และแล้วเรื่องเล่าของข้าพเจ้าก็ได้ก่อกำเนิดขึ้น ณ วินาทีนี้เอง....
หากย้อนเวลากลับไปได้ หากมีเวทมนต์คาถา ข้าพเจ้าอยากจะย้อนเวลากลับไปเริ่มใหม่อีกครั้ง หากแต่ขอพกพาความศรัทธาที่เพิ่งฉกฉวยมาได้ด้วยคำไม่กี่ประโยคของหมอประเวศ วะสี ที่พูดในที่ประชุมใหญ่ของสสส. เป็นวินาทีที่ทำให้ห้องประชุมนั้นเหมือนดั่งมีเวทมนต์สะกดให้เกิดคำถามที่ผุดขึ้นในใจของข้าพเจ้านั่นคือ...”ผู้ชายคนนี้คิดได้อย่างไร” นั่นถือเป็นคำแรก ประโยคแรกที่ทำให้ความศรัทธามารวมตัวกันในร่างกายของข้าพเจ้าทันทีทันใด หากแต่ไม่ทันได้ฉุกคิด จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานจนเราเองก็ไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่า เราเปลี่ยนไป ....
คนที่ตั้งคำถามกับเราคือ ผู้จัดการของเราเอง “เอเปลี่ยนไปนะ  อะไรทำให้เปลี่ยน”  เชื่อไหม! แค่ได้ยินประโยคนี้ทำให้ข้าพเจ้าถึงกับล้มไปพักใหญ่ (หมายถึงใจล้มและสั่น) ความคิดในใจเหมือนมีฝ่ายดำ กับฝ่ายขาวต่อสู่กันอยู่ข้างใน นี่หรือเปล่านะที่เรียกว่า การดึงสติให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว และเริ่มหวนคิดย้อนไปค่อนข้างไกล เพื่อที่จะขุดภาพที่มีอยู่ข้างในออกมาแพร่งพราย
ข้าพเจ้านึกย้อนอยู่นานกว่ามันก่อเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น ความคิดได้กระตุกขึ้นเล็กน้อย กว่าจะพูดคำแรกออกไป  พร้อมๆ กับรวบรวมสติและพยายามอย่ามากที่จะเล่า เล่าตามที่ใจร้องขอ และมีความปิติที่ล้นออกมาจากต่อมตั้งสองข้างของตา
 
หากการก้าวข้ามครั้งนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง...
สิ่งแรก ที่เปิดคลังความคิดของข้าพเจ้าได้ คือ เครื่องหมายคำถามที่เกิดขึ้นในใจกับคุณหมอประเวศ วะสี “ผู้ชายคนนี้ทำได้อย่างไร...” ???????????????????????????????
สิ่งที่สอง ที่เหมือนเป็นแรงเสริมฐานคิดที่ใช่นั้น ผุดออกมาจากข้างในและสามารถเปิดขุมพลังที่มีอยู่ในตัวของข้าพเจ้าได้นั้น คือ พี่สมลักษณ์ หุตานุวัตร ที่ได้เปิดช่องที่มันเหมือนจะถูกปิดมานานได้เปล่งพลังแสงออกมาได้บ้างและเพิ่มความเชื่อมั่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
สิ่งที่สาม คือ การเปิดโหมดทางการรับรู้ของข้าพเจ้าเอง ต่อการไปอบรมในสถานที่ต่างๆ และวิทยากรหลายๆ ท่านที่ช่วยเพิ่มพลัง เพิ่มความเชื่อมั่น และเหนือยิ่งกว่านั้น ข้าพเจ้าเองรับรู้ว่า .....ศรัทธาเริ่มตื่นขึ้นแล้วในตัวเรา หลังจากที่หลับไปนานแสนนาน....
 
กระบวนการที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เปิดโหมดการรับรู้นั้นคือ กระบวนการอบรมที่ได้เรียนรู้และเข้าใจข้างในตนเอง เข้าใจความรู้สึกลึกๆ เข้าใจจริตของจิตต่อการรับ และที่สำคัญเราต้องเข้าใจตนเองก่อนที่จะเข้าใจคนอื่น ในช่วงแรกแห่งการเปิดโหมดรับรู้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะหากโหมดเราเปิดและสิ่งที่เรารับเข้าไปถูกกับจริตของเราก็ถือว่าดีไป หากแต่ถ้าตรงกันข้ามเล่า จะมีสักกี่คนที่จะลองใหม่อีกครั้งหรือสองครั้งที่จะลองใหม่ นับว่าเป็นโชคดีที่ยังมีบุญเก่าอยู่มากทำให้การเปิดรับครั้งแรกก็ใช่เลยในความรู้สึกของข้าพเจ้า