การเสวนาเช่นนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและทำให้เกิดความรู้สึกของการมีส่วนร่วมการทำงานของบุคคลากรในกรมส่งเสริมการเกษตรหากมีการดำเนินงานต่อเนื่องและจริงจัง

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2550 กรมฯได้จัดเวทีหารือเรื่องการส่งเสริมการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแผนส่งเสริมการเกษตรระยะ 5 ปี(2551-2555)วันที่ 11 มิถุนายน 2550 ทั้งนี้สืบเนื่องจากการปาฐกถาพิเศษเรื่องทิศทางการส่งเสริมการเกษตรของประเทศไทยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550  ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งกองแผนงานได้วิเคราะห์แล้วมีประเด็นที่กรมฯจะต้องดำเนินการคือ

  • การนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงสู่เกษตรกร
  • เกษตรกรขาดอำนาจการต่อรองเนื่องจากนักวิชาการไม่เก่งการตลาด
  • บทบาทของเจ้าหน้าที่ในการทำงานด้านการเกษตรในพื้นที่มีความซ้ำซ้อน
  • เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรต้องสร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร

กรมฯจึงต้องการให้ผู้บริหารกรมฯได้แก่ผอ.กอง/สำนัก ผอ.ส่วน/กลุ่มได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่แนวทางการปฎิบัติร่วมกัน

ในวงเสวนาได้แสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ดิฉันได้เก็บประเด็นมาฝากดังนี้คือ

  • กรมฯมีงานที่เคยปฏิบัติในอดีตมากมายที่เกี่ยวข้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเช่น ไร่นาสวนผสม เกษตรอินทรีย์ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง การจัดการไร่นา เป็นต้น ดังนั้นควรนำมาทบทวนแล้วเติมให้เต็มส่วนที่ขาดหายไปและทำให้สมบูรณ์
  • ให้แต่ละกอง/สำนักทบทวนงานตนเองที่เกี่ยวข้องให้กองแผนงานรวบรวมและนำมาหารือกันอีกครั้ง
  • ในประเด็นแผน 5 ปี ให้มีการทำงานที่มองอดีตเป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงงาน ไม่มองว่าอะไร ๆ ก็เป็นปัญหา จะไม่เกิดการพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาได้เลย

ท่านรองไพโรจน์ได้ให้แนวคิดว่า

การทำงานควรมองอนาคต ไม่มองปัญหา กรอบการทำงานในอนาคตได้แก่ อย่าตั้งโจทย์ให้มาก อย่ามองปัญหาอุปสรรคและให้มองที่ความสำเร็จ ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ทำให้เราพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ

ท่านอธิบดีให้ข้อคิดว่า

จะต้องมีการสร้างผู้นำในกอง/สำนัก/หน่วยงาน ทุกคนมีสิทธิ การทำงานอย่างวีรบุรุษ คิดและช่วยกันทำงานและฟังกันด้วย ไม่ใช่เป็นผอ.แล้วไม่ฟังใคร จะไปไม่รอด

ท่านรองอรรถให้แนวคิดว่า

การเสวนาแบบนี้ควรมีต่อเนื่องไป อาจเป็น 2 เดือนต่อครั้งเป็นการกระตุ้นการทำงาน อาจเชิญบุคคลภายนอกมาให้มุมมองด้วยก็ได้จะเกิดประโยชน์ต่อการทำงานมาก

     การเสวนาเช่นนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและทำให้เกิดความรู้สึกของการมีส่วนร่วมการทำงานของบุคคลากรในกรมส่งเสริมการเกษตรหากมีการดำเนินงานต่อเนื่องและจริงจัง

ธุวนันท์ พานิชโยทัย

15 มิถุนายน 2550