กาเลน ธมฺมสากจฺฉา การสนทนาธรรมตามกาล เป็นมงคลข้อสุดท้ายในคาถานี้... ซึ่งในคัมภีร์มังคลัตถทีปนี ได้อธิบายมงคลข้อนี้ไว้เพียง ๓ หน้าเท่านั้น (คัมภีร์มี ๒ ภาค รวมจำนวนหน้าได้ร่วมเก้าร้อยหน้า) ข้ออธิบายก็เน้นไปที่คำศัพท์ ส่วนที่เหลือก็บอกว่าให้กลับไปดูเรื่อง การฟังธรรมตามกาล ( ดู ปรัชญามงคลสูตร ๓๐ : การตระเตรียมเข้าสู่ปัจฉิมวัย (จบ) )
ผู้เขียนคิดว่า การฟังธรรมตามโอกาสที่เหมาะสม ทำให้เราได้ข้อฉุกคิดบางสิ่งบางอย่าง เป็นการสร้างภูมิธรรมให้ค่อยๆ เกิดขึ้น... ส่วนการสนทนาธรรมจะทำให้เรามีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของเราว่าถูกต้องหรือผิดพลาดอย่างไร นั่นคือ การพัฒนาภูมิธรรมของเราให้ค่อยๆ สูงขึ้นนั้นเอง...
เมื่อมีภูมิธรรมสูงขึ้นก็จะมีคุณค่า ๓ ประการ กล่าวคือ นำมาประพฤติปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อตัวเอง เพื่อประโยชน์ต่อลูกหลานหรือผู้น้อยโดยการแนะนำสั่งสอนตามโอกาส และจะเป็นปารมีธรรมติดตัวไปในอนาคตชาติ...
อนึ่ง การฟังธรรมและการสนทนาธรรมทั้งสองนี้ นับว่าเป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้สูงอายุเพื่อจะเป็นปารมีธรรมติดตามไปยังอนาคตชาติ ดังพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในคาถาธรรมบททำนองว่า.........
ปฐมวัย พ่ายแพ้ต่อการศึกษา
ทุติยวัย พ่ายแพ้ต่อทรัพย์
ตติยวัย พ่ายแพ้ต่อธรรม
จตุตถวัย (ใกล้ตาย) จักกระทำอไรได้ ฯ
.............
คาถาที่ ๗ ว่าด้วยคุณธรรมของผู้สูงอายุ ซึ่งประกอบด้วยมงคล ๔ ประการ กล่าวคือ ความเป็นผู้อดทน ความเป็นผู้อันใครว่ากล่าวได้โดยง่าย การพบเห็นสมณะ และการสนทนาธรรมตามกาล.... นั่นคือ ผู้สูงอายุควรอดทน ไม่ถือรั้นในเรื่องทั่วไป หันหน้าเข้าวัดเข้าวา และหมั่นพูดคุยในทางธรรม.... ประมาณนี้
เมื่ออายุยิ่งมากขึ้น และภูมิธรรมสูงขึ้น... ร่างกายอาจทรุดโทรมลงตามสภาพ แต่จิตใจที่ได้พัฒนาแล้วก็ต้องพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป ชีวิตที่ผ่านๆ มาอาจตอบคำถามต่อตัวเองได้ บางครั้งก็อาจต้องศึกษาและปฏิบัติเรียนรู้ต่อไป จึงต้อง เป็นอยู่กับสิ่งลึกลึบ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ผู้เขียนจะนำมาเล่าในตอนต่อไป......
นมัสการพระคุณเจ้า
ดิฉัน รับผิดชอบงานด้านพัฒนาบุคลากรของคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. และดิฉันสนใจในเรื่องของคุณธรรมของผู้สูงอายุ อยากเรียนเชิญพระคุณเจ้า มาเล่าสู่กันฟังในเรื่องดังกล่าว ให้ผู้เกษียณของคณะวิทยาศาสตร์ ค่ะ
ไม่ทราบว่า ดิฉัน จะติดต่อพระคุณเจ้าได้ทางช่องทางไหนบ้างเจ้าค่ะ
กราบนมัสการหลวงพี่ BM.chaiwut
ได้ติดตามอ่านเรื่องคุณธรรมของผู้สูงอายุทั้งหมดแล้ค่ะ มีข้อสงสัยเล็กน้อยค่ะ ว่าวัตถุประสงค์ที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่า...
ปฐมวัย พ่ายแพ้ต่อการศึกษา
ทุติยวัย พ่ายแพ้ต่อทรัพย์
ตติยวัย พ่ายแพ้ต่อธรรม
จตุตถวัย (ใกล้ตาย) จักกระทำอะไรได้ ฯ
พระองค์ท่านกำลังกล่าวสอนใครหรือเปล่าคะ หรือกำลังระบุจุดอ่อนของคนในวัยต่างๆ ใช่ไหมคะ...
จะรออ่านตอนต่อเกี่ยวกับ "จึงต้อง เป็นอยู่กับสิ่งลึกลับ" นะคะ
กราบนมัสการอีกครั้งค่ะ
อาตมามีโรคลมประจำตัว ซึ่งกำเริบไม่เป็นเวลา ได้แนะนำคุณโยมไปทาง email แล้ว คุณโยมคงจะได้รับ...
เจริญพร
คาถานี้มีอยู่ในธรรมบท อาตมาลองค้นฉบับภาษาไทยในเน็ตแล้วยังไม่เจอ.. ส่วนคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาซึ่งรวมทั้งหมด ๘ เล่ม ปะปนอยู่ในตู้หนังสือ ไม่ได้รื้อมาปัดฝุ่นหลายปีแล้ว ถ้าค้นก็คงเจอ แต่อาจใช้เวลานาน...
นิทานสั้นสุดๆ ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จจาริกไปพบคนแก่ขอทานนอนใกล้ตายอยู่ จึงตรัสคาถานี้...
ถ้าอาจารย์สนใจก็ลองอ่านนิทานธรรมบทสั้นๆ มีคาถาประกอบพร้อมอรรถกถา... มีวาสนาก็คงจะเจอที่นี้ http://84000.org/tipitaka/attha/index25b.php .
เจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้า
ขอบพระคุณมากค่ะ แล้วดิฉันจะลองติดต่อไปดูนะคะ
เจริญพร