ ศัพท์ของคุณแม่เองหรือยืมศัพท์ของคุณลูกมาคะ
พี่โอ๋เล่าเรื่องการทำฟันเห็นภาพเลย "การสื่อสารด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ" นี้ดีจัง เพราะช่วยรักษา ก่อนที่คุณหมอจะรักษาจริงๆ พอกำลังใจดี อะไรๆก็ดีขึ้น
แต่ก็ยังแอบเสียวในใจนิดๆอยู่ดีอะค่ะ อิอิ : )
สวัสดียามเช้าครับ
อ่านแล้วอบอุ่น หายเจ็บปวด หายกลัวแทนครับ "น้ำเอย น้ำใจ" อยู่ที่ไหน กับใคร ยิ่งให้ก็ยิ่งได้เพิ่ม
พูดเรื่องทำฟันก็มีประสบการณ์หลากหลายเช่นกันครับ เมื่อก่อนใช้บริการเอกชน จำได้ว่า บริการนั้น สุดยอด ระยะหลังต้องทำบ่อยเพราะอุดแล้วอยู่ได้ไม่นาน เปลี่ยนไปใช้ของราชการ เพื่อผลทางเศรษฐกิจ ก็บริการดีอยู่ แต่ความนุ่มนวลอ่อนโยนหายไปมาก แต่ก็พออธิบายได้ว่า ปริมาณคนไข้ในคิวมากเลยต้องรีบ เมื่อรีบ ความหยาบก็ย่อมมาแทนความละเอียด มากบ้าง น้อยบ้างเป็นธรรมดา ก็ยังไปอยู่เสมอครับ
นานมาแล้ว รุนแรงและน่ากลัวที่สุดก็ตอนถอนฟันไม่ออก จนหมอเกือบยอมแพ้ ต้องหยุดพัก และฉีดยาชาหลายรอบ เป็นซี่กรามแต่ดันมีรากคุดงอ จนต้องผ่า เล่นเอาคนไข้ตัวสั่นอย่างแรงด้วยความหนาวเหน็บ อาจเพราะฤทธิ์ยาชาที่มากเกิน จนหมอต้องเอายาหอมละลายน้ำอุ่นมาช่วย ก่อนที่จะดำเนินการต่อจนสำเร็จ .. และใช้เวลาทำอยู่นับชั่วโมง.
อ่านแล้วน่ากลัวแต่ก็อุ่นใจแทนที่มีหมอน่ารักดูแลฟันให้นะพี่โอ๋ :)
โอ๊ย...กำลังจะทำใจให้หายกลัว อ่านความเห็นคุณพี่ Handy
แล้ว กลับไปเกาะโรคเดิมเลยค่ะ ดีใจที่มีพวกค่ะ คุณหมอหน่อย
อ่านแล้วได้หัวเราะเลย แปลกที่พบเจอแต่หมอฟันน่ารักๆทั้งนั้นเลยนะคะ แต่ก็ยังไม่เคยไปหาหมอฟันได้แบบสบายใจเลยสักที เรื่องนี้พยายามทำเนียนมากเลยค่ะ กลัวลูกจะได้ไปด้วย ดีที่ดูเหมือนจะไม่มีใครเป็น น้องแอมแปร์
ก็เป็นกับเค้าด้วยเหรอคะ แฮ่ะ แฮ่ะ แสดงว่าน่าจะเป็นอาการปกตินะคะ มีพวกเยอะอย่างนี้ แต่ว่าไปหาหมอฟันทีไร ไม่ว่าที่ไหนก็เห็นหมอมีลูกค้าเยอะๆกันทุกที่เลยนะคะ
อ.จัน
แวะมาเยี่ยมด้วย ใช่ค่ะคุณหมอที่แผนกทันตะกรรม รพ.ม.อ.นี่น่าจะน่ารักกันหมดทุกท่านเลยค่ะ ไล่มาตั้งแต่หัวหน้าไปเลยล่ะค่ะ (ก็คุณหมอฉลอง บล็อกเกอร์เขียนเรื่องน่าประทับใจแห่ง GotoKnow คนหนึ่งเลยค่ะ) ตอนนั่งอ่านหนังสือรอหลังฉีดยาชา จำได้ว่ามีคุณหมอผู้ชายชื่อเท่ห์มาก คือคุณหมอพฤหัส เดินผ่านแล้วยิ้มกับเรา รู้สึกเลยค่ะว่าคนในแผนกนี้เป็นมิตรมากๆเลย
คุณหมอนนท์
ขา...จะพยายามรักษาซี่ที่เหลืออยู่เอาไว้ให้ดีๆค่ะ เนี่ยนึกได้ว่าเรารักหมอฟันตั้งหลายคนแล้ว แต่ก็ยังทำใจให้หายกลัวการทำฟันไม่ได้เลยค่ะ ทำยังไงดีคะ คุณหมอนนท์มีเคล็ดลับอะไรดีๆบ้างไหมเอ่ย