มนุษย์มีการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ใช้ภาษา ใช้กิริยาอาการ ใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เป็นเครื่องหมายแทน การไหว้เป็นเครื่องหมายหนึ่งของสังคม ที่ใช้สื่อสารแสดงถึงความรู้สึก และพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การแสดงออกซึ่งความเคารพ ในกรณีที่ผู้น้อยแสดงต่อผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่าตน แสดงออกซึ่งยอมรับ เป็นต้น แม้นว่า คนบางกลุ่มการแสดงออกเช่นนี้ อาจมีความรู้สึกอคติปนเปื้อนอยู่บ้าง การแสดงออกนั้น ก็ยังสามารถสร้างสายสัมพันธ์ต่อกันได้ โดยใช้พฤติกรรมภายนอกแทน มิใช่การไหว้ ของไทยเท่านั้นที่แสดงความเป็นสื่อถึงกัน ในนานาประเทศ ก็นิยมใช้อากัปกิริยาเป็นเครื่องหมายเช่นเดียวกัน เช่น เผ่าบางเผ่าในนิวซีแลนด์ นิยมใช้ส่วนปลายจมูกแตะกันเบาๆ ผรั่งนิยมใช้มือสัมผัสกัน ชาวทิเบตนิยมใช้หน้าผากชนกันเบาๆ ยังมีกลุ่มคนอีกหลายชนชาติที่แสดงออกในลักษณะดังกล่าว เช่น การใช้แก้มสัมผัสแก้มอีกฝ่ายหนึ่ง การใช้มือทับประสานสกันเหมือนในหนังจีนกำลังภายใน เป็นต้น
สิ่งสำคัญมิใช่แต่ใช้อวัยวะ หรือสรีระส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นสื่อกลางเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือสื่อเหล่านั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่รักและหวงแหน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การแสดงออกเช่นนั้น ต้องประกอบด้วยความรู้สึกที่แท้ ที่อยู่ภายในด้วย เช่น ความรัก การยอมรับ การยกย่อง หรืออาจรวมถึงการให้อภัย (สำหรับบางคน)
การไหว้ เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจากกลุ่มคนที่กล่าวมาข้างต้น เพราะการไหว้ของคนไทย มีรูปแบบ มีกลไก มีความเป็นจิตวิญญาณซ่อนอยู่ในรูปธรรมด้วย เช่น มีเครื่องหมายแสดงการสักการะ (มือจะเหมือนดอกไม้) ในขณะไหว้ ต้องมีอาการแห่งความนอบน้อม (แม้ว่าจะไม่ชอบขี้หน้ากัน) การไหว้ ยังโยงใยไปถีงพฤติกรรมการแสดงความเคารพอื่นๆ เช่น การกราบ ซี่งมีรูปแบบแตกต่าง และงดงามยื่งขึ้น กล่างวคือ มีรูปแบบเฉพาะ เช่น การกราบพระรัตนไตรก็แบบหนึ่ง การกราบผู้มีพระคุณ เช่น มารดาบิดา ครู บาอาจารย์ ก็อีกแบบหนึ่ง รวมทั้ง การกราบผู้ตาย ก็แตกต่างกันอีก เช่น ศพคนธรรมก็อย่างหนึ่ง คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ก็อย่างหนึ่ง ศพผู้มีศีลก็อีกแบบหนึ่ง
จะเห็นว่าวัฒนธรรมไทยช่างงดงามและปราณีตยิ่ง เพราะว่า เป็นวัฒนธรรมที่แฝงด้วยภูมิปัญญา กุสโลบาย และความเป็นปรัชญา อยู่ด้วยเสมอ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านมารณรงค์ ให้คนไทยมีความภาคภูมิใจและตระหนักในความเป็นเอกลักษณ์ของตนและรักษาวัฒนธรรมชาติกันเถอะ