การที่ผู้บริหารอยู่นานเกินไป อาจชาชินกับปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วไม่แก้ปัญหาเพราะคิดว่าไม่เป็นปัญหา แล้วทำให้องค์กรอยู่กับที่ได้และอาจลืมตัวคิดว่าหน่วยงานเป็นของตนเองไปเลย

                      สี่ห้าปีมาแล้วที่ผมได้คิดถึงเรื่องแผนสืบทอดตำแหน่งหรือที่เรียกว่าSuccession plan ก็ได้พยายามฝึกน้องๆมาหลายรุ่น แต่ส่วนใหญ่ก็ลาไปเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางกันหมด

                       เมื่อ2 ปีก่อน ผมก็ได้หาตำแหน่งแพทย์เฉพาะทางให้น้องแพทย์คนหนึ่งที่เคยเป็นรองผู้อำนวยการ สนใจเรื่องการบริหารและเหลืออีก 1 ปีก็จะจบกลับมาทำงาน ซึ่งผมก็อาจจะเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ได้

                        ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้ไปรับตำแหน่งรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก( ผชช.ว.) แต่ยังควบตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตากด้วย แต่ผมก็ไม่ค่อยอยู่โรงพยาบาลจะมีรองผู้อำนวยการ 3 คนช่วยดูแลและไว้ใจได้ ทำหน้าที่แทนผมได้ดีมากคือหมอเฟ็บ(กอบกาญจน์) พี่ปุ๋ย(ภก.วรุตม์)และป้าเย็น(คุณปริญฎา หัวหน้าพยาบาล) พอมาปีนี้หมอเฟ็บย้ายกลับบ้านที่อ่างทอง ผมก็เลยต้องหาคนมาช่วยเพิ่มเติม ทั้งนี้นายแพทย์ สสจ.ตากท่านก็อยากให้ผมทำงานที่เดียว การทำงานควบ 2 ที่ งานจะหนักและค่อนข้างเหนื่อย

                         ปีนี้ ผมก็เลยชวนคุณหมอสุวิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามเงามาอยู่ และก็จะขอให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตากแทน ประกอบกับผมต้องไปช่วยงานที่กระทรวงฯ สัปดาห์ละ 2 วัน ทำงานที่สสจ.ตากด้วย ที่ รพ.ด้วยก็ค่อนข้างยุ่งมาก ตอนนี้คำสั่งอย่างเป็นทางการก็ออกมาแล้ว ผมจะส่งงานกันอย่างเป็นทางการวันที่ 19 มิถุนายน นี้

                       ตัดสินใจลำบากเหมือนกัน กับความผูกพันที่มีมาถึง 10 ปี แต่สิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นก็คือผมได้รับทุนรัฐบาลเบลเยียมไปเรียนปริญญาโทที่เบลเยียม 10 เดือน ยังไงก็ต้องมีคนมาทำหน้าที่แทน

                       ผมกับหมอสุวิชัย เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชั้นม.1 และช่วงม.4-6 สนิทกันมาก คุณหมอสุถวิชัยไปเรียนวิศวะจุฬา จบและทำงานเป็นวิศวกรอยู่หลายปี ก็ค้นพบตัวเองว่าชอบอะไร ก็สอบเข้าเรียนแพทย์ธรรมศาสตร์ได้และจบมาทำงานได้ 3 ปี ผมก็ค่อนข้างอุ่นใจเพราะได้รู้อุปนิสัยใจคอกัน ได้พูดคุยกันค่อนข้างบ่อย ได้ถ่ายทอดแนวคิดการทำงานกันตั้งแต่ปีที่แล้ว และก็ส่งงานกันบ่อยมาก คุยกันหลายครั้งๆละหลายๆชั่วโมง

                       มีคนถามผมบ่อยๆว่า ถ้าผมไม่อยู่โรงพยาบาลบ้านตาก คิดว่าระบบที่วางไว้จะอยู่ได้ไหม ระหว่างคนกับระบบอะไรสำคัญกว่ากัน

                       อย่างวันนี้ ทีมงานจากหน่วยงานภาครัฐต้นแบบและกรมราชทัณฑ์ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็สนใจถามประเด็นนี้มากเหมือนกัน ผมเองก็ตอบได้ยาก ก็ได้บอกว่าเราก็คอยพิสูจน์กันว่าจะเป็นอย่างไร เพราะผมก็คงรับประกันใครไม่ได้ แต่เราก็เลือกคนที่เราเห็นว่าเหมาะสมที่สุดเท่าที่มีอยู่แล้ว ซึ่งบางทีผมก็คิดว่าอาจจะดีกว่าผมอยู่ก็ได้ ผมเองก็คงต้องปล่อยวาง จะเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของ ผอก.คนใหม่ก็คงไม่เหมาะ แต่ก็พร้อมและยินดีที่จะเป็นที่ปรึกษาให้เสมอ

                       มีอย่างหนึ่งที่ผมพูดกับทีมดูงานว่า บางทีน่าจะเป็นการดีกับโรงพยาบาลมากกว่าเพราะการที่ผู้บริหารอยู่นานเกินไป อาจเฉื่อยชาต่อการแก้ปัญหา เพราะชินกับปัญหาจนรู้สึกว่ามันไม่ใช่ปัญหาก็ได้ ทำให้ปัญหาหลายอย่างไม่ได้รับการแก้ไข หรืออาจไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวล้มเหลว กลัวผิดพลาด กลายเป็นยึดติดกับความสำเร็จในอดีตก็ได้

                      ในเรื่องการหาผู้สืบทอดตำแหน่งหรือตัวตายตัวแทนนี่ ในระบบราชการผมมองว่ายากมาก ยิ่งในระดับจังหวัดหรือกรมนี่ ทำไม่ได้เลยเพราะไม่รู้ว่าผู้มีอำนาจจะแต่งตั้งใครเข้ามา และบ้านเราวัฒนธรรมอำนาจยังแรงมาก บางทีระบบที่ว่าแน่มาเจอคุณ(บ้า)อำนาจก็เดี้ยงได้ง่ายเหมือนกัน

                      วันนี้ เลิกงานแล้ว ผมกับหมอสุวิชัยก็ยังนั่งคุยกันอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ในสิ่งที่เราควรทำต่อไปในโรงพยาบาลบ้านตาก